ตามใจพ่อแม่ ถูกกล่าวหาไม่แค้น

2026-01-20 12:45:22 - mindcyber

    ในสมัยราชวงศ์ถัง  มีบุคคลหนึ่งแซ่จาง  ( เตีย )  ชื่อเรียกกันว่ากงอี้  ( กงโง่ย )  มีความฉลาดเฉลียวตั้งแต่เป็นเด็ก  อายุหกขวบก็ฝากให้เรียนหนังสือ  อาจารย์รับไว้เป็นเด็กนักเรียนชั้นเล็ก  หนังสือที่อ่านผ่านจะจำได้แล้วท่องได้  มีจิตใจอ่อนโยน  ทั้งรู้ด้วยว่าความดีทั้งหลายมีกตัญญูเป็นอันดับแรก  เพราะฉะนั้นจึงตามใจพ่อแม่  หน้าหนาวก็ทำที่นอนให้อุ่นโดยเอาตัวซุกในผ้าห่มก่อนแล้วค่อยให้พ่อแม่เข้านอน  หน้าร้อนก็จะพัดโบกห้องนอนให้เย็น  จะเอาใจใส่ทั้งเช้าและเย็น

     มีอยู่วันหนึ่ง  มารดาให้ไปเลี้ยงวัว ไม่กล้าขัดขืนออกไปปล่อยวัวอย่างระมัดระวัง  ไม่นานนักก็ไล่วัวกลับมาแล้วผูกไว้กับต้นไม้ คิดจะไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ  บังเอิญบิดามาแต่ข้างนอกโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเห็นบุตรยังไม่ไปโรงเรียน  คิดว่ากงอี้หนีเรียนก็เข้าไปดุด่าบุตรชายกงอี้ถูกดุด่าก็ไม่กล้าว่ามารดาใช้ให้มาเลี้ยงวัว  จึงรับจัดแจงไปโรงเรียนอาจารย์เห็นสีหน้าไม่ดีก็ถามกงอี้ว่าเป็นอะไร  กงอี้ก็บอกว่า  ตอนเช้าคนดูแลวัวยังไม่มา  มารดาเรียกให้ข้าไปเลี้ยงวัวจึงมาโรงเรียนสายถูกบิดาดุว่าอาจารย์จึงกล่าวว่า  ทำไมเจ้าไม่บอกว่ามารดาใช้ให้ไปเลี้ยงวัว  กงอี้ก็สะอื้นว่ากลัวบิดามีความโกรธจะไปว่ามารดา  อาจารย์ก็ถอนหายใจพูดว่า  ผู้เป็นบุตรเขาต้องรู้ว่า  ความดีทั้งหลาย  กตัญญูเป็นอันดับแรก  ยังเป็นเด็กเล็กก็รู้จักตามใจบิดามารดาได้เช่นนี้  นับว่าหาได้ยากยิ่ง  ต่อไปภายภาคหน้าย่อมเป็นเสาหลักใหญ่  นี่ก็คือขันติหนึ่งของท่านกงอี้  ต่อมาก็มีผู้เขียนกลอนให้ดังนี้

           เมื่อเล็กเรียนหนังสือฝึกมหาปราชญ์          ปรนนิบัติพ่อแม่ปลื้มปราบมีปีติ

           อดทนเจ็บไม่เคืองมีสติ                            ร้อยขันติเป็นหนังสือบทที่หนึ่ง

More Posts