สงสารคนตกทุกข์
2026-01-21 12:05:34 - mindcyber
เช้าวันหนึ่งขณะที่กงอี้กำลังจะไปที่โรงงาน ได้พบแม่ลูกสองคนกำลังร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทมอยู่ข้างทาง กงอี้จึงเดินเข้าไปถามว่าคุณนายเป็นอะไรไปหรือเหตุใดจึงร้องไห้ระทมทุกข์เช่นนี้ นางเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า ความทุกข์ลำบากของฉันพูดยากท่านไปเถอะ กงอี้ว่าในโลกนี้มีเรื่องทุกข์ลำบากมากอย่างนั้นหรือ ข้าอยากรู้รายะเอียด นางเห็นเขาถามอย่างมีน้ำใจจึงพูดขึ้นว่า นายท่านนั่งลงข้างทางสักครู่ อีฉันจะพูดให้ฟัง เสร็จแล้วนางก็รำพันออกมาเป็นบทกลอนว่า
เก็บความละอายไว้ในใจ บอกกล่าวให้นายท่านอดทนฟัง
บิดาของฉันนามฟงกงสือ ท่านเอาฉันแต่งให้โอ้วหงเคียง
แต่งมาได้สามปีบิดาสามีเสีย ใจคอระเหี่ยจนสุดพรรณา
อยู่กับสามีมีลูกได้ขวบกว่า ที่เมืองหลวงเปิดสอบคัดเลือก
เขาจากไปหกปีกว่าไร้วี่แวว มิมีจดหมายตอบกลับแม้ฉบับ
แม่เลี้ยงเขากราดเกรี้ยวใส่ ใช้งานหนักเลี้ยงลูกข้าวเหลือเดน
บัดนี้ลูกแปดขวบยังไม่เต็ม พึ่งรู้ว่าต้องพรากจากลูกน้อยนิด
เขาวางแผนยาพิษให้ฉันตาย ด้วยตนทำชั่วสันดาลไพร่
แอบคบคนโฉดเอาฉันขาย เอาฉันขายแต่งให้คนไป
โชคดีคนใช้จากบ้านมารดามา จึงแอบวางแผนพูดกับฉัน
คืนนี้จะแอบมาลักพาตัวไป แต่เช้านี้ฉันแม่ลูกหนีมาก่อน
ดูดูไปคงเอาชีวิตมาทิ้ง หลบหนีมาได้ก็หมดหนทาง
ฉันทิ้งไปใจเจ็บลูกน้อยนิด ยมบาลหน้าบัลลังก์ฟ้องร้องทุกข์
พอพูดจบก็ก้มหัวจะชนหิน กงอี้รีบห้ามปรามกล่าวว่า มีข้าช่วยเหลือเจ้า อย่ามองข้ามชีวิต ได้ฟังคำร้องทุกข์ของเจ้าแล้ว ถือเคยเป็นผู้ร่ำเรียนมาก่อน นางตอบว่า พ่อแม่ให้ร่ำเรียนมานาน 11 ปี ฉันมีชื่อเรียก ฟงเลี้ยงเอ็ง กงอี้ถามว่า บ้านแม่อยู่ไกลจากที่นี่มากไหม พี่น้องของพ่อแม่ยังอยู่หรือไม่ นางตอบว่า บ้านแม่อยู่ห่างจากที่นี่ 90 ลี้ พ่อแม่สิ้นบุญหมดแล้ว มีอาคนหนึ่งชื่อ ฟงสือกือ เปิดโรงเตี้ยม และเป็นครูสอนหนังสืออยู่ในศาลเจ้ากวนอู ห่างจากที่นี่ 40 ลี้ กงอี้บอกว่า เธอไปหลบที่บ้านข้าก่อน นางพูดว่า เท้านางเล็ก เดินเหินลำบาก ท้องก็หิว ตอนนี้ได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ขอความสะดวก กงอี้จึงจ้างหามเกี้ยวให้ไปส่งนางที่โรงเตี้ยมฟงสือกือ นางขอทราบชื่อและที่อยู่ของกงอี้ เพื่อมาตอบแทนพระคุณ กงอี้จึงบอกชื่อและที่อยู่ให้นางไป แล้วส่งนางขึ้นเกี้ยว นางบอกว่าพระคุณครั้งนี้จะไม่ลืม กงอี้กลับเข้าบ้านเขียนจดหมายขึ้นฉบับหนึ่ง กับเงิน 2 พันอีแปะ ใช้ให้คนไปส่งที่บ้านโอ้ว ผู้นำจดหมายพร้อมเงินก็เดินทางไปส่งจดหมายให้แก่บ้านโอ้วแล้วกลับมา นางแม่เลี้ยงได้รับจดหมายก็เรียกคนอ่านให้ฟัง จดหมายเขียนว่า
ลูกโง่ โอ้วหงเคียงขอคารวะคุณแม่ ด้วยบารมีบรรพชน ทำให้ลูกสอบได้ งานในราชสำนักรัดตัวกลับมาไม่ได้ จึงเขียนจดหมายมาให้แม่ทราบช่วยสั่งสอนลูกเมียข้าด้วย ปีหน้าจะกลับมาบ้าน ต้องรอหนังสือราชสำนักเล่าเรื่องไม่หมด ขออภัยแม่ด้วย
อ่านจบแม่เลี้ยงก็ตกใจกลัว พูดแต่ว่าลูกข้าตายไปแล้ว ไม่รู้ที่มาที่ไปแย่แล้ว ๆ ข้ากำลังจะเอาลูกเมียมันไปขายได้เงินมา 3 ชั่ง นัดให้มารับตัวคืนนี้ ข้าขังนางไว้ที่บนห้องตะวันออก จึงรีบให้คนขึ้นไปดู ก็ไม่เห็นลูกสะใภ้จึงเรียกคนใช้มาถาม นายหญิงใหญ่ไปไหน คนใช้ตอบว่า เช้านี้แม่ลูกออกไปแล้วพูดต่อว่า เจ้านายหยางห้าขี่ม้ามาแล้ว แม่เลี้ยงรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน พูดว่า ตายแล้ว ๆ นางยื่นจดหมายให้เจ้านายหยางดู เขาดูแล้วก็ขอทวงเงินคืน แม่เลี้ยงรีบนำเงินมาคืนให้ เจ้านายหยางพูดว่า เสียแรงข้าไปหมด พวกเอ็งพี่น้องทั้งหลายให้ลากนางแม่นี้ไปด้วย พวกเอ็งเอาไปสนุกกัน น่างสงสารแม่เลี้ยง อายุเกือบ 50 ปี ถูกพวกนี้รุมทึ้ง นี่แหละหนาก่อทุกข์ให้เขา ทุกข์นั้นถึงตัว ธรรมะแห่งฟ้าชัดเจน ต่อมาภายหลัง พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ปีรุ่งขึ้น ก็มีข่าวของโอ้วหงเคียงสอบเข้ารับราชการได้ ได้มีคำสั่งให้กลับบ้าน เมื่อได้รับโองการแล้ว ฟงสือกือก็ได้ข่าวเช่นกัน ก็ส่งฟงเลี้ยงเอ็งแม่ลูกกลับบ้าน เมื่อหงเคียงกลับมาถึงบ้าน ได้รับข่าวร้ายของภรรยาจึงรีบรุดไปยังบ้านของจางกงอี้ ตอบแทนพระคุณที่สงสารช่วยเหลือบุตรภรรยา นี่คือขันติที่ 34 ต่อมามีคนยิ้มเยาะแม่เลี้ยงจึงเขียนกลอนว่า
ไร้เมตตาวางแผนคนในบ้าน ธรรมแห่งฟ้าไม่พลาดตอบแทน
หญิงดีมีคนช่วยค่อยหายแค้น แม่เลี้ยงวางแผนกรรมย้อนสนอง