อภินิหารตัจริง อยู่ที่จิตหลุด
ถึงแม้ว่าท่านจะมีอภินิหาร เช่น ดำดินแทรกตัวเข้าไปในขุนเขา หายตัวไปต่อหน้าต่อตา กระดูกเป็นพระธาตุ มีกายทิพย์มีหูทิพย์ รู้วาระจิตของผู้อื่น ทำนายทายทักแม่นยำ มีบารมีมากมีบริวารมากกว่าคนอื่นทั่วโลก ก็ถือว่าท่านโง่และถูกหลอกเพราะอภินิหารตัวแท้และประเสริฐสุดมันไม่ใช่สิ่งนี้ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ไปเชื่อและหลงงมงายแบบนี้ ถ้าท่านมัวไปวิ่งตามตัณหาเหล่านั้น เท่ากับท่านยังไม่รู้จักความตายที่กำลังจ้องเล่นงานท่านอยู่ทุกเมื่อ ท่านควรจะหาวิธีรอดพ้นจากความตาย แต่ถ้าท่าน
ต้องการที่จะรอด ท่านต้องหลุดถ้าหลุดแล้วจึงจะรอด (ท่านจะรอดจาก ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย และความทุกข์) การหลุดชนิดนี้คือการหลุดจากเครื่องผูกพันร้อยรัดใจโดยการหยุดแสวงหา แล้วพากเพียรดูจิต สลัดอารมณ์ดีร้ายออกไปจากจิต ไม่สร้างความอยากให้เกิดขึ้นมา ท่านก็จะหลุดรอดหลุดพ้นได้ คำว่า นิพพานนั้นไม่ใช่เมืองแก้วอยู่บนฟ้า แต่นิพพานก็คือนิพพาน ซึ่งคนผู้ยังไม่บรรลุถึงจะไม่สามารถรู้เห็นได้ เพราะเหตุนั้นนิพพานจึงเป็นสภาวะอันหนึ่งที่ผู้บรรลุถึงเท่านั้นจะรู้ได้ และเมื่อผู้รู้จักนิพพาน
อย่างแน่ชัดแล้ว กิเลสของท่านจึงไม่มี ซึ่งในสมัยพุทธกาลคนเขาหมดกิเลสแล้วจึงไปสอนคนอื่น แต่ในสมัยนี้ คนที่ยังไม่หมดกิเลสพยายามจะไปสอนคนอื่น ก็เอากิเลสความคิดเห็นของตัวเองไปสอนถ้าถูกต้องถูกทางก็ดีไป แต่ถ้าไม่ถูกต้องหลงทางผู้เรียนศึกษาก็จะโง่หลงกันไปใหญ่ เราเป็นลูกพระพุทธเจ้าจึงต้องศึกษาเรียนรู้ให้ถูกต้องถูกทาง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อถูกเขาหลอก
|