วิญญาณสาวทวงหนี้กรรม
2026-03-22 12:44:58 - mindcyber
เจียมเจ๊อะหลิน เป็นคนชาวซิวหลิง มณฑลอันเฟยครอบครัวยากจน ร่างกายเตี้ยเล็ก กระดูกทางขาซ้ายอ่อนนิ่มไม่มีเรี่ยวแรงตั้งแต่กำเนิด ยากต่อการเดินเหินไปมา เขามีลุงคนหนึ่งเป็นพนักงานร้านขายเพชรพลอยแห่งหนึ่งเมืองฮั่นโจว เมื่อเจ๊อะหลินมีอายุ 21 ปี ก็ไปหางานทำกับคุณลุง และได้พักอาศัยอยู่กับคุณลงในห้องอับห้องหนึ่ง
ต่อมาวันหนึ่ง เขากำลังนั่งอยู่ในห้องนอน เกิดมีอาการหน้าซีดปากส่งเสียงร้องโวยวาย ตะโกนเปล่งเป็นเสียงออกมาว่า “ข้าคือนางหฮางซุ่ย” ขณะนี้ได้อาศัยร่างของเจียมเจ๊อะหลินประกาศให้ชาวบ้านทราบว่าสามีของข้า หฮางหงวนบ้านเดิมอยู่มณฑลเจ๊อะเจียง อำเภอกังเจียซิง ส่วนตัวเจียมเจ๊อะหลินชาติก่อนมีชื่อว่า “หวูเยี่ยวเจิน เป็นคนหนานเชียงมณฑลเจียงซี เนื่องด้วยหวูเยี่ยวเจินไปค้าขายที่เมืองเกยซิง จึงได้รู้จักหฮางหยวนสามีของข้า เขาทั้งสองต่อมาได้เป็นเพื่อนรักใคร่กัน ขณะนั้น สามีของข้าได้ลงทุน 1,000 เหรียญ เพื่อเข้าหุ้นการค้ากับหวูเยี่ยวเจินหลายปีต่อมา สามีข้าไปขอเงินทุนพร้อมกับผลกำไรคืน ไม่นึกว่าหวูเยี่ยวเจินมีจิตใจคดโกง ไม่ยอมคืนกระทั่งต้นทุน ทั้สองจึงเกิดปากเสียงกันขึ้น สามีข้าโกรธมาก เข้าไปในห้องครัว หยิบเอามีดโต้ออกมาตั้งใจจะแลกชีวิตกับหวูเยี่ยวเจิน หลังจากได้ทำการต่อสู้อย่างดุเดือด ในที่สุด สามีข้าสู้กำลังเขาไม่ได้ ถูกแย่งมีดจากมือสามีข้าและได้ฆ่าสามีข้าตาย จากนั้น ก็หอบเงินทองหนีกลับไปบ้านเดิมของเขาที่หนานเซียง ข้าอยากแก้แค้นให้กับสามีข้า ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปถึงนายอำเภอเจียซิง เขาจึงได้ถูกลงโทษโดยการเนรเทศ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่ 59 ของสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ต่อมาในปีที่ 6 ของสมัยเจียซิง เป็นปีที่ได้รับอภัยโทษทั่วประเทศ หวูเยี่ยวเจินจึงได้รับการปลดปล่อย และได้กลับมาอยู่ที่บ้านเดิม ขณะนั้น เนื่องด้วยสามีข้าได้ตายอย่างทารุณ เงินทองที่สะสมมาแต่ก่อน ได้ใช้หมดไปในไม่กี่ปี ข้าอยู่ในสภาพที่ลำบากจึงได้แบกหน้าไปหาหวูเยี่ยวเจินที่หนานชางเพื่อทวงหนี้ หวูเยี่ยวเจินไม่เพียงแต่ไม่จ่ายให้แม้แต่สลึงเดียว ยังได้ปิดประตูไม่ต้อนรับทำให้ข้าต้องนอนกลางถนนทั้งหิวทั้งหนาว ในตัวไม่มีเงินเลย และไม่รู้จะไปพึ่งใครดี จึงตัดสินใจผูกคอตายหน้าบ้านของหวูเยี่ยวเจิน หวูจึงได้ให้คนใช้นำศพของข้าไปฝังไว้หลังบ้นเพื่ออำพรางผู้คน 2 ปีต่อมา หวูได้ตายด้วยโรคร้าย ในปีที่ 19 ของสมัยเจียซิงหวูได้ไปเกิดในตระกูลเจียมมีชื่อว่า เจียมเจ๊อะหลิน คือคนปัจจุบันส่วนข้าหฮางซุ่ยตายตาไม่หลับ ต้องถูกกักกันอยู่ในเมืองตายโหงเป็นเวลา 30 ปี ความเจ็บแค้นใจไม่มีที่ระบาย จิตใจเป็นทุกข์มากในที่สุดได้รับอนุญาตพิเศษจากพญายมบาลให้มายังโลกมนุษย์ตามหาหวูเยี่ยวเจินเพื่อแก้แค้นในที่สุด ข้าก็ค้นพบ ข้าต้องการชีวิตเขา เพื่อชดเชยความเจ็บแค้นของข้า
เมื่อเจียมเจ๊อะหลินพูดเสร็จ ก็ล้มลงหมดสติไปร่วมครึ่งวันกว่าจะลุกขึ้นมาได้ก็เสียเวลาเกือบหนึ่งวันเต็ม ๆ
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา วิญญาณของหฮางซุ่ยจึงเจ้าร่างเจียมทุกวันและเป่าประกาศเช่นนี้ตั้งหลายครั้ง และแต่ละครั้งเจียมเจ๊อะหลินจะใช้กำปั้นทุบตีร่างกายของตัวเอง ใช้ฟันกัดตามเนื้อตัว จนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลไม่หยุด คนที่พบเห็นอดที่จะวิตกไม่ได้ต่างก็รู้ว่านั่นเป็นกรรมเก่าจากชาติปางก่อน เกินกว่ามนุษย์ธรรมดาที่จะช่วยได้และชดใช้แทนได้ ขณะนั้น มีคนแก่คนหนึ่งที่ร่วมอยู่บ้านหลังเดียวกัน ชื่อ วังหลางถิงอายุ 70 ปี ปกติเป็นคนเมตตา ใฝ่หาธรรมะเห็นเจียมเจ๊อะหลินประสบเหตุการณ์เช่นนี้ รู้สึกสงสาร เลยพูดกับหฮางซุ่ยขณะเข้าร่างของเจียม วังพูดว่า “ฟังเจ้าพูดมานั่นเป็นเรื่องจริง แต่โบราณว่า เวรควรระงับโดยไม่จองเวร” ถ้าต่างคนต่างแก้แค้นกัน แล้วเมื่อไหร่เล่าจึงจะยุติได้ ส่วนเจียมเจ๊อะหลินเป็นหนี้กรรมเจ้าในชาติก่อนหากชาตินี้ให้เขาหาวิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณเจ้า ไม่เพียงช่วยชีวิตเจียมได้ ตัวเจ้าเองยังได้บุญกุศลจะได้ไปจุติในภพที่ดีขึ้นจะไม่เป็นการดีทั้งสองฝ่ายหรือ
หฮางซุ่ยยังอาศัยร่างของเจียมพูดว่า “ครั้งนี้ข้าได้มาพร้อมกับสามีหฮางหยวน นั่งเรือมาถึงที่หนานเชียง ขณะนี้ เรือจอดอยู่ที่คลองจูเจีย หากยินดีใช้หนี้เก่าให้ จะต้องซื้อเรือใหญ่ให้พวกเรา 1 ลำ รองเท้าหญิงชายอย่างละ 1 คู่ ธนบัตรในนรกใช้กัน 7,000 เหรีญ เชียนชื่อแซ่ของพวกเราลงไป แล้วนำไปเผาที่จอดเรือซึ่งห่างจากที่นี่ไม่ไกล”
วังหลางถิงรับปากและได้ทำตามที่นางสั่ง เจ็ดวันให้หลังหฮางซุ่ยมาเข้าร่างเจียมอีกพูดว่า “สามีข้าหฮางหยวน ได้รับอนุญาตจากยมบาลไปเกิดเป็นมนุษย์ แต่ยังรอคำสั่งอยู่ ส่วนข้ายังมืดมัว ยังไม่รู้ว่าจะได้รับอนุญาตให้ไปผุดไปเกิดเมื่อไหร่ ฉะนั้นขอให้ท่านช่วยนิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์ให้แก่ข้าด้วย”
วังหลางถิงรับปากตามที่ขอ แล้วออกไปเรี่ยไรเงินจำนวนหนึ่งนิมนต์พระสงฆ์ที่แก่พรรษาทำพิธีสวดมนต์เป็น เวลา 7 วันเพื่อส่งวิญญาณของนางไปผุดไปเกิด
คืนสุดท้ายในพิธีสวดมนต์ เจียมเจ๊อะหลินได้ฝันเห็นผีผู้หญิงตนหนึ่งมาฉุดกระชาก นั่นคือหฮางซุ่ยที่ผูกคอตาย ทั้งสองมาถึงศาลเจ้าพระเจ้าตงยุค ท่านพระเจ้าตงยุคได้ตัดสินโทษของเจียมเยี่ยวเจิน ควรได้รับโทษโดยการถูกเฆี่ยนตี 30 ที ยมทูต 2 ตนได้ปฏิบัติตามคำสั่ง หฮางซุ่ยจึงยอมยุติความ ส่วนเจียมนั้นได้ตกตะลึกตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด รู้สึกปวดขาทั้งสองเดินเหินไม่สะดวก วังหลางถิงและเพื่อน ๆ ไปเยี่ยมดู เห็นขาทั้งสองของเขาบวมแดง รอยถูกเฆี่ยนตียังปรากฏอยู่ นับจากนั้นมาหฮางซุ่ยไม่มารบกวนอีกต่อไป