ขายขิมช่วยหญิงรักษาพรหมจารี
2026-03-22 12:45:20 - mindcyber
ณ เมืองโตไถโจว มีนักศึกษายากจนคนหนึ่ง แซ่ยิง ฐานะการเงินทางครอบครัวถึงแม้ขัดสนยากจน แต่มีนิสัยซื่อสัตย์จริงใจชอบบริจาคเงินทองแก่ผู้ยากไร้ เป็นคนที่มีจิตใจสูงส่ง ได้กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เยาว์วัย ไม่มีพี่น้อง ดังนั้น ได้เก็บตัวเองอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ หลังหนึ่งในป่าลึก พยายามฝึกฝนการเรียน
คืนหนึ่ง เขาได้ยินผีคุยกันนอกหน้าต่าง ผีตนหนึ่งพูดว่า “หมู่บ้านทางทิศตะวันออก มีหญิงคนหนึ่ง สามีเธอชื่อหลี่หยุนเซิงได้ออกไปค้าขายต่างถิ่นเป็นเวลาหลายปี ไม่มีข่าวคราวส่งกลับบ้านเลย พ่อแม่ของหลี่เข้าใจว่าลูกชายพวกเขาได้ตายไปแล้ว และกำลังบังคับเธอแต่งงานใหม่ หากแต่ว่า เธอเป็นคนที่เคร่งต่อศีลธรรมมาก ได้คัดค้านอย่างแข็งขันอีกประมาณ 1 เดือน เธอจะทนต่อการถูกบังคับไม่ไหวและจะฆ่าตัวตาย ตอนนั้น ข้าก็สามารถหาตัวแทนได้แล้ว”
เขาได้ยินดังนั้น ก็จดจำไว้ในใจ วันรุ่งขึ้นเขาไปสอบถามแถบหมู่บ้านตะวันออก นั่นเป็นความจริงทุกประการ
เขาเห็นภรรยาของหลี่หยุนเซิง ได้ร้องไห้จนตาทั้งสองข้างบวมปูดจากการถูกบังคับของพ่อแม่สามี และได้ปฏิเสธการบังคับของพ่อแม่สามี พร้อมที่จะพลีชีพตนเองโดยไม่หวั่นไหว
เขาเกิดความสงสารและเห็นใจนางหลี่มาก เห็นว่าโศกนาฏกรรมจะเเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ คิดหาวิธีช่วยชีวิตนาง จึงได้นำขิมโบราณ ซึ่งเป็นสมบัติที่มีค่าของเขาเพียงชิ้นเดียวที่ปู่ย่าได้ตกทอดมา เขานำไปขายและได้เงินมา 4 ตำลึง ในขณะเดียวกันก็ได้ไหว้วานคนช่วยค้นหาลายมือของหลี่หยุนเซิง แล้วเลียนแบบลายมือของหลี่ เขียนจดหมายปลอม 1 ฉบับพร้อมเงิน 4 ตำลึงไหว้วานเพื่อนคนหนึ่งที่พอเชื่อถือได้ช่วยเดินทางไปที่ไกลแล้วส่งเงินพร้อมจดหมายไปให้ครอบครัวของหลี่หยุนเซิง ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของหลี่เลยเชื่อว่า ลูกชายของเขายังมีชีวิตอยู่ จึงยุติการบังคับลูกสะใภ้ไปแต่งงานใหม่
หนึ่งเดือนต่อมา เขาได้ยินผี 2 ตนสนทนากันอีก หนึ่งในนั้นบอกว่า “แย่จริง ๆ ข้าหาตัวแทนได้แล้ว แต่ถูกบัณฑิตผู้นี้ทำเรื่องเสียหมด ภรรยาหลี่หยุนเซิง จะไม่ฆ่าตัวตายแล้ว และตัวหลี่เองก็จะกลับบ้านอีก 3 เดือนข้างหน้า ทำให้ข้าอดดีใจเสียพักหนึ่ง” ผีอีกตนหนึ่งพูดว่า “ทำไมเจ้าไม่ทำร้ายเขาเสียเลย” ผีตนแรกพูดว่า “ไม่ได้ดอก เขาได้สะสมบุญบารมีจากชาติปางก่อน ชาตินี้ก็ยังชอบทำบุญสุนทาน ในอนาคตอันใกล้นี้ เขาจะได้เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ข้าจะมีปัญญาอะไรที่จะทำร้ายเขา”
ในที่สุดหลี่หยุนเซิงได้กลับมาที่บ้านจริง และบัณฑิตยากจนผู้แซ่ยิงนั้น ก็ได้เป็นข้าราชการใหญ่โตถึงขั้นเสนาบดี