ตอนที่ 13 ข่มขืนลูกสะใภ้ งูไชร่าง
2026-06-07 09:58:25 - mindcyber
พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ
พ่อสามี ล่วงเกิน ลูกสะใภ้ ไม่สนใจ เรื่องศีลธรรม ดั่งคนบ้า
ไม่ขจัด ความคิด อันชั่วช้า อเวจีนี้หนา ชำระบาปนาน
พุทธะจี้กง : ช่างน่าเศร้าใจนัก! คนบนโลกโลกีย์นี้ ตลอดทั้งวันใช้ชีวิตผ่านไปอย่างโง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วคนเกิดมาเพื่ออะไร มุ่งแสวงหาแต่ความสุขอันแสนสั้นที่ไม่รีจังยั่งยืน เช่นนี้ทำให้เรารู้สึกทอดถอนใจ ยังมีคนอีกประเภทหนึ่งที่ตลอดชีวิตมัวเมาอยู่กับกามตัณหา ตลอดทั้งวันคิดถึงแต่เรื่องกามลามกเท่านั้น แล้วยังมีคนอีกประเภทหนึ่งที่มีจิตพิศวาสลูกสะใภ้ในบ้านของตัวเอง ในใจครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถครอบครองลูกสะใภ้ได้อย่างสบายๆ แม้แต่คำพูดคำจาที่พูดออกมายังสอดแทรกคำหยาบช้าลามกที่กระตุ้นความกำหนัด พฤติกรรมและจิตใจที่สกปรกเช่นนี้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งนรกอเวจี ต้องจมสู่อเวจีอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นชาวโลกที่ฝ่าฝืนทำผิดควรรีบสำนึกขอขมากรรมและไม่ทำผิดซ้ำอีก ประพฤติตนเป็นคนใหม่ก็ยังคงพอมีความหวัง แต่ถ้าหากยังไม่รู้ความผิดของตัวเองและไม่รีบสำนึกผิดก็จะต้องตกนรกอเวจีตลอดกาลไม่มีวันได้ออกมา ถึงแม้ว่าจะขอหยุดพักแม้เพียงชั่วขณะก็ยังเป็นไปไม่ได้เลย ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)
ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์
พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ
ชิวเซิง : ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วครับ ขอเชิญพระอาจารย์ออกเดินทางได้ (ระหว่างทางเห็นละอองแสงเป็นจุดๆเปล่งแสงระยิบระยับ มีจุดสีแดง จุดสีขาว จุดสีคราม จุดสีเขียว จุดสีดำ จุดสีเหลือง และละอองแสงสีอื่นๆ จุดแสงยังแตกกระจายสว่างโชติช่วง มีทั้งเส้นตรง เส้นกระจาย และเส้นแสงที่ไม่เป็นระเบียบ ชั่วแวบเดียวก็ใหญ่ขึ้นราวกับเขาพระสุเมรุ แล้วบางครั้งก็เหมือนกับเล็กกระจิริด ฉากที่งดงามอลังการเช่นนี้ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร? หลังจากนั้นก็มีลมหนาวพัดโชยมาเบาๆเป็นระยะๆ ไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เสียงโศกเศร้าครวญครางดังมาจากที่ไกลๆ ภายในใจเกิดความเศร้าโดยไม่รู้ตัว อัตราความเร็วในการเดินทางเหมือนกับจะช้าลงแล้ว เบื้องหน้าเห็นผืนทะเลใหญ่ แต่เพราะเหตุใดบริเวณรอบๆทั้งหมดถึงเป็นหิมะ? ต้นไม้น้ำแข็งที่ขึ้นอยู่บนฝั่งหิมะเป็นต้นไม้เล็กๆที่ไม่โตมาก คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อสัมผัสโดนต้นไม้ที่หนาวเย็นเหล่านี้ ต้นไม้จะเจริญเติบโตงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งต้นผลิใบออกผลเป็นหิมะและน้ำแข็ง ต้นไม้เหล่านี้เหมือนกับต้นไม้ที่อยู่บนโลกมนุษย์แต่สีสันนั้นแตกต่างกัน ในทะเลหิมะแห่งนี้มีผู้คนมากมายกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง เดี๋ยวก็จมเดี๋ยวก็ลอย แต่เพราะเหตุใดถึงได้มีงูที่เกิดจากหิมะชอนไชที่หู ตา และอวัยวะเพศของชายหญิงเหล่านั้น? บางครั้งไชเข้าไปในตาแล้วเลื้อยออกมาทางปาก เปลี่ยนเป็นเลื้อยเข้าไปในหูแล้วไชออกมาที่อวัยวะเพศ บางครั้งไชเข้าไปในอวัยวะเพศแล้วเลื้อยออกมาจากปาก เปลี่ยนเป็นเลื้อยเข้าไปในหูแล้วไชออกมาทางตา ทางจมูก กลับไปกลับมาเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ใช่แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น บางครั้งงูหิมะก็พ่นเกล็ดหิมะออกมาทำให้ชายหญิงเหล่านั้นแข็งจนกลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งแล้วก็เอาโยนขึ้นฝั่ง ถูกหมาทองแดงที่อยู่บนฝั่งฉีกกัดจนเป็นชิ้นๆ สุดท้ายก็พ่นไฟที่คุโชนออกมาจากปาก เผาไหม้มนุษย์น้ำแข็งให้ฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิม แล้วบังคับให้กระโดดลงไปในทะเลหิมะอีกครั้ง ชายหญิงบางส่วนที่อยู่ห่างจากริมฝั่งไม่มากนัก อยากจะกลับขึ้นฝั่ง ไม่นานก็ถูกหมาทองแดงไล่กวด บางทีก็ถูกยักษ์กลุ่มหนึ่งเข้ามารุมล้อมแล้วใช้เหล็กง่ามเสียบร่าง บางทียักษ์ก็จับชายหญิงเหล่านั้นโยนขึ้นกลางอากาศแล้วรับด้วยเหล็กง่าม บางทีก็ใช้เหล็กง่ามเสียบไปที่อวัยวะเพศของชายหญิงเหล่านั้นจนกระทั่งเลือดไหลเกือบหมดตัวถึงจะยอมหยุด ความทารุณโหดเหี้ยมต่างๆเหล่านี้ทำให้รู้สึกเศร้าใจจริงๆ)
พุทธะจี้กง : เบื้องหน้านั่นท่านเซียนกวนและขุนพลทั้งสองรอคอยพวกเราอยู่นานแล้ว ศิษย์เรารีบเข้าไปแสดงความคารวะเร็ว
ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง
เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี น้อมรับพระบาทท่านพุทธะจี้กง
พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนถ่อมตนไปแล้ว
ชิวเซิง : อยากทราบว่าทำไมที่นี่ถึงได้มีทะเล? แล้วอุณหภูมิของน้ำในทะเลก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับอุณหภูมิที่อยู่บนฝั่ง?
เซียนกวน : นั่นเอาไว้สำหรับใช้ลงโทษชาวโลกที่ตัณหาจัด มักมากในกามอยู่เสมอไม่ขาด รวมถึงผู้ที่ละเมิดหลักคุณสัมพันธ์* ไม่ว่าจะเป็นคนร่ำรวย สูงศักดิ์ ยากจน ต่ำต้อย หรือว่าผู้ชาย ผู้หญิง ขุนนางข้าราชการ ประชาชนคนทั่วไป หลังจากที่ตายแล้วและผ่านการลงโทษในนรกขุมต่างๆจนครบกำหนดวาระก็จะถูกส่งตัวมาที่นี่ก่อน ใช้น้ำแข็งแช่แข็งเพื่อขจัดตัณหาราคะของวิญญาณบาปแล้วจึงคุมตัวส่งไปให้คุกไฟที่ร้อนแรง (*หลักคุณสัมพันธ์ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมท้ายเล่ม)
ชิวเซิง : ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง เกิดเป็นคนต้องรู้จักควบคุมตัวเองอยู่ทุกขณะ ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับอยู่ตลอดเวลาจึงจะถูกต้อง จริงดั่งที่ท่านเจิงจื่อกล่าวว่า “สิบตาที่มองมา สิบมือที่ชี้มา เข้มงวดนักแล”
เซียนกวน : พูดได้ดี !
ชิวเซิง : (มองตามมือที่ชี้ไป เห็นยักษ์นำผู้เฒ่าคนหนึ่งขึ้นมาบนฝั่ง)
เซียนกวน : ท่านเมธี นี่คือคนที่ใช้กำลังขืนใจลูกสะใภ้ ท่านเตรียมถามปัญหาเถอะ
ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าชื่อแซ่อะไร? ตอนที่มีชีวิตอยู่ทำเรื่องอะไรไว้? ทำไมถึงได้ตกนรกอเวจี?
วิญญาณบาป : ตาเฒ่าหนาวเหลือเกิน ไม่มีเรี่ยวแรงตอบคำถามเธอหรอก
พุทธะจี้กง : นี่ยาไล่ความหนาวและน้ำอมฤต ดื่มซะสิ
วิญญาณบาป : รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาแล้ว ตาเฒ่าแซ่จาง ตอนที่มีชีวิตอยู่นับได้ว่าครอบครัวร่ำรวย มีลูกชายหนึ่งคนกับลูกสาวอีกสองคน ลูกๆแต่ละคนต่างก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้ว จึงมีเพียงฉัน ยายเฒ่า ลูกชาย และลูกสะใภ้ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เพราะว่าลูกสะใภ้เป็นคนที่สวยมาก ฉันจึงหาโอกาสเข้าไปใกล้ชิดลูกสะใภ้บ่อยๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกชายไม่อยู่บ้าน ยายเฒ่าก็ออกไปข้างนอก ในบ้านมีเพียงฉันกับลูกสะใภ้สองคน ฉันคิดว่านี่เป็นโอกาสแล้ว จึงฉวยโอกาสนี้เข้าไปในห้องของลูกสะใภ้ พอดีลูกสะใภ้เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จยังไม่ทันได้สวมเสื้อชั้นนอก ฉันก็เข้าไปข่มขืน หลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นแล้วลูกสะใภ้กลัวจะอับอายขายหน้าจึงไม่กล้าพูดมาก ก็เพราะเป็นเช่นนี้ฉันเลยยิ่งได้ใจและทำจนกลายเป็นความเคยชิน สุดท้ายในขณะที่ล่วงประเวณีกับลูกสะใภ้ก็เกิดอาการอ่อนเพลียหมดกำลังแล้วตาย เมื่อมาถึงยมโลกก็ถูกพิพากษาให้รับโทษในนรกเจาะใจ นรกควักตับ นรกลากไส้ นรกเย็นเยือก เมื่อรับโทษจนครบหมดแล้วก็ถูกนำตัวมายังสถานที่ๆปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งแห่งนี้ ถูกผลักลงไปในทะเลน้ำแข็งและถูกงูน้ำแข็งชอนไชเข้าไปในร่างกายอยู่เสมอๆ ทุกข์ทรมานจนไม่อาจทนได้ คนที่อยู่ในสถานที่นี้เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่มี ทุกข์ทรมานจริงๆ
ชิวเซิง : ที่แท้ตอนที่มีชีวิตอยู่ข่มขืนลูกสะใภ้ แต่กลับไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ทั้งเทพและคนต่างก็รู้สึกไม่พอใจ ทำให้ฉันรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาจริงๆ ท่านแก่ แต่ “แก่ตัณหากลับ” ท่านทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน?
เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านด้านนอก (คณะผู้เดินทางเดินออกไปข้างนอก)
ชิวเซิง : (ท่านเซียนกวนพามาที่ตึกใหญ่หลังหนึ่ง ด้านนอกสร้างขึ้นจากเหล็กและทองแดงบริสุทธิ์ รอบด้านโอบล้อมด้วยไฟรอบทิศทาง เมื่อเข้ามาด้านใน คล้ายดั่งตำหนักสุขภาพในพระราชวังต้องห้าม)
เซียนกวน : ทุกท่านเชิญนั่ง
ชิวเซิง : (ทอดตามองไป แลเห็นที่นั่งมากมาย เลือกนั่งที่นั่งที่อยู่ด้านในสุด ที่นั่งแต่ละที่มีน้ำชา ผลไม้ และเค้กวางอยู่ด้านหน้า)
เซียนกวน : ทุกท่านเชิญดื่มชาและทานของว่างก่อน
ชิวเซิง : (ชานี้รสหวานชุ่มคอทั้งยังมีกลิ่นหอมหน่อยๆ ส่วนผลไม้นี้ก็ผลโตเหมือนแตงโม) ท่านเซียนกวนครับ ผลไม้นี้มันคือผลไม้อะไร?
เซียนกวน : นี่คือผลผันเถาของยมโลก เทียบกับของสวรรค์แล้วไม่แตกต่างกันมาก (ผันเถาคือผลท้อชนิดหนึ่ง ผลกลมแบนมีน้ำมาก)
ชิวเซิง : งั้นจะต้องเป็นผลไม้ประเภทที่กลายพันธุ์แน่ เค้กนี่กินอร่อยชุ่มคอ ผลไม้ก็หวานมาก
เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านเดินเข้าไปข้างในต่อ
ชิวเซิง : (ด้านในมีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยี และยังมีจานดูดจำนวนมาก ที่ปลายสายของจานดูดเหล่านี้มีที่นั่งมากมาย ต่างคนต่างนั่งลง จานดูดลอยขึ้นมาอยู่บนหัวแล้วครอบลงมาเหมือนหมวก ต่อจากนั้นเบื้องหน้าก็ปรากฏภาพกบ ปลา วัวนม 300 ครั้ง แล้วปรากฏภาพหญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์ถูกคนอื่นข่มขืนกลับไปกลับมาเช่นนี้ 1000 ครั้ง จึงปรากฏภาพของหญิงสาวที่ยากจนสวมใส่เสื้อผ้าบางๆเร่ขอทานตามที่ต่างๆ ภาพหมดเพียงเท่านี้ แล้วที่ครอบหัวก็เคลื่อนที่ออกมาเองโดยอัตโนมัติ)
เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านออกไปด้านนอก
พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว สมควรกลับแล้ว
เซียนกวน : น้อมส่งพุทธะจี้กงและท่านเมธี
ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก
พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อครู่นี้ตอนที่ดื่มชาเจ้านั่งอยู่ตำแหน่งไหน?
ชิวเซิง : ไม่ใช่ว่าที่นั่งตรงนั้นเป็นที่ๆไม่มีใครอยากจะนั่งหรอกหรือครับ?
พุทธะจี้กง : ที่นั่งตรงนั้นคือที่นั่งที่สงวนไว้ให้องค์ศาสดาแห่งยมโลกพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เจ้าควรรู้ว่าที่นั่งส่วนในสุดทั้งหมดนั้นเป็นที่นั่งของเจ้าบ้าน ที่นั่งที่อยู่ส่วนนอกนั่นต่างหากถึงจะเป็นที่นั่งของแขก
ชิวเซิง : ที่นั่งของแขกกับเจ้าบ้านมีขนาดเท่ากัน ไม่เห็นว่าจะแตกต่างกันเท่าไหร่นี่ครับ
พุทธะจี้กง : ช่างมันเถอะ! อาจารย์เป็นบัณฑิตที่เจอกับทหาร พูดเรื่องหลักเหตุผลไปทหารก็ฟังไม่เข้าใจ
ชิวเซิง : พูดถึงหลักเหตุผล ศิษย์ก็อยากถามท่านกลับถึงเรื่องหลักเหตุผลเหมือนกันว่าท่านพาศิษย์มาเที่ยวสถานที่ๆหนาวเย็น แต่กลับปล่อยให้ศิษย์เผชิญกับลมหนาวสิบกว่าวัน ไม่ทราบว่าควรพูดถึงหลักเหตุผลข้อไหนครับ?
พุทธะจี้กง : ตาเฒ่าน้อยนี่คือกายสังขารที่ไม่แข็งแรงของเจ้า มาตำหนิสงฆ์เฒ่าได้อย่างไร อาจารย์ให้น้ำมันไล่ลมเจ้าเอาไว้ทาถู ดื่มน้ำอมฤตนี่ซะหน่อย (พลางใช้พัดตบเบาๆไปที่ตัวของชิวเซิง)
ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ ศิษย์เพียงแค่พูดเล่นกับท่านเท่านั้น ท่านอย่าได้ตำหนิตัวเองเลยครับ
พุทธะจี้กง : เห็นทีว่าอาจารย์จะเจอกับทหารกะล่อนเข้าซะแล้ว ช่างเถอะ! ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว วิญญาณจงกลับเข้าร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์