กว่าหนึ่งชีวิต…จะตื่นรู้ทันศึกษาบำเพ็ญธรรม
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ เจียฮุ่ย จ.นครราชสีมา
วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2551
สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ
จิตศรัทธาเที่ยงตรงแสดงออก มิกระทำเพียงเปลือกนอกหลอกลวงหนา
ทั้งตรึกตรองรู้แจ้งในหลักธรรมา เห็นภาวะวิสุทธิ์แท้แห่งตน
ศึกษาธรรมเข้าถึงธรรมจิต บำเพ็ญธรรมช่วยชีวิตทั้งหลาย
ปฏิบัติธรรมสร้างคุณงามมิเสื่อมคลาย ด้วยจริงใจอนุเคราะห์ชาวโลกเอย
เราคือ
สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน น้อมกายเคียมคัล
องค์มารดาแล้ว ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม
น้อมจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา
ใจที่มีกิเลสตัณหาคาดหวังในผลประโยชน์นั้น ทำให้ไม่เที่ยงตรง
ใจที่มีความเห็นแก่ตัวใฝ่ใคร่อยากนั้น ทำให้ไม่เที่ยงตรง
ใจที่การยึดมั่นถือมั่น ทะนงโอ้อวดตนนั้น ทำให้ไม่เที่ยงตรง
ใจที่มีรัก โลภ โกรธ หลงนั้น ทำให้ไม่เทียงตรง
ใจที่มีวิตกทุกข์ น่าเวทนานั้น ทำให้ไม่เที่ยงตรง
ใจที่มีความหลอกลวงตนและหลอกลวงผู้อื่นนั้น ทำให้ไม่เที่ยงตรง
ศิษย์รักบำเพ็ญ เพื่อฝึกฝน ใจบริสุทธิ์ กายสะอาด ไร้มลทินและสามารถนำตนประพฤติในกรอบคุณธรรมอันประเสริฐสุดของมนุษย์นี้
ดังนั้น…การสดับธรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจที่ตกต่ำ ใจตกต่ำเป็นอย่างไร คือจิตก่อเกิดอกุศลใฝ่แต่อบายมุข ลุ่มหลงมัวเมาในรูปวัตถุต่าง ๆ มิเคยย้อนมองส่องตนเองจากการกระทำทั้งกาย วาจา ใจ ขาดการสำรวมและใจมิสงบนิ่ง เมื่อใจมิสงบนิ่งจึงขาดปัญญาธรรมนำส่องทางชีวิตของตน ให้ได้ล่วงพ้นจากกิเลสตัณหาทั้งหลาย
เมื่อบัดนี้ เจ้าได้พบหลักธรรม ได้รับหนึ่งจุดชี้จากพระวิสุทธิอาจารย์ พึงถนอมบุญสัมพันธ์และการได้รับวิถีธรรมนี้ ประคองจิตใจให้ผ่านพ้นมารผจญต่างๆให้ได้แท้จริง จากจิตใจอันศรัทธาจริงนี้ บำเพ็ญธรรม ปฏิบัติธรรม ประจักษ์แจ้งในจิตเดิมแท้ของตนเอง อย่าดูเบาดูเขลาในใจตนเอง ฟ้าปรกกว้างธรรมกอบกู้มวลญาณชีวิต คือเจ้าทั้งหลาย จงเปิดใจมองเห็นธรรมท่ามกลางตน
จากนี้ตื่นใฝ่เรียนรู้หลักธรรม เพื่อฟื้นฟูจิตเดิมแท้ที่ซ่อนรูปกาย ให้ปรากฎแสงสว่างด้วยตน บำเพ็ญได้จริงและก้าวเดินเจริญรอยตามพุทธะ เพื่อสร้างบุญคุณงามความดีให้แด่ตนและบรรพชนของศิษย์ด้วย ด้วยหวังว่าการสดับธรรม ศิษย์จะนั่งให้ครบสองวันได้ตั้งปณิธานโดยสมบรูณ์ ฉุดช่วยชีวิตหนึ่งคนมิใช่ง่าย ดังนั้นควรเริ่มจากตนเองก่อน ส่งเสริมตนพื้นฐานง่าย ๆ คือ พูดดี กระทำดี ในชีวิตประจำวันของตนเองมิเผลอเรอ สร้างกรรมปากกระทำผิดศีล หากศิษย์รักบำเพ็ญธรรมได้ จะก้าวขึ้นสู่บันไดสวรรค์ได้มิยากเกิน ขอจงตั้งใจบำเพ็ญให้ดีเข้าใจไหมน้อมจิตสงบแล้วนั่งลง
ศิษย์รักเอ๋ย…ศิษย์รักเอ๋ย…เจ้าทั้งหลายทราบดีว่า เวไนยสัตว์ต่างเวียนว่าย ระหว่างช่องทางวิถีหก โดยมิจบสิ้นสุด ต่างพเนจรในสามภพภูมิอยู่ร่ำไป ความน่าเวทนาที่เห็นนั้น มีแต่ความเจ็บปวดทรมาน มิได้เห็นแสงส่องจากธรรมะเลย ระหว่างทางที่เวียนว่ายในภพภูมิ ได้กระทำบาปกรรมมิรู้เท่าไร
ดังนั้น…สิ่งที่อาจารย์บอกกล่าวให้ศิษย์ได้รู้ เพื่อเตือนสติในการดำรงชีวิต อย่ากระทำผิดบาปไป หากเจ้าทั้งหลายรู้ตื่นแจ้ง จงรีบก้าวบำเพ็ญธรรม เพื่อหลุดพ้นจากทุกขเวทนาแห่งการเวียนว่ายโดยเร็วไว ฉุดช่วยครอบครัวให้ได้รับธรรมะอันล้ำค่า…ดีไหม
ศิษย์รักเอ๋ย… ศิษย์รักเอ๋ย…ก่อนอาจารย์จะอำลา ความห่วงใยมิเคยเปลี่ยนผัน คงเฝ้าเคียงข้างร่วมเดินทางบุกเบิกแพร่ธรรมกับศิษย์รักต่อเนื่อง แต่เจ้าทั้งหลายจะบำเพ็ญบุกเบิกต่อเนื่องไปได้นานนั้น จะต้องอาศัยจิตสำนึกคุณและพลังศรัทธา มีความเมตตาจิตเป็นที่ตั้ง เพราะยิ่งนับวันเวไนยทั้งหลาย ยิ่งกระทำบาปกรรมมากขึ้นทุกที มากขึ้นทุกที โดยรู้ตัวและมิรู้ตัวระคนกันไป ดังนั้น…จะนำพาฉุดช่วยชีวิต ต้องทุ่มเทเสียสละสักเพียงใด
กว่าหนึ่งชีวิต…จะตื่นรู้ทันศึกษาบำเพ็ญธรรม
กว่าหนึ่งชีวิต…จะบรรลุมรรคผล มิใช่เรื่องง่าย
เจ้าทั้งหลายต้องถนอมดูแลตนเอง รักษาพลังความเชื่อมั่นในมั่นคงนี้ อย่าให้การทดสอบ หรืออุปสรรคบั่นทอนกร่อนจิตใจให้เกิดความท้อแท้ไปได้ สร้างจิตสำนึกคุณร่วมสามัคคี
แม้วันนี้จะส่งเสริมผู้คนลำบาก แต่ในความลำบากนั้น ก่อเกิดจิตใจที่เปี่ยมผาสุกยิ่งนัก ในทุกครั้งที่ศิษย์รัก บำเพ็ญธรรม ดำเนินธรรม จุดมุ่งหมายคือฉุดช่วยเวไนยสัตว์ เจริญปณิธานของตนเองให้บรรลุ แต่ระหว่างทางการปฏิบัติบำเพ็ญนั้น ต้องฟันฝ่าลมพายุอารมณ์แห่งผู้คนมากเพียงไร ขอเจ้าจงหนักแน่น…หนักแน่น จากนี้ไป…มิว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น การทดสอบหรืออุปสรรครอบกายเจ้า ต้องจดจำคำเตือนของอาจารย์ไว้ อดทน อดกลั้น ผ่อนปรน อะลุ่มอะล่วย ให้ความใส่ใจช่วยเหลือกัน จดจำไว้…จดจำไว้กราบลา
ฮา ฮา ถอย

















ขอบคุณค่ะ