ค้นหาสูตรอาหารเจหรือเพิ่มสูตรอาหารแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านคลิกที่นี่
หน้าแรก l หน้ารวมทุกเรื่อง ตั้งเป็นหน้าแรก l เก็บเว็บนี้ไว้ในBookmark l ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
ค้นหา  
 




PHP infoBoard v.5 PERFECT


 
พระจักขุบาล

Admin

จากหนังสือธรรมะเอกเขนก (ขวัญ เพียงหทัย)

 

คุณหมอเขตบุญ ส่องกล้องตรวจดูดวงตาของเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดยิ้มๆ ว่า

“ไม่เป็นอะไรนะจ๊ะ ฝ้ายคำ เดี๋ยวอาหมอให้ยาหยอดตาไป ๒-๓ วันก็หายคันตา แต่หนูอย่าขยี้ตาแรงๆ อย่าเอามือสกปรกไปขยี้ตานะจ๊ะ เพราะตาเป็นของบอบบาง ต้องระวังเข้าใจมั้ยจ๊ะ”

นนทรีนั่งยิ้มให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เด็กน้อยมองหน้าคุณหมออย่างค้นหาความจริง แล้วถามว่า

“คุณอาหมอขา หยอดตาแล้วหนูจะตาบอดมั้ยคะ”

คุณหมอหัวเราะ “หยอดแล้วก็ต้องหายดีสิลูก ทำไมจะต้องตาบอดล่ะจ๊ะ”

“ก็คุณแม่เล่าว่า เวลาหมอให้ยาหยอดตา พอพรุ่งนี้ก็ตาบอดเลย”

คุณหมอหันไปมองหน้าคุณแม่

“ทำไมคุณแม่เล่าอย่างนั้นล่ะ”

นนทรีหัวเราะเบาๆ “ไม่ใช่หรอกค่ะ เล่านิทานให้แกฟัง ฝ้ายคำ หมอไม่ได้เป็นอย่างในนิทานทุกคนนะจ๊ะลูก”

“ไหนเล่าให้อาหมอฟังสิจ๊ะ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง” คุณหมอหันมาถามฝ้ายคำ

“ก็คุณหมอคนหนึ่งแกรักษาเก่งมากเลยค่ะ ให้ยาหยอด ตาคนไข้หยอดครั้งเดียว คนไข้หายเลย” ฝ้ายคำเล่าเสียงใส

“โอ ครั้งเดียวหายเลยเหรอจ๊ะ” คุณหมอทำเสียงประหลาดใจ




 
  Admin ผู้ลงบทความ : admin
สถานะ : ผู้ดูแล

20/09/2006 - 10:44
  แจ้งมีคำผิด  Delete
 

  Admin

“หายเลยค่ะ แต่มีคนไข้ผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนหมอเข้าไปรักษา เขาบอกว่าถ้าหายแล้ว ตัวเองกับลูกสาวจะยอมเป็นคนรับใช้ของหมอ พอหมอให้ยาหยอดตา ก็หยอดครั้งเดียวหายเลยค่ะ

แต่เขาโกหกหมอว่าไม่หาย แต่เจ็บมากขึ้น หมอก็รู้ว่าโกหก เลยกลับไปบ้านแล้วเอายามาให้ใหม่ พอหยอดตาคราวนี้ตาบอดเลยค่ะ”

“โอ้โฮ อย่างนั้นคุณหมอก็ใจร้ายซีจ๊ะ” คุณหมอเอ่ย

“เป็นคุณหมอไม่ดี ไม่รักษาคนไข้ดีๆ” ฝ้ายคำตอบ

“เรื่องอะไรหรือ นนทรี” คุณหมอหันไปถามนนทรี

“เรื่องพระจักขุบาลค่ะ” นนทรีตอบ “แต่เรื่องคุณหมอนี่ เป็นอดีตชาติของท่าน กรรมอันนี้ทำให้พระจักขุบาล ก็ตาบอดเหมือนกัน”

“เออ น่าสนใจ แล้วหลานฟังจบเรื่องแล้วหรือยัง”

เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา “เมื่อคืนคุณแม่เล่าแค่นี้”

“งั้นเราไปหาอะไรกินกัน เดี๋ยวอาหมอให้คุณแม่เล่าต่อนะจ๊ะ เดี๋ยวเราค่อยกลับมาเอายา”




 
  Admin หัวข้อเรื่อง : 0096-1 (No. 1)
ผู้ลงบทความ : admin สถานะ : ผู้ดูแล

20/09/2006 - 10:44
  แจ้งมีคำผิด  Delete
 

  Admin

ในห้องอาหารทันสมัยของโรงพยาบาล ฝ้ายคำตื่นเต้นกับไอศกรีมออกใหม่ รสสตรอเบอร์รี่โรยด้วยเกล็ดน้ำตาลหลากสี กินไปฟังคุณแม่เล่านิทานไป คุณหมอเขตบุญถามนำ

“ท่านเป็นใครหรือ พระจักขุบาลองค์นี้”

“ท่านเป็นลูกเศรษฐีของเมืองสาวัตถี เดิมชื่อมหาบาล มีน้องชายชื่อจุลบาล มหาบาลนี่เขาตามคนอื่นไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดเลื่อมใส พระพุทธเจ้าเวลานั้นทรงเทศน์ เหมือนกับจะให้มหาบาลฟังคนเดียวโดยเฉพาะ ทรงเทศน์อนุ-ปุพพิกถา ๕ ว่าด้วยการให้ทาน การรักษาศีล ว่าด้วยความสุขในสวรรค์ ว่าด้วยโทษของกาม และอานิสงส์ของการออกจากกาม พอเทศน์จบ มหาบาลก็ได้ความรู้อย่างแจ่มแจ้ง มองเห็นว่า ลูกหลานและทรัพย์สมบัติเป็นของไม่ยั่งยืน มีแต่ทุกข์ แม้แต่ร่างกายของตัวเองก็ยังเอาไปไม่ได้ พอตายก็ต้องทิ้งไว้เป็นภาระของคนอื่น อยู่บ้านไปก็ไม่มีประโยชน์ ควรบวชอย่างพระพุทธเจ้า

เขาจึงเข้าไปขอบวชกับพระพุทธเจ้า ท่านก็ทรงให้ไปลาคนที่ต้องลาก่อนตามวินัย เขาเลยไปลาน้องชาย เพราะมีกันสองคนผูกพันกัน

ฝ่ายน้องชายก็พยายามห้ามบอกว่ายังหนุ่มอยู่เลย ควรจะมีความสุขให้เต็มอิ่ม ไว้แก่แล้วค่อยบวช

                แต่มหาบาลบอกว่า แก่แล้วบวชมันจะปฏิบัติไม่ไหว นักบวชมีภาระหนัก ต้องเป็นคนแข็งแรงกำลังวังชาดี ดูแต่พระพุทธเจ้ายังทรงออกบวชตอนพระชนมายุ ๒๙ ยังหนุ่มเหมือนกัน ท่านก็ไม่ฟังน้องชาย ออกบวชจนได้”


 
  Admin หัวข้อเรื่อง : 0096-1 (No. 2)
ผู้ลงบทความ : admin สถานะ : ผู้ดูแล

20/09/2006 - 10:45
  แจ้งมีคำผิด  Delete
 

  Admin

“คนจะบวชได้นี่ ต้องตั้งใจสละจริงๆ นะ ไม่งั้นอยู่ไม่ไหว ใจต้องอยากบวชจริงๆ เลย” คุณหมอเขตบุญสังเกต

“ใช่แล้ว ท่านก็ตั้งใจจริงๆ ท่านถามพระพุทธเจ้าว่า งานในศาสนานี่มีอะไรบ้าง พระพุทธเจ้าตรัสบอกว่า มีคันถธุระ คือเรียนธรรมวินัยตามปัญญาของตน แล้วบอกกล่าวกันต่อๆ ไป อีกอย่างคือ วิปัสสนาธุระ คือการพิจารณาสังขาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตัวตน จนสามารถบรรลุอรหัตผล เป็นจุดหมายสูงสุด”

“คุณแม่ขา ฝ้ายคำฟังไม่รู้เรื่อง” เด็กน้อยประท้วง

ผู้ใหญ่ทั้งสองหัวเราะ คุณหมอเขตบุญลูบหัวฝ้ายคำ

“บางตอนหนูก็จะยังไม่รู้เรื่องหรอกจ้ะ ต้องให้หนูโตขึ้นอีกหน่อยนะจ๊ะ แต่อาหมอรู้เรื่อง ตอนนี้ยกให้อาหมอฟังก็แล้วกันนะจ๊ะ”

ฝ้ายคำพยักหน้า ตักไอศกรีมกินต่อไป นนทรีจึงเล่าว่า

“ท่านบอกว่า ท่านเลือกวิปัสสนาดีกว่า ขอให้พระพุทธเจ้าบอกกรรมฐานให้ แล้วเที่ยวหาเพื่อนได้ ๖๐ คน ที่จะออกไปธุดงค์อยู่ป่าด้วยกัน แล้วออกไปอยู่ในหมู่บ้าน ห่างวัดเชตวัน ๑๒๐ โยชน์

ชาวบ้านเห็นก็เลื่อมใส นิมนต์ให้อยู่จำพรรษาในหมู่บ้าน นั้น สัญญาว่าจะถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ท่านก็เลยอยู่ ชาวบ้านช่วยกันสร้างที่อยู่อาศัยถวาย ตอนเช้าพระก็เข้าไปรับบิณฑบาตในหมู่บ้าน




 
  Admin หัวข้อเรื่อง : 0096-1 (No. 3)
ผู้ลงบทความ : admin สถานะ : ผู้ดูแล

20/09/2006 - 10:45
  แจ้งมีคำผิด  Delete
 

  Admin

ในหมู่บ้านนั้นมีหมอใจบุญคนหนึ่ง มาปวารณาตัวว่า ถ้าพระรูปใดป่วยก็ขอให้บอก จะรักษาให้ฟรี”

“คุณหมอคนนี้ดีมั้ยคะ คุณแม่” ฝ้ายคำถาม

“ดีจ้ะ เป็นหมอใจบุญ” นนทรีตอบยิ้มๆ หยิบกระดาษเช็ดปาก เช็ดคราบไอศกรีมใต้ริมฝีปากให้ลูก

“พรรษานั้น ท่านมหาบาลก็ถามพระว่าจะอยู่ด้วยอิริยาบถใด ทุกองค์ก็ตอบว่าอิริยาบถ ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน ส่วนตัวท่านเองท่านทำ ๓ อิริยาบถ คือ ยืน เดิน นั่ง ไม่มีการนอน”

“ไม่เอาหรอกค่ะ ฝ้ายคำชอบนอน” เด็กหญิงแทรกเสียงงอนๆ เลียไอศกรีมที่ติดปลายช้อน

“ใช่ อาหมอก็ชอบนอนเหมือนกัน” คุณหมอเขตบุญ สนับสนุน

“ท่านมหาบาลก็เตือนพระทุกองค์ว่า พวกเราเรียนกรรมฐานมาแล้ว ไม่ควรประมาทนะ ให้เร่งทำความเพียร เพราะประตูแห่งอบาย ๔ คือ นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน เปิดอยู่เสมอสำหรับคนประมาท ฉะนั้นเราต้องไม่ประมาท”

“ตรงนี้ ฝ้ายคำ ยกให้คุณอาหมอค่ะ ฝ้ายคำฟังไม่รู้เรื่อง”

“ตกลงจ้ะ อาหมอจะรับไว้ อีกหน่อยรู้เรื่องแล้ว ต้องมาเอาคืนนะ” คุณหมอเขตบุญหยอกล้อหลานสาว

“พอปฏิบัติไปได้เดือนหนึ่ง ก็เกิดเป็นโรคตา น้ำตาไหลออกมาสองข้างตลอดเวลา หมอใจบุญก็รีบปรุงยาถวาย แต่ยานี่จะต้องนอนแล้วหยอดลงทางจมูกจึงจะหาย”

“คุณอาหมอให้ฝ้ายคำหยอดทางไหนคะ” ฝ้ายคำรีบถาม

“ยาของหนูหยอดที่หัวตาเลยจ้ะ” คุณหมอเขตบุญบอก

“แล้วเขาหายมั้ยคะ คุณแม่” ฝ้ายคำหันไปถามนนทรี

“เขาไม่หายจ้ะ เพราะเขานั่งหยอด ไม่ได้นอนหยอด เขานอนไม่ได้ เพราะเขาได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่นอน”

         “เปลี่ยนใจก็ได้” ฝ้ายคำไม่ยอมแพ้


 
  Admin หัวข้อเรื่อง : 0096-1 (No. 4)
ผู้ลงบทความ : admin สถานะ : ผู้ดูแล

20/09/2006 - 10:46
  แจ้งมีคำผิด  Delete
 

  Admin

“ท่านไม่เปลี่ยนใจหรอกจ้ะ พอคุณหมอมาถามท่าน ก็ว่ายังไม่หาย คุณหมอแปลกใจมาก เพราะเขาปรุงยามาดีควรจะหาย รีบไปดูที่กุฏิ เห็นมีแต่ที่นั่งกับที่เดินจงกรม ไม่มีที่นอน ก็เลยบอกว่า

พระคุณเจ้า ท่านไม่ได้นอนหยอดยา จึงไม่หาย การปฏิบัติธรรมนั้น เมื่อร่างกายยังอยู่ ท่านย่อมสามารถทำได้ ถ้าร่างกายไม่มีเสียแล้ว ท่านจะปฏิบัติธรรมได้อย่างไร ขอให้รักษาร่างกายไว้ก่อน

ท่านก็ตอบว่า ขอเวลาปรึกษากันดูก่อน”

“ปรึกษากับใคร” คุณหมอเขตบุญฉงน

“ก็ปรึกษากับกายกับจิตของท่านเองนั่นแหละ ว่าจะเห็นแก่ตาสองข้าง หรือจะเห็นแก่พุทธศาสนา นึกถึงปณิธานที่ตั้งไว้ว่าจะไม่นอนในพรรษา ไม่อยากเสียความตั้งใจ จะตาแตกก็ยอม”

“เฮ้อ” คุณหมอเขตบุญถอนใจ

“ก็เลยตาบอดเลย” ฝ้ายคำเล่าแทนคุณแม่

“ใช่ คืนนั้นท่านก็บำเพ็ญหนักเลย หมอบอกว่า ถ้าไม่นอนหยอด ก็รักษาไม่ได้ ตั้งแต่นี้ไปท่านอย่าบอกใครว่าเราเป็นหมอรักษาท่าน เราก็จะไม่พูดกับใครเหมือนกันว่าได้ปรุงยาให้ท่าน”

“ทำไมล่ะคะ คุณแม่”

“หมอเขากลัวเสียชื่อน่ะ ว่ารักษาไม่หาย” คุณหมอ เขตบุญตอบแทนนนทรี

“คืนนั้นท่านบำเพ็ญเพียรจนตีสอง ดวงตาก็บอด แต่ก็พร้อมๆ กับที่ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์”

“โอ้ อย่างนั้นเชียว แสดงว่าตั้งใจมาก” คุณหมอ เขตบุญนิยม




 
  Admin หัวข้อเรื่อง : 0096-1 (No. 5)
ผู้ลงบทความ : admin สถานะ : ผู้ดูแล

20/09/2006 - 10:46
  แจ้งมีคำผิด  Delete
 

หัวข้อเรื่อง : 0096-1 | ตอบ : 10 | เลขหน้า : 1 ถึง 1 | 2


  เพิ่มข้อความในหัวข้อรวม : พระจักขุบาล ดูหัวข้อเรื่องทั้งหมดในเล่มนี้