อ่านขันติคีตาซาบซึ้งคน
2026-01-21 12:25:54 - mindcyber
กล่าวคือกงอี้มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อปึงข่งซิ้วมาคุยกับกงอี้ว่า มีผู้คนจำนวนมากยกย่องท่านว่าเป็นผู้มีขันติผ่อนปรนที่สุด วันนี้จึงมาขอคำชี้แนะว่า ความหมายของการอดทนผ่อนปรนนั้นมีดีเป็นอย่างไร กงอี้จะอ่านบทกลอนให้ฟังว่า
อดทนอารมณ์ยอดที่สุด สามารถลุถึงธรรมได้แท้จริง
อดทนได้น้อยก็ลุธรรมน้อย อดทนมากก็สร้างธรรมได้ใหญ่
ไม่มีความอดทนพาตนตาย มีความอดทนชีวิตยืนยาว
พิจารณาลึกอักษรอดทนแข็ง ย่อมชนะผู้แกร่งได้ดี
เรื่องทั้งหลายอดทนได้ครบ บุญกุศลตามตัวอดทนมา
รู้จักความหมายของอดทน กายทั้งกายล้วนมีค่า
อดทนผ่อนปรนดีที่หนึ่ง พวกเรารีบมาศึกษา
พออ่านจบนายข่งซิ้วก็พูดว่า ฟังคติพจน์ที่ท่านสอนแล้ว ข้ามีเรื่องอยู่ 3 เรื่องที่ยังไม่จบ กงอี้ว่าพูดให้ฟังซิ ข่งซิ้วว่า เรื่องที่หนึ่งคือสุสานของบรรพบุรุษมีต้นไม้อยู่ 2 ต้น ถูกคนแซ่เอี้ยตัดไปต้นหนึ่ง คนรอบข้างเขาตัดสินว่าเอี้ยจะต้องชดเชยความผิด ข้าก็ยังไม่ได้ติดตาม เรื่องที่ 2 คือว่าข้าจูงลูกวัวตัวหนึ่งไปให้นายอ้วงตรวจดูว่าดีหรือไม่ดี ผูกลูกวัวไว้ที่หน้าประตูบ้านของนายอ้วง นายอ้วงเป็นหนี้คนอื่นก็เลยเอาวัวไปขัดหนี้ นายอ้วงมาขอร้องข้าจะชดใช้เงินให้ แต่ข้าก็ไม่ยินยอม เรื่องที่ 3 คือข้าได้ว่าจ้างครูมาสอนหนังสือที่บ้าน มานานกว่า 2 เดือนแล้ว พอพบกับตั้งกวงเจ็กก็แอบตกลงพาไปสอนที่บ้านของเขา ตามความคิดของข้าจะเอา 3 เรื่องไปฟ้องร้องต่อศาล เมื่อมาฟังคำของท่านแล้วการอดทนผ่อนปรนคือโชควาสนา คงต้องยุติเรื่องทั้งสามกระมัง กงอี้ว่าดี ทั้งสามเรื่องล้วนมีเหตุผลควรยุติ ย่อมได้รับบุญวาสนาจากทั้ง 3 บ้านที่รังแกเจ้า นี่คือกงอี้ใช้ธรรมซาบซึ้งคน เป็นขันติที่ 90 ต่อมาภายหลังคนแต่งกลอนให้
คนมีบุญวาสนาด้วยใจกว้าง เข้าใจหาทางออกเหมือนฟ้ามหึมา
ดวงใจเหมือนตะวันจันทรา ส่องประภาอบอุ่นคลายหนาว