เจ้าบำเพ็ญ ต้องย้อนมองภายในตน
พระโอวาทสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระโอวาทสงฆ์จี้กงวิปลาส
ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรม 2 วัน ณ พุทธสถานกวงหมิง จ.ชัยภูมิ เวลา 10.56 – 11.42 น.
วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พุทธศักราช 2551
สาธุชนกราบขอประทานพระโอวาทชี้แนะ
เรียนรู้ธรรมปฏิบัติปฏิเวธ ญาณวิเศษจากฟ้ามารู้แจ้ง
เห็นเท็จจริงในชีวิตมิเคลือบแคลง หนึ่งจิตแฝงเร้นไว้ฉายส่องนา
รู้เข้าใจในเหตุปัจจัยครานี้ รู้เข้าใจธรรมวิถีดรีนำล่อง
รู้เข้าใจจิตเดิมแท้พึงประคอง รู้เข้าใจบำเพ็ญมองย้อนที่ใจ
เราคือ
สงฆ์จี้กงวิปลาส รับบัญชาจาก
พระอนุตตรธรรมมารดา ลงสู่พุทธสถาน แฝงกายเคียมคัล
องค์ชคัตตรยาพดง ถามศิษย์รักทุกคนสุขสบายดีไหม
ขอทุกคนจิตสงบตั้งใจฟัง
ฮา ฮา
ศิษย์รักเอ๋ย… ศิษย์รักเอ๋ย…
เจ้าบำเพ็ญ ต้องกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงคุณธรรมภายใน
โดยศรัทธาจริงใจแรงไฟสุขุม ให้มีพร้อม
เจ้าบำเพ็ญ ต้องย้อนมองภายในตน
โดยสำนึกความผิดจริงใจแก้ไขอย่างแท้จริง
เจ้าบำเพ็ญ ทุ่มเทเสียสละอย่างเต็มที่
โดยชีวิตนี้ไร้ซึ่งยึดหมาย
เจ้าบำเพ็ญ จำแนก อริยะ สามัญ
โดยชัดเจนในทางโลก ทางธรรมอย่างจริงแท้
เจ้าบำเพ็ญ ปฏิบัติประจักษ์ผล
โดยอดทนเจริญรอยดั่งพุทธะ ฉุดช่วยเวไนย
เจ้าบำเพ็ญ ไร้ยึดมั่นถือมั่น
โดยชีวิตนี้มิใช่เพื่อส่วนตน เข้าใจไหม
ศิษย์รักเอ๋ย… ศิษย์รักเอ๋ย… จากกันเนิ่นนานวันเวลาเวียนมาครานี้ ได้พบหน้ามวลศิษย์รักยินดียิ่งเหลือ ศิษย์เจ้าเอ๋ยอยู่บนโลกนี้สุขทุกข์เช่นไรหนอ ตื่นใจในจิตตนบ้างหรือเปล่า ชีวิตคนด้วยเวียนวนตามกระแสโลก ทำให้หลงวุ่นวาย จิตใจจริงแท้ถูกบดบังให้อับแสง แรงกิเลส แรงใจอยาก หากมิรู้หยุดมิรู้กำราบ ชีวิตนี้ต้องดำดิ่งสู่ความทุกข์อย่างแน่นอน ศิษย์จงรู้หนึ่งชีวิตคุณค่ายิ่งใหญ่นัก หนึ่งชีวิตสร้างสรรค์คุณงามยิ่งใหญ่ได้ ในวันนี้เจ้าได้รู้ตัวตนแห่งตนแท้ ต้องเริ่มต้นศึกษาเรียนรู้ ปฏิบัติ บำเพ็ญ อย่างแท้จริง เริ่มศึกษาบำเพ็ญธรรม ต้องเริ่มจาก จิตที่จริงใจในการฝึกฝน ยอมรับ ปรับเปลี่ยนตน อ่อนน้อม ยอมเรียนรู้ ชัดแจ้งจริงในจุดประสงค์แห่งการเดินก้าว ฉะนั้น บำเพ็ญปฏิบัติต้องอาศัยตนเท่านั้นฉุดช่วยตน จะผ่านพ้นหรือเวียนวนอยู่ที่ตนเป็นผู้ตัดสิน ศิษย์เจ้าทั้งหลายไม่ใช่ธรรมดา เจ้าต้องเข้าใจในชีวิตจริง สัจธรรมจริง มิปล่อยให้ชีวิตผ่านพ้นไปอย่างไร้ความหมาย เริ่มต้นหนาจากวันนี้ก้าวไปสู่แสงทองแห่งตะวันที่เฉิดฉาย หันหลังกลับ ให้กับความมืดดำ เช่นนี้แล้ว ชีวิตจึงมิต้องทุกข์ทนบนโลกนี้ เข้าใจไหม
ศิษย์รักเอ๋ย… ศิษย์รักเอ๋ย… เจตนาแห่งฟ้า หวังนำพาคนดีได้ผ่านพ้นภัยพิบัติ ในยุคท้ายกาลเวลาคับขัน คนต่อคนแก่งแย่งโกลาหล บ้านเมืองปั่นป่วน จิตใจคนรวนเรสับสนมิรู้จริง ภัยพิบัติที่น่าสงสารมากที่สุดก็คือภัยพิบัติที่เกิดในจิตใจคน ศิษย์รู้ไหม ภัยพิบัติจากภายนอกยังสามารถต้านทานได้แต่ภัยพิบัติในจิตใจคนยากยิ่งนัก ภัยพิบัติในใจคนก็คือ รัก โลภ โกรธ หลง พาให้ทุกสิ่งอย่างเกิดความวุ่นวาย เมื่อไหร่หยุดสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว ภัยพิบัติภายนอกฤาจะมี เข้าใจไหม
ศิษย์รักเอ๋ย… ศิษย์รักเอ๋ย… ชั่วชีวิตที่ผันผ่านจงสร้างคุณค่าอันยาวนานให้กับตน สร้างคุณค่าให้เกิดแก่ประชา ทุกวันเวลาน้อมใจหนา ศิษย์เจ้าเอ๋ย บำเพ็ญธรรมยุคสุดท้ายสำคัญสุด ต้องบำเพ็ญจิตภายใน กุศลภายในให้พรั่งพร้อม บำเพ็ญยุคสุดท้ายศิษย์จะทำหน้าที่ปฏิบัติอริยกิจแห่งฟ้า เจ้าจะต้องทั้งกายใจประสานเป็นหนึ่งเดียว จริงใจไปดำเนิน จริงใจไปน้อมรับ จริงใจไปถากถาง จริงใจไปอุ้มชูมวลเวไนย ความจริงใจเท่านั้นจึงส่งผลให้ซาบซึ้งถึงฟ้าเบื้องบน เบื้องบนต้องการแค่ความจริงใจ จากใจแห่งศิษย์เท่านั้นเอง ฉะนั้น ศิษย์เจ้าเอ๋ยบำเพ็ญธรรมจงจริงใจต่อตนหนา จงจริงใจต่อภาระฟ้าเบื้องบน จงจริงใจต่อเวไนย ไม่หยุดยั้งการฉุดช่วย จงจริงใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าดำเนิน
ศิษย์รักเอ๋ย… ศิษย์รักเอ๋ย… มาถึงวันนี้เจ้าบำเพ็ญ ปฏิบัติ เหนื่อยกันหรือเปล่า ท้อกันหรือไม่ ทุกข์สุขเช่นไรอาจารย์รับรู้หนา ศิษย์มุ่งอุทิศเสียสละจากใจจริง อาจารย์ยิ่งชื่นใจ ศิษย์มุ่งมั่นบำเพ็ญจริง บรรลุจริง นั่นคือสิ่งที่อาจารย์หวังยิ่งนัก
สุดท้าย ศิษย์รักเอ๋ย… บุคลากรวันนี้พวกเจ้าทั้งหลายยอมลำบาก ยอมทุ่มเทเสียสละแรงกาย แรงทรัพย์ เหนื่อยยากเพียงใดไม่ท้อบ่น อดทนต่อความลำบาก ยอมกล้ำกลืน ฝืนทน อดทนเก็บกลั้นน้ำตาไว้ อาจารย์ยืนมองพวกเจ้าด้วยความดีใจ ศิษย์ทุ่มเทวันนี้มิใช่ธรรมดาแล้ว สิ่งที่ได้รับในภายภาคหน้าก็มิใช่ธรรมดาเช่นกัน แต่ศิษย์เจ้าเอ๋ย เจ้าทั้งหลายอยู่แนวหน้านำพาผองชนจะไม่กวดขันตนเองได้หรือ จะไม่จริงจังในวาจาการกระทำตนเองได้หรือ ทุกขณะเจ้าต้องรู้เจ้าคือตัวแทนแห่งธรรม จะทำให้ทุกสิ่งอย่างสง่างามน่ายกย่อง จะต้องเริ่มจากกวดขันตน เอาจริงเอาจังกับตนเอง ย้อนในตน ส่งเสริมตนเองก่อน จึงส่งเสริมผู้อื่นได้ หวังศิษย์รักทุกเวลากระจ่างสว่างด้วยจิตใจฟ้า โอบอุ้มนำพาเวไนยด้วยใจรัก ตระหนักใจในอุเบกขา ทุกเวลาไร้ตัวตน ไร้ยึดหมาย เช่นนี้ ดำเนินธรรมกิจจึงไร้อ่อนล้า ไร้ท้อแท้ ไร้ถดถอย หวังศิษย์รักจักก้าวหน้ากันทุกคน รักษาสุขภาพตนเองให้ดี ภาระหน้าที่ยังมีให้เจ้าต้องกระทำ ฉะนั้นดูแลกายสังขาร หล่อเลี้ยงจิตญาณให้งดงามสมบูรณ์กันทุกคน อาจารย์จะอยู่เคียงข้างพวกเจ้ามิห่างไกล ยามใดท้อให้คิดถึงอาจารย์ ยามใดสับสนไร้หนทางให้มองมาที่อาจารย์ อาจารย์จะสาดแสงนำทางพวกเจ้าตลอดไป ยามใดอ่อนล้าให้หันหน้ามาซบไหล่อาจารย์ อาจารย์จะไม่ทอดทิ้งให้พวกเจ้าต้องเดียวดายอย่างแน่นอน ศิษย์จงรู้ รักที่อาจารย์มีให้ดั่งพ่อที่รักลูก ไฉนเลยจะดูดายต่อพวกเจ้า ฉะนั้น ศิษย์เจอสิ่งใด ทุกข์ใจเพียงใด ไร้คนเข้าใจ ไร้คนปรึกษา ให้รู้ว่าอาจารย์ยังข้างเคียง ให้ศิษย์รัก ดูแลตนให้ดี… ดูแลตนให้ดี… กราบลา
ฮา ฮา ถอย
หมายเหตุ แปลคำศัพท์
1.ปฏิเวธ แปลว่า ความหลุดพ้น
2.ดรี “ เรือ (ในที่นี้ หมายถึง เรือธรรม คือสถานธรรม)
3.พระอนุตรธรรมมารดา, องค์ชคัตตรยาพดง “ ผู้เป็นใหญ่เหนือสามโลก (เทวโลก มนุษย์โลก ยมโลก), แม่องค์ธรรมชาติผู้ให้กำเนิดจักรวาล กำเนิดทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ และให้กำเนินจิตญาณ
4.เคียมคัล “ กราบไหว้, เคารพ
5.อริยะ “ ผู้บรรลุธรรมวิเศษซึ่งแบ่งออกเป็น 4 คือ 1.พระพุทธเจ้า 2.พระโพธิสัตว์ 3.พระปัจเจกพุทธเจ้า 4.พระสาวก
6.เวไนย “ ผู้คนแนะนำสั่งสอนได้, ผู้มีค่าควรแก่การสอนได้
7.อุเบกขา “ วางใจเฉย

















ขอบคุณค่ะ