ตอนที่ 20 จริยธรรมและมโนธรรม สองคำนี้มีกันหรือไม่
2026-06-07 10:02:50 - mindcyber
พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ
มีมารยาท สุภาพ มีเมตตา ไม่ไร้ค่า ที่เกิดมาเป็นชายได้
หาก “ปาเต๋อ-ซื่อเหวย” ละทิ้งไป อเวจีรับไว้คนใจดำ
(*ปาเต๋อ-ซื่อเหวย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมท้ายเล่ม)
พุทธะจี้กง : มองดูโลกโลกีย์ในเวลานี้ จิตใจของคนเกิดความหวาดกลัว ถึงแม้จะอยู่ที่บ้านแต่ก็ไม่มีความสงบสุข แท้ที่จริงแล้วสาเหตุอยู่ที่ไหนกัน? นั่นเพราะคนบนโลกนี้มีความเห็นแก่ตัวที่หยั่งรากลึก เลยทำให้ศีลธรรมจรรยาตกต่ำเสื่อมทราม สูญสิ้นเมตตาธรรมและมโนธรรม แต่ละคนต่างก็มีเจตนาที่ไม่ดีแอบแฝง กระบวนการทางความคิดไม่ดีงามเหมือนก่อนเก่า ไม่มีความละอายต่อบาป ก่อเวรสร้างกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะอะไรใจคนถึงได้เป็นเช่นนี้ ทั้งแข็งกระด้าง หยาบคาย ไร้เหตุผล และไม่สามารถควบคุมจิตใจของตัวเองได้ จนกระทั่งสร้างบาปเวรอยู่ไม่ขาดทั้งยังพัวพันถึงผู้บริสุทธิ์ ทำให้เกิดความอัปมงคลต่างๆขึ้นในปัจจุบัน หวังว่าชาวโลกจะรู้ตื่นไม่ตกลงไปในก้นเหวแห่งความชั่วร้าย ไม่ทำลายตัวเองและผู้อื่น รีบสำนึกขอขมากรรม รีบบำเพ็ญปฏิบัติธรรม หากไม่สำนึกผิดแก้ไข นรกอเวจีก็มีส่วนแบ่งให้ในวันข้างหน้า จะต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานอย่างที่สุด ทั้งกระบอง พลอง มีด ดาบ เข็ม ตะปู ค้อน โลหะ นกร้ายและสัตว์ประหลาดต่างๆ หมาทองแดง สิงโตหิน งูเหล็ก อินทรี ไฟ หิน ทองแดง เหล็ก ความหนาวเย็น การลงโทษต่างๆทั้งหมดนี้มีโอกาสได้เสพแต่เพียงผู้เดียว ในเวลานั้นเปลวไฟคุโชนจากด้านบนลงมาถึงด้านล่าง จากด้านล่างพวยพุ่งขึ้นสู่ด้านบน สี่ทิศบนล่างครบทุกด้านเช่นนี้ ไม่ว่าจะหนึ่งคนหรือหลายคนก็ต้องถูกลงโทษอย่างเต็มที่ด้วยเครื่องทรมานนั้นเช่นกัน หวังว่าชาวโลกจะตื่นตัวระมัดระวังฟังคำของเรา ทางชั่วอย่าได้เดิน รีบกลับตัวกลับใจแก้ไขความผิดในอดีตอย่างถึงที่สุด เอาล่ะ! ศิษย์เรา วิญญาณเจ้าจงออกจากร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์
พุทธะจี้กง : รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ
ชิวเซิง : (บัลลังก์บัวออกเดินทางอย่างมั่นคงไม่โคลงเคลง ระหว่างทางมีแสงระยิบระยับ เขียว เหลือง แดง ขาว สว่างไสวและงดงามเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันคืออะไร? ในบรรดาแสงเหล่านั้นมีส่วนหนึ่งกลายร่างเป็นคน แล้วลงแช่ในสระทิพย์ชำระจิตอย่างสบายใจ นี่เป็นเพราะเหตุใดกัน?)
พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?
ชิวเซิง : ศิษย์เห็นแสงระยิบระยับมากมาย บ้างก็กลายร่างเป็นคน แล้วลงไปในสระทิพย์ชำระจิต ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด?
พุทธะจี้กง : แสงระยิบระยับเหล่านี้คือวิญญาณบุญจากสำนักรวมกุศลในแดนยมโลกที่ออกมาว่ายน้ำเล่น ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏเป็นแสงระยิบระยับ เนื่องจากตอนที่มีชีวิตอยู่บำเพ็ญบ่มเพาะมาไม่เหมือนกัน จึงมีสีต่างๆแตกต่างกัน วิญญาณบุญที่อยู่ในสระทิพย์ตอนนี้ก็คือวิญญาณบุญที่บำเพ็ญสำเร็จและกำลังจะไปสู่สุคติภูมิ คนทั่วไปที่คุณสมบัติยังไม่ถึงก็จะไม่สามารถลงไปในสระทิพย์ได้
ชิวเซิง : ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง (เบื้องหน้าคือนรกขุมที่เก้า ท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองมารอต้อนรับแล้ว)
พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา รีบเข้าไปคารวะ
ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง
เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง เชิญตามพวกเราเข้าไปเที่ยวชมด้านในเถอะ
ชิวเซิง : (ลงสู่คุกอเวจีในชั่วพริบตา ไวซะยิ่งกว่าลงลิฟท์ เบื้องหน้าคือเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่รอบๆวิญญาณบาปจำนวนมาก เปลวไฟลุกโหมอย่างหนัก เผาจนวิญญาณบาปไหม้เละไปทั้งตัว กลายเป็นขี้เถ้า เกิดลมพัดจู่โจมอย่างรุนแรงพัดเอาเถ้ากระดูกที่มีจำนวนมากมายดั่งทรายในแม่น้ำคงคาปลิวฟุ้งขึ้นไปเต็มทั่วในอากาศ ด้านบนมีกลุ่มเมฆหยดลงมาเป็นน้ำฝน ตกใส่เถ้ากระดูก เมื่อเถ้ากระดูกทั้งหลายเจอกับน้ำฝนก็รวมตัวกัน กลิ้งรวมกันเหมือนลูกบอล ยิ่งกลิ้งก็ยิ่งใหญ่ขึ้น แล้วก็กลิ้งตกลงไปในหลุมบ่อ ถูกยางของหญ้าประหลาดทำให้เหนียวติดกัน แล้วก็กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม อีกด้านหนึ่งมีผู้ชายกลุ่มหนึ่งถูกนางยักขิณีฉุดกระชากกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย นางยักขิณีแต่ละนาง บ้างก็สวมใส่ผ้าที่โปร่งบาง บ้างก็ใช้เพียงแค่ใบไม้มาทำกระโปรง ทั่วทั้งตัวมีลักษณะที่เซ็กซี่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศไปหมด พวกนางกำลังฉุดกระชากลากถูวิญญาณบาปชายอย่างไร้ความปรานี แล้วจู่ๆวิญญาณบาปชายก็เกิดอาการหมดกำลังลงอย่างเฉียบพลัน มือเท้าอ่อนแรง ใบหน้าและร่างกายผ่ายผอมลง เหลือเพียงผิวหนังบางๆเพียงชั้นเดียวที่ห่อหุ้มโครงกระดูกไว้ ชายหนุ่มเหล่านั้นถูกดูดน้ำอสุจิและพลังธาตุจนหมดเกลี้ยงในชั่วพริบตา ผิวหนังเหี่ยวย่นกลายเป็นหนังเหี่ยวๆในทันที น่ากลัวมากๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งเห็นวิญญาณบาปถูกตัดมือตัดเท้า เสียงร้องที่แหบแห้งปนความโศกเศร้านั้นเหมือนดั่งเสียงร้องของหมูที่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ยังมีวิญญาณบาปที่ถูกโลหะบินเข้าอย่างจัง ทั้งตัวเน่าเละกระดูกแหลกอย่างฉับพลันและรุนแรง เลือดไหลนองเต็มพื้น ร้องไห้เสียใจสภาพเหมือนดั่งวัวถูกฆ่าน่าเวทนา วิญญาณบาปทั้งหมดในคุกอเวจีต่างก็ร้องไห้ครวญคราง ช่างน่าสงสารยิ่งนัก แล้วจู่ๆกลางเวหาทำไมถึงได้มีฝูงปลากินคนโผล่ออกมาได้นะ? แปลกประหลาดจริงๆ ที่นี่ร้อนขนาดนี้แถมยังไม่มีน้ำ แล้วเหตุใดถึงมีปลาได้ล่ะ? เห็นปลากินคนแหวกว่ายมา ได้กลิ่นคาวเลือด ปลาแต่ละตัวอ้าปากกว้างแล้วก็หุบปากลง ทันใดนั้นก็พุ่งเข้าไปฉีกกัดร่างของวิญญาณบาปเป็นชิ้นๆ ชิ้นเนื้อแต่ละชิ้นถูกกินลงท้อง กิริยาท่าทางในการกินช่างตะกละตะกลามไม่น่าดูเอาซะเลย แค่ชั่วพริบตาเดียววิญญาณบาปก็เหลือแต่กองกระดูก กระดูกยังถูกหมาศิลากัดแทะ หมาศิลาเคลื่อนไหวช้ามาก ส่วนที่เป็นเนื้อถูกเขากินกันจนหมดแล้วหมาศิลาเพิ่งจะมาถึง มาช้าเกินไปซะแล้วครั้งต่อไปต้องมาให้ไวๆหน่อย หมาศิลากัดแทะกระดูกได้เหมือนเครื่องโม่เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว ยังเห็นมีเสาเหล็กต้นหนึ่งขึ้นๆลงๆอยู่ที่กองกระดูกเสียงดัง ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ เหมือนกับตำแป้งทำขนมเต่าแดง แค่เดี๋ยวเดียวก็อัดออกมาเป็นก้อนๆ แต่ละก้อนๆปูดบวมเหมือนเต่าแดงตัวใหญ่ มหัศจรรย์มาก!) ท่านเซียนกวนครับ เมื่อครู่นี้ผู้ชายกลุ่มหนึ่งถูกนางยักขิณีที่เปลือยกายกลุ่มหนึ่งดูดกินพลังธาตุจนหมดเกลี้ยง นั่นเป็นเพราะอะไรกันครับ?
เซียนกวน : ผู้ชายเหล่านั้นตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ชอบเข้าออกสถานเริงรมย์ ไม่เพียงแต่มักมากในกามเท่านั้น ยังชอบฉุดคร่าเด็กสาวมาทำเรื่องลามกอนาจาร ไม่รู้จักสำนึกผิดกลับตัวแก้ไขแล้วยังดื้อรั้นลุ่มหลงยึดติดไม่รู้จักตื่น ด้วยเหตุนี้แรงกรรมจึงชักนำให้นางยักขิณีที่มักมากในกามมาดูดกินน้ำอสุจิของพวกเขา ทำให้ไตของพวกเขาเสื่อม สูญสิ้นพละกำลังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ นี่เป็นผลกรรมตอบสนองที่ชาติก่อนชอบทำเรื่องลามกอนาจารอยู่ไม่ขาด เชิญด้านนอกเถอะ!
ชิวเซิง : (ออกไปนอกคุกได้ไม่ไกลก็เห็น “เครื่องผลักกาลเวลา” ลักษณะภายนอกดูเหมือนกระสวยอวกาศมาก ชั้นแรกเหมือนกับราชวัง เครื่องผลักกาลเวลาสร้างอยู่ด้านบนของตำหนักพอดี) ท่านเซียนกวนครับ เครื่องผลักกาลเวลาเครื่องนี้ “เซียนลี่” ท่านนั้นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบหรือครับ?
เซียนกวน : ทางสวรรค์ทักษิณได้ส่งวิญญาณบุญที่บำเพ็ญจิตญาณในชั้นเซียนจนมีกุศลถึงพร้อมมารับผิดชอบหน้าที่ดูแลที่นี่ ตอนนี้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเซียนลี่ของที่นี่แซ่จู มีนามว่า “หนันอิง”
ชิวเซิง : เซียนลี่ท่านนี้ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่บำเพ็ญปฏิบัติอย่างไร? แล้วมีเหตุปัจจัยเช่นไรถึงได้มีโอกาสรับผิดชอบภาระหน้าที่ที่พิเศษเช่นนี้ ได้อยู่อย่างสันโดษในเขตพื้นที่ๆไม่มีใครมาสนใจ ช่างเงียบสงบ มีความสุข มีอิสระเสรี (ในขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น มีชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่งเดินออกมาจากตำหนัก แต่งตัวแบบฆราวาส ในมือถือพัดขนนก ดูคล้ายปัญญาชน)
เซียนลี่ : (พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล) สหายธรรม ท่านพาแขกผู้มีเกียรติท่านใดมาเยือนหรือ? เหตุใดถึงไม่แนะนำให้เรารู้จักบ้างล่ะ?
เซียนกวน : ที่อยู่ข้างๆเรา ท่านหนึ่งคือพระพุทธะจี้กง ส่วนอีกท่านหนึ่งคือชิวเซิงเอวี๋ยนจังพู่กันทรงมือเอกจากโลกมนุษย์
เซียนลี่ : ที่แท้คือภิกษุผู้บรรลุธรรมและท่านพู่กันทรง ไม่ได้ออกมาต้อนรับ ได้โปรดให้อภัยด้วย
พุทธะจี้กง : ไม่ต้องเกรงใจ
ชิวเซิง : ท่านเซียนลี่ครับ ตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ไม่ทราบว่าท่านบำเพ็ญอย่างไร? เพราะเหตุใดถึงได้มีโอกาสรับผิดชอบภาระหน้าที่นี้?
เซียนลี่ : ตอนที่เรามีชีวิตอยู่เรายึดมั่นใน “จริยธรรมและมโนธรรม” สองคำนี้ ช่างน่าละอายใจนักตอนที่เรามีชีวิตอยู่ไม่ได้บำเพ็ญธรรมอะไรเลย เพียงแค่ดำรงชีวิตตามปกติเหมือนกับคนทั่วไป แต่คำว่า “จริยธรรมและมโนธรรม” สองคำนี้เราสามารถประคองรักษาไว้ได้ดี ในขณะที่เราป่วยหนักและกำลังจะสิ้นใจ เราเห็นท่านไท่ซั่งเต้าจู่ (ท่านเหลาจื่อ) กวักมือเรียก ดังนั้นเราจึงตามท่านไป เราเองก็ไม่เคยเลื่อมใสศรัทธามาก่อน หลังจากที่เราถูกส่งข้ามแดนเข้าชั้นเซียนเราก็ตั้งใจบำเพ็ญฝึกฝนสัจธรรมคัมภีร์ในศาสนาเต๋า เมื่อครบวาระแล้วก็ถูกส่งมารับภาระหน้าที่ที่นี่
ชิวเซิง : ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ยึดมั่นประคองรักษา “จริยธรรมและมโนธรรม” ก็เลยมีโอกาสที่ดีเช่นนี้ ถ้าหากตลอดชีวิต ชาวโลกสามารถรักษาคุณธรรมแปดได้ครบหมดทุกข้อโดยไม่เกียจคร้านและเหนื่อยหน่ายจะมีเกียรติสูงส่งขนาดไหน ไม่ทราบว่าที่นี่จัดสรรตำแหน่ง “เซียนลี่” ไว้กี่ตำแหน่ง?
เซียนลี่ : จัดสรรไว้ 3600 ตำแหน่ง ขณะนี้มีผู้ดำรงตำแหน่งยังไม่ถึงสิบท่าน ดังนั้นหากการต้อนรับขาดตกบกพร่องไปต้องขออภัยด้วย ท่านเมธี! ได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก เรามีป้ายทองติดตัวอยู่แผ่นหนึ่ง ขอมอบให้ท่านเป็นที่ระลึก
ชิวเซิง : ท่านเซียนลี่เมตตา ผู้น้อยไม่มีความดีความชอบไหนเลยจะกล้ารับรางวัล? (ยื่นมือไปรับป้ายทอง) แต่เพื่อไม่ให้ท่านเสียน้ำใจ ผู้น้อยก็จะขอรับไว้
เซียนลี่ : ท่านเมธีช่างมีอารมณ์ขัน
พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ
เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กง ท่านเมธีค่อยๆไป
ชิวเซิง : ขอบคุณทุกๆท่านที่ช่วยอำนวยความสะดวก
พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์