ตอนที่ 19 มโนกรรมไม่บริสุทธิ์ เกิดความวิบัติ
2026-06-07 10:02:25 - mindcyber
พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ
มองสาวงามเกิดจิตลามกคิดเลยเถิด มโนกรรมเกิด นานวันบาปลึกถลำ
ผิดจริยะอย่าได้คิดจิตต้องจำ ไม่ตกต่ำ สู่อเวจี ทุกข์อันตรธาน
พุทธะจี้กง : จิตใจของคนบนโลกโลกีย์นี้ไม่เหมือนเก่า ศีลธรรมจรรยาตกต่ำเสื่อมทราม สูญเสียจารีตประเพณีโบราณอันดีงาม คนที่จิตใจร้อนรุ่มด้วยเพลิงไฟแห่งกามตัณหามีอยู่ทั่วไปทั่วทุกๆที่ ไม่มีเวลาไหนที่จะไม่เกิดความคิดลามก ทำให้รู้สึกทอดถอนใจเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดโลกมนุษย์ก็กลายเป็นสรวงสวรรค์ของคนถ่อย ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนอยู่ตลอดเวลา กลางวันอยู่อย่างหวาดกลัว กลางคืนก็อยู่อย่างหวาดผวา ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข แล้วจะไม่ทำให้คนรู้สึกเศร้าใจได้อย่างไร คนมากมายเมื่อเห็นสาวงามก็เหลียวมองอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในใจเกิดความคิดลามกร้อนรุ่มด้วยไฟแห่งตัณหาราคะ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าผิดศีลข้อที่สามกาเมสุมิจฉาจารในศาสนาพุทธแล้ว ที่เรียกว่า “ผิดจริยะไม่คิด” เพราะตามองรูป รูปเข้าสู่จิตใจ เมื่อปลูกฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกก็จะทำให้เกิดความคิดลามกผุดขึ้นมาบ่อยๆ หากเป็นเพียงแค่ความคิดก็ต้องลงโทษตามความผิดโทษฐานละเมิดศีลกาเมระดับที่หนึ่ง ถ้าหากใช้กายไปทำเรื่องที่ผิดประเวณีอีก ก็เพิ่มโทษเป็นระดับที่สอง หากใช้กำลังคุกคามบังคับข่มขืน ใช้ความรุนแรงระบายความใคร่ ก็เพิ่มโทษเป็นความผิดระดับที่สาม ดังนั้นจะเห็นได้ว่าบาปกรรมจากการประพฤติผิดในกามเป็นสิ่งที่น่ากลัว คำลวงของชาวโลกกล่าวว่า “ถึงแม้ใจจะคิดเรื่องลามก แต่กายไม่ได้ทำเรื่องลามก แล้วจะบาปได้อย่างไร?” ควรรู้ว่าเมื่อคิดเรื่องลามกนานวันเข้าก็จะกลายเป็นจินตนาการเพ้อฝัน บ่มเพาะจินตนาการเพ้อฝันเหล่านี้ไว้ในส่วนลึกของวิญญาณก็เหมือนดั่งระเบิดเวลาที่กำลังนับเวลาถอยหลัง จะระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นขอเพียงยึดมั่นในคำสอนที่ว่า “สิ่งใดผิดจริยะไม่มอง สิ่งใดผิดจริยะไม่ทำ” นอกจากนี้ให้เพิ่ม “สิ่งใดผิดจริยะไม่คิด” เข้าไปอีกหนึ่งข้อ ก็จะสามารถควบคุมการเกิดกามตัณหาได้ และยังต้องระมัดระวังเรื่องการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆในปัจจุบันด้วย เพราะข้อมูลจากสื่อต่างๆเหล่านี้ทำลายจิตใจคนให้ตกต่ำเสื่อมทรามลงได้ง่ายๆ ดังนั้นการส่งต่อข้อมูลหรือสื่อต่างๆให้ใคร จะต้องคัดเลือกด้วยความระมัดระวังอย่างละเอียดรอบคอบ จะได้ไม่ต้องแปดเปื้อนความเคยชินที่ไม่ดีในเรื่องกามโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นการเพิ่มปัญหาโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อชาวโลกเกิดความคิดลามกขึ้นก็มักจะคิดจินตนาการเพ้อฝัน ตลอดเวลาในหัวสมองเต็มไปด้วยความคิดที่ไม่ถูกต้อง คิดแต่ว่าจะไปคุกคามเพศตรงข้ามและระบายความกำหนัดอย่างไร คนเช่นนี้ไม่เพียงไม่รู้ว่าตัวเองมีบาปกรรมเต็มตัว ยังกลับรู้สึกยินดีมีความภาคภูมิใจ เพราะในความคิดของคนที่เขลาหลงคิดว่าตัวเองมีเพศสัมพันธ์มาแล้วมากมาย ดังนั้นจึงมักจะยิ้มหน้าบานด้วยความยินดีโดยกลั้นไว้ไม่อยู่ นานวันเข้าก็จะสามารถสังเกตเห็นได้จากลักษณะบนใบหน้า ดวงตาทั้งคู่จะปรากฏลักษณะของความหื่นกามออกมา แล้วจะไม่คิดไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งหรอกหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้กำลังบังคับข่มขืนผู้อื่น หลังจากที่ตายแล้วจะต้องตกนรกอเวจีรับการลงโทษที่ทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด ไม่มีวันได้ออกมา ไม่อาจได้หยุดพักแม้เพียงเสี้ยววินาที เอาล่ะ! ศิษย์เราวิญญาณจงออกมา
ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์
พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ
ชิวเซิง : (ระหว่างทางมีลมโชยมาเบาๆ เหมือนอุ่นๆแต่ก็เหมือนเย็นๆ ถึงปากทางสามแพร่งแล้ว) ทำไมถึงมีผู้พิทักษ์นำพาชายหญิงเด็กและคนแก่หลายคนไปที่เส้นทางกลับคืนสู่โลกมนุษย์ล่ะ?
พุทธะจี้กง : นั่นเพราะพวกเขาเจ็บป่วยอาการโคม่าไม่รู้สึกตัว แล้ววิญญาณออกจากร่าง ลงมาสู่ยมโลก เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าอายุขัยยังไม่หมด ยังไม่หมดบุญหมดกรรมบนโลกมนุษย์ ดังนั้นจึงให้ผู้พิทักษ์คุ้มครองวิญญาณกลับไปส่งคืนโลกมนุษย์
ชิวเซิง : ขอบคุณพระอาจารย์ที่ชี้แนะ เบื้องหน้าคือคุกอเวจี เห็นวิญญาณบาปจำนวนหนึ่งถูกลงทัณฑ์ด้วยเครื่องบีบนิ้วลงทัณฑ์อย่างหนักจนร้องสะอึกสะอื้นและเกิดอาการเกร็งชัก ถ่ายอุจจาระปัสสาวะเต็มพื้น กลิ่นเหม็นจนต้องปิดจมูก ไม่นานนักนิ้วมือทั้งหมดก็บวมจนเหมือนขนมถ้วยฟู ทำให้รู้สึกทอดถอนใจด้วยความเวทนา ยังมียักษ์ใช้กระบองท่อนใหญ่บีบขนาบที่ขาของนักโทษ ได้ยินแต่เสียงร้องไห้โศกเศร้าอยู่ไม่ขาด อีกด้านหนึ่งก็เห็นหญิงสาวจำนวนหนึ่งถูกผู้ชายบ้ากามกลุ่มหนึ่งนอนทับอยู่ที่พื้น ระบายความใคร่อย่างป่าเถื่อน ฉับพลันหญิงสาวเหล่านั้นก็อันตรธานหายไปในทันที กลายเป็นต้นพืชที่มีหนามเต็มไปหมด วิญญาณบาปถูกหนามแทงจนเป็นรูไปทั้งตัว หนามแทงจนร่างกายฉีกขาดไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่องคชาต สภาพขององคชาตรุ่งริ่งจนแทบจะหลุด เหลือเพียงแค่ผิวหนังบางส่วนที่เชื่อมติดองคชาตเอาไว้ ทันใดนั้นก็มีหนอนชอนไชไปไชมา สีหน้าของวิญญาณบาปมีลักษณะของความทุกข์ทรมานปรากฏออกมาดูเหมือนจะคันมาก พอใช้มือเกาตรงจุดที่คัน ก็มีเสียงหล่นดัง “ตุ๊บ” ขึ้นทันที องคชาตขาดซ่ะแล้ว สิงโตหินที่อยู่ด้านข้างมองเห็นก็อ้าปากแลบลิ้น ยื่นกรงเล็บไปคว้าองคชาตของวิญญาณบาปกินลงท้อง สิงโตหินนั้นท่าทางมีความสุขมากมีกำลังวังชากระฉับกระเฉง ตาจ้องเขม็งไปที่เหยื่อ ส่วนเลือดของวิญญาณบาปที่ไหลหยดออกมาก็กลายสภาพเป็นวัตถุทรงกลมในทันใด วัตถุทรงกลมนี้มีขนเป็นเข็มแข็งๆทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีหัวและขางอกออกมาอีกมากมายดูคล้ายกับแมงมุม พวกมันกระโจนเข้าใส่ร่างของวิญญาณบาปแล้วกลิ้งไปด้วยกัน เห็นวิญญาณบาปทุกข์ทรมานผิดปกติ ตัวขดงอเปลี่ยนรูปไป ที่ๆตัวประหลาดกลิ้งผ่านก็เกิดหนอนแมลงวันออกมา เหมือนกับขีดเส้นยาวๆลงบนพื้นแล้วลายเส้นนั้นดิ้นกระดุกกระดิกได้ มองไปอีกด้านหนึ่งกลางเวหามีหงส์ไฟบินลงมา รูปลักษณ์ภายนอกดูงดงาม แต่ไฟลุกท่วมไปทั้งตัว ที่ๆหงส์ไฟบินผ่านไม่มีที่ไหนที่จะไม่กลายเป็นทะเลเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตาทั้งสองข้างของหงส์ไฟปล่อยเปลวเพลิงออกมาเปิดทาง ปากก็พ่นบอลเพลิงออกมาโจมตีร่างของวิญญาณบาป ทำให้วิญญาณบาปถูกไฟลวกจนเน่าเละและล้มลงกับพื้น ที่พื้นดินก็มีไส้เดือนทองแดงปรากฏออกมา ชอนไชเข้าไปในร่างของวิญญาณบาปที่ล้มลงกับพื้น ทำให้ทุกข์ทรมานจนยากที่จะทนได้
พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมาถึงแล้ว ศิษย์เรา คารวะท่านเซียนกวนสิ
ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง
เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง
ชิวเซิง : เรียนท่านเซียนกวน ไม่ทราบว่าเรียกวิญญาณบาปมาสอบถามดูได้หรือไม่?
เซียนกวน : (ชี้ไปที่วิญญาณบาป) ขุนพลทั้งสองรีบไปนำตัวมา
ขุนพล : นำตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ
ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ท่านทำกรรมใดไว้ถึงได้มาอยู่ที่นี่?
วิญญาณบาป : ฉันแซ่ฉิน ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ชอบไปเที่ยวสถานเริงรมย์บ่อยๆ ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง เพราะว่าชอบทำมือซนกับผู้หญิงในสถานเริงรมย์ซะจนเคยชิน จึงไม่คำนึงถึงจริยะมารยาทระหว่างชายหญิง มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนและตรอกซอยอย่างไม่มีเป้าหมาย เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาไม่เลว ฉันก็มองแล้วมองอีก ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ เป็นเพราะยามปกติก็ไม่รักษาจริยะมารยาทระหว่างชายหญิงอยู่แล้ว เลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติตามความเคยชินจึงเข้าไปโอบกอดผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ถูกหล่อนสลัดจนหลุด ด้วยความโมโหจึงออกหมัดชกแล้วใช้ตีนถีบ หลังจากที่ทำร้ายคนจนบาดเจ็บก็ใช้กำลังเข้าข่มขืน เพราะตอนนั้นดึกสงัดจึงไม่มีคนเห็น คิดว่าสามารถหลบพ้นจากสายตาของผู้คนได้ แต่คิดไม่ถึงเลย เมื่อมาถึงยมโลกแล้ว ภาพต่างๆกลับปรากฏออกมาเป็นฉากๆอย่างชัดเจน เถียงไม่ออก เมื่อรับโทษในนรกขุมต่างๆจนครบกำหนดวาระก็ถูกส่งตัวมาที่นี่ ยิ่งรับโทษหนัก
ชิวเซิง : มาสำนึกผิดเอาตอนนี้ก็ลำบากเสียแล้ว แต่ถึงจะอยู่ในทุคติภูมิถ้าหากสามารถระลึกถึงพุทธนามได้ ก็ยังสามารถอาศัยแรงอธิษฐานให้ไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิได้ เราจะสอนพุทธนามที่สั้นและจำง่ายให้แก่ท่าน โปรดจำไว้ให้ดี “นะโม หมีเล่อฝอ”
วิญญาณบาป : ขอบคุณที่เมตตา
พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ
ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยอำนวยความสะดวก
เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี
พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์