สองครูแย่งเข้าโรงเรียน
2026-01-21 12:15:01 - mindcyber
บ้านทางทิศตะวันออกมีบัณฑิตอยู่ 2 คน คนหนึ่งชื่อ อึ่งเฮา ส่วนอีกคนชื่อ เลี้ยงเซาะบ๊วย สาเหตุแย่งเข้าสอนในโรงเรียนเดียวกัน จึงพากันมาให้จางกงอี้คัดเลือก กงอี้ถามทั้งสองบัณฑิตว่า ศึกษากันมามากน้อยแค่ไหน อึ่งเฮาตอบว่า แปดสิบเอ็ดพันอักษร กงอี้จึงว่า เท่าที่ทั้งสองว่ามาถือว่าเป็นผู้คงแก่เรียน คงไม่ต้องสอบปากเปล่า ขอให้ทั้งสองบรรยายถึงสภาวะสังคม ให้อึ่งเฮาเขียนกลอนก่อน เพราะอาวุโสกว่า
อึ่งเฮาเขียนว่า
ด้วยบ้านยากจนใช้ลิ้นไถ่หว่าน
ผู้คงแก่เรียนผ่านชีวิตถือสัจจะ
ด้วยท่านเวทนามากวนโทสะ
อึ้งเฮากล้าหรือจะชิงเซาะบ๊วย
เลี้ยงเซาะบ๊วยก็เขียนว่า
ความรู้ในอกให้ลิ้นไถ่หว่าน
ท่องเรียนผ่านหน้าต่างไก่ขันเตือน
แพรไหมต่วนงามแต่เมฆปรกเลือน
ลูกเลี้ยงเบือนเบี่ยงข้างทางไม่กล้าชิง
ทั้งสองเขียนเสร็จก็ส่งให้กงอี้ดู กงอี้ดูแล้วก็วิจารณ์ว่า
หนึ่งบาทสืบปราชญ์ปัญญาไถ่หว่าน
ใจเมตตาผ่านสัจจะเห็นสภาพ
ต่างพากเพียรไต่สูงเสมอภาพ
ต่างปรองดองสันติภาพหยุดแย่งชิง
แล้วกงอี้ก็มีหนังสือถึงเจ้าของโรงเรียนว่า ทั้งสองล้วนมีความสามารถจากการตัดสินของกงอี้ ทั้งสองจึงคบกันเป็นเพื่อน สาบานจะร่วมทุกข์ด้วยกันแล้วทั้งคู่ก็สอนในโรงเรียนเดียวกัน เจ้าของโรงเรียนก็ดีใจมาก กงอี้จึงกล่าวเป็นกลอนสี่ว่า
สามรัฐเพียรพาก
คุณภาพมหาปราชญ์
อึ่งเฮากล่าวต่อว่า เก้าตรองครองตน
คัมภีร์มหาบุรุษ
เลี้ยวเซาะบ๊วยก็ต่อ ครบสี่คติพจน์
ผู้เมตตาสุขสงบ
ผู้คนที่ล้อมฟังอยู่ต่างยกย่องแล้วแยกย้ายกันไป นี่ก็คือ การยกย่องปราชญ์ของกงอี้ ต่อมาคนก็แต่งกลอนให้
สองบัณฑิตชื่นชมกงอี้ สูตรคัมภีร์ร่วมมิตรร่วมแหล่ง
ยกบทวิจารณ์สมบูรณ์แจ้ง ปัญญาแจงชาตรีลุคุณธรรม