ตอนที่ 18 บังคับให้คนเป็นโสเภณี ลงโทษด้วยเสาร้อน
2026-06-07 10:01:57 - mindcyber
พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ
ใช้คำหวานไพเราะล่อลวงคน เสนาะล้นผูกอาฆาตก่อกรรมเข็ญ
ลวงคนด้วยคำหวานหูก่อกรรมเวร สร้างกรรมเหตุให้รับทุกข์เผาเพลิงไฟ
บาปกรรมชั่วที่ทำไว้ไม่รู้สึก ไม่สำนึกขอขมาเปลี่ยนแก้ไข
โทษสูงสุด*ในแดนนรกไซร้ ทุกข์ร่ำไปต้องร้องไห้เศร้าโศกา
(*โทษสูงสุดในนรกคือตกอเวจี)
พุทธะจี้กง : ชาวโลกมักจะชอบฟังคำหวานไพเราะ คิดว่าคำหวานไพเราะเป็นคำจริง เพราะคำหวานประโยคเดียวทำให้ตลอดชีวิตตกอยู่ในความลุ่มหลง เพราะคำหวานประโยคเดียวทำให้กลายเป็นคนเลอะเลือนไปตลอดชาติ ถึงแม้ว่าบนโลกนี้จะมีคนอยู่มากมายหลายประเภท แต่ทว่าทุกคนกลับชอบฟังคำพูดที่ดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่ประจบประแจง คิดว่าคนที่พูดจาประจบประแจงก็คือคนที่รู้ใจ แต่ในคำหวานไพเราะนั้นมักจะแฝงไว้ด้วยกับดักหลุมพรางมากมาย เมื่อตกหลุมพรางไปแล้วก็ยากที่จะสามารถหลุดออกมาได้ ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เมื่อ 18 ปีก่อน ที่ภาคกลางของไต้หวันมีชายคนหนึ่งแซ่สวี นายสวีคนนี้ตลอดชีวิตชอบเที่ยวหาความสำราญ มักจะเข้าๆออกๆสถานบันเทิงอยู่บ่อยๆ คนๆนี้ไม่มีความสามารถอะไรซักอย่าง เก่งแต่พูดคำหวาน มีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกนายสวีหลอก มีอยู่วันหนึ่ง นายสวีเดินเตร็ดเตร่จนกระทั่งไปถึงดิสโก้เทคแห่งหนึ่งและได้พบกับเด็กสาวแซ่สวี่ นายสวีเห็นว่าเด็กสาวแซ่สวี่มีรูปโฉมที่งดงามมากจึงเข้าไปพูดคุยสนทนา ใช้ความสามารถในการพูด พูดจนคนฟังเคลิบเคลิ้ม วันนั้นนายสวีได้เชิญเด็กสาวแซ่สวี่ไปที่ห้องพัก ใช้วาทศิลป์ล่อลวงกามของเด็กสาว ต่อมาวันหนึ่งนายสวีกับเด็กสาวแซ่สวี่ไปสถานบันเทิงด้วยกัน ที่แท้นายสวีเอาเด็กสาวแซ่สวี่ไปขาย ตอนนั้นนายสวีถือเงินออกมาก้อนหนึ่งแล้วเรียกให้เด็กสาวแซ่สวี่ไปช่วยนับเงิน เมื่อเห็นว่าจำนวนเงินถูกต้องไม่ผิดพลาดก็บอกกับเด็กสาวแซ่สวี่ว่า “รออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระก่อน” คิดไม่ถึง! จากนั้นเป็นต้นมานายสวีก็ไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีกเลย น่าสงสารเด็กสาวแซ่สวี่ ถูกเขาหลอกมาขายแล้วยังช่วยเขานับเงินอีก ตัวเองกลับไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตั้งแต่นั้นมาชีวิตและร่างกายของเด็กสาวแซ่สวี่ก็ผ่านไปอย่างเจ็บปวดทรมานกายใจเป็นที่สุด เพียงเพราะถูกคำพูดที่หวานหูหลอกลวงไปชั่วขณะ ทำให้ตัวเองต้องตกอับกลายเป็นหญิงโสเภณี มีชีวิตที่น่าอนาถ แล้วจะไม่ให้รู้สึกเศร้าเสียใจได้อย่าง! พูดถึงนายสวี หลังจากที่นำเงินกลับไปแล้ว ก็ใช้ชีวิตเสพสุขอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ทั้งกิน ดื่ม เที่ยวโสเภณี เล่นการพนัน สุดท้ายก็ติดเชื้อกามโรค ถึงแม้ว่าจะไปหาหมอแต่ก็ไม่สามารถเยียวยารักษาได้ ร่างกายเน่าเฟะ จบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ คดีนี้นรกตัดสินให้ลงโทษด้วยเสาร้อน ภูเขามีด ผลกรรมที่ตอบสนองนั้นไม่มีคลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย เอาล่ะ! ศิษย์เรา วิญญาณเจ้าจงออกมาจากร่างได้แล้ว
ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์
พุทธะจี้กง : รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ
ชิวเซิง : ระหว่างทางมีลมเย็นพัดมาเบาๆ ในหูยังคงได้ยินเสียงร่ำไห้เหมือนเดิมไม่ขาด ทำให้เกิดความเศร้าใจ เห็นแสงสว่างเพียงเล็กน้อย เดี๋ยวก็มืดเดี๋ยวก็สว่าง พื้นดินอยู่เบื้องหน้าแล้ว
พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้าเข้าไปคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองสิ
ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง
เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง
ชิวเซิง : (ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนคนเสียสติ คล้ายกับกำลังหัวเราะแต่ก็เหมือนกับกำลังร้องไห้ ทำให้รู้สึกหวาดผวา ที่แท้มีคนกลุ่มหนึ่งถูกยักษ์ใช้หอกง่ามจี้สกัดจุดหัวเราะเอาไว้ จึงหัวเราะออกมาไม่หยุด และไม่สามารถที่จะหยุดหัวเราะได้ เห็นถึงความน่ากลัวของจุดหัวเราะ มีบางคนหัวเราะจนน้ำลายฟูมปาก บางคนหัวเราะจนกระอักเลือด บางคนหัวเราะจนอาเจียนเอาน้ำย่อยในกระเพาะและลำไส้ออกมา บางคนก็เข้าไปกินสิ่งที่คนอื่นอาเจียนออกมา เห็นแล้วทำให้คลื่นไส้ มองไปอีกด้านหนึ่งดูเหมือนมีคนกำลังเต้นอยู่ ทันใดนั้นพื้นก็ค่อยๆแดงขึ้น แล้วคนที่กำลังเต้นอยู่ก็ใช้ขาทั้งสองข้างกระโดดไม่หยุด และยิ่งกระโดดไวขึ้นไวขึ้น สภาพชุลมุนวุ่นวายเหมือนเป็ดที่หนีการไล่ฆ่า พื้นยิ่งแดงขึ้นๆ จนเท้าของคนที่เต้นเกิดตุ่มพุพองขนาดใหญ่ คนที่เท้าไหม้ไปแล้วก็มีจำนวนไม่น้อย สุดท้ายร่างกายของแต่ละคนก็ทนไม่ไหว ล้มลงไปนอนกับพื้น เนื้อหนังละลายเหนียวติดพื้น กลายเป็นคราบเลือดสกปรก ควันสีฟ้าฟุ้งกระจายออกไป เหม็นไหม้ไปทั่ว กระดูกกลายเป็นเถ้าธุลีด้วยอุณหภูมิความร้อนสูง และระเหยกลายเป็นไอลอยเข้าไปในสระบัวแล้วหยดลงในกระโถน จากนั้นก็กลายร่างเป็นคนแล้วถูกยักษ์ควบคุมตัวอีกครั้ง พวกเขาถูกยักษ์ตบด้วยฝ่ามือ ถูกหอกง่ามและกระบองทุบตีที่หัวใจ ทันใดนั้นก็มีอินทรีเหล็กหลายตัวพ่นเปลวไฟออกมาใส่ทุกคน ทำให้ขนและผมไหม้เกรียมหมด แล้วอินทรีเหล็กก็แย่งกันจิกกินลูกตาของพวกเขาเป็นอาหาร ยังมีหมาทองแดงตัวหนึ่ง เล็บและฟันของมันคมมาก มันกระโจนเข้าใส่ร่างของคนเหล่านั้น ตะกุยตะกายอย่างบ้าคลั่งแล้วกัดหูจนขาด จากนั้นก็มีงูหินตัวยาวเข้ามาพันรัดตัว เดี๋ยวก็กัดมือและเท้า เดี๋ยวก็ชอนไชเข้าไปในตา ปาก จมูก หู ได้ยินแต่เสียงกรีดร้องจนแสบแก้วหูเป็นระยะๆ ในที่สุดก็สะอึกสะอื้นเป็นเสียงแหบต่ำ ร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง ถึงตอนนี้นักโทษเหล่านั้นก็ถูกจัดการจนหมดแรงเป็นอัมพาต ไม่รู้จะทำอย่างไร! ช่างทุกข์ทรมาน!)
เซียนกวน : คืนนี้ท่านเมธีจะสัมภาษณ์ใครดี?
ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนโปรดชี้แนะ ไม่ทราบว่าคนเหล่านี้ทำบาปกรรมอะไรจึงถูกลงโทษเช่นนี้?
เซียนกวน : คนเหล่านี้เมื่อตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่เป็นคนปากหวาน พูดคำอันเป็นเท็จ เห็นการหลอกลวงคนอื่นเป็นความสุข ล่อลวงผู้หญิงไปค้ากาม รายละเอียดต่างๆในนั้นใช้เวลามากกว่าหนึ่งกัปก็ยังพูดได้ไม่หมด
ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นนำคนที่อยู่ตรงกลางนั่นมาสัมภาษณ์ได้หรือไม่? (ทันใดนั้นขุนพลทั้งสองก็ควบคุมตัววิญญาณบาปเข้ามา)
ขุนพล : เรียนท่านเซียนกวน นำตัววิญญาณบาปมาแล้วครับ
เซียนกวน : ท่านเมธีเชิญสัมภาษณ์ได้เต็มที่
ชิวเซิง : ท่านเป็นคนที่ไหน? ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ทำอะไร? ทำไมถึงได้ตกนรกอเวจี? โปรดเล่าออกมาให้ชัดเจน
วิญญาณบาป : ฉันแซ่จัง ชาติที่แล้วเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย เพราะว่าฉันถูกเลี้ยงอย่างตามใจมาตั้งแต่เด็กจึงมีนิสัยขี้เกียจสันหลังยาวรักความสบาย และเป็นเพราะว่าฉันมีชีวิตที่ร่ำรวยจึงติดนิสัยชอบเสพกาม และมักจะไปเที่ยวซ่องโสเภณีอยู่บ่อยๆ ฉันเป็นคนพูดเก่ง ทุกครั้งที่พูดอะไรไม่มีใครที่จะไม่คล้อยตาม ถึงแม้บางคนจะรู้อยู่แก่ใจว่าฉันเป็นคนปากหวาน แต่กลับไม่มีใครสามารถปฏิเสธต่อต้านได้ ฉันมักจะหลอกลวงเด็กสาวผู้ไม่รู้ประสีประสาให้ติดกับแล้วลักพาตัว อันดับแรกฉันจะแสวงหาความสุขในกามจากเด็กสาวเหล่านั้นก่อน พอเบื่อก็ขายเข้าซ่องโสเภณี เป็นเพราะได้เด็กสาวเหล่านั้นมาอย่างง่ายๆ นานวันเข้าก็กลายเป็นพ่อค้าค้าผู้หญิง บังคับผู้หญิงให้เป็นโสเภณี เพราะในบั้นปลายของชีวิตติดเชื้อกามโรคเลยซี้ม่องเท่ง หลังจากที่ตายแล้ว พญายมตัดสินให้รับโทษในนรกฝ่ามือตบ นรกเจาะใจ นรกสาวไส้ นรกตัดแขนขา นรกรถบด และเพิ่งมารับโทษที่นี่เมื่อไม่นานมานี้
ชิวเซิง : ตัวท่านสกปรกไปหมดทั้งตัว หน้าตาน่าขยะแขยง ท่านควรจะตั้งใจสำนึกขอขมากรรมอย่างจริงใจจึงจะถูกต้อง หากตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่รู้จักพุทธนามอยู่บ้าง ควรระลึกถึงพุทธนาม ตั้งใจสวดท่อง พุทธรังสีก็จะปกปักคุ้มครอง
วิญญาณบาป : ฉันจะจดจำไว้ในใจและสำนึกขอขมากรรมแก้ไขความผิด หวังว่าชาวโลกจะไม่เจริญรอยตามแบบฉัน ที่นี่ทุกข์ทรมานจริงๆ
พุทธะจี้กง : ดึกแล้วกลับกันเถอะ
ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ
เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธีชิว
พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์