นรกขุมที่ 10 จ้วงหลุ้งอ๋อง

2026-03-22 12:53:21 - mindcyber

    นรกขุมที่ 10 นี้ ได้สร้างสะพานทอง สะพานเงิน สะพานหินหยก สะพานไม้ สะพานมรณะ ทั้งหมด 5 สะพาน     

     วิญญาณบาปที่ได้ผ่านขุมนรกต่างๆ แล้วมารวมกันที่นรกขุมที่ 10 นี้ แล้วจะพิจารณาบาปบุญคุณโทษของแต่ละคนที่กระทำมาค่อยตัดสินว่า วิญญาณใดควรไปเกิดในประเภทใด จะมีอายุยืนหรืออายุสั้น จะร่ำรวยตลอดชีวิตหรือยากจนตลอดชีพ หรือควรรับทุกขนานใดล้วนได้บันทึกอย่างละเอียด ทุกเดือนจะรวบรวมหนึ่งครั้งแล้ว แจ้งให้ยมบาลนรกขุมที่ 1 ทราบ พร้อมกับรายงานให้มหาจักรพรรดิแห่งยมโลกรับทราบ     

     หากวิญญาณบาปใดได้รับการลงโทษสาสมแล้ว ได้ถูกพิพาทให้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน หรือเกิดเช้าตายเย็น สลับกันไป วิญญาณบาปเหล่านั้นจะถูกส่งมารวมกันที่หอหมุนเวียน ซึ่งมีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลรอบด้านล้อมรอบด้วยกรงเหล็ก ด้านในจะแบ่งเป็น 81 จุด แต่ละจุดจะมีศาลา และมีผู้พิพากษา กรงเหล็กนอกมีถนนคดเคี้ยวมากมาย รวมได้หนึ่งแสนแปดพันสาย ถนนแต่ละสายมืดมิดวิญญาณอกตัญญู หรือผู้ประกอบแต่กรรมชั่วหรือชอบฆ่าฟัน จะถูกส่งไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานต่างๆ มีสัตว์ 4 เท้า หรือหนอนหรือสัตว์น้ำ  เวียนว่ายตายเกิดหลายร้อยครั้งหลายพันครั้ง บางวิญญาณถึงหมื่นครั้งจนกว่าใช้กรรมหมด หากมีสัตว์ใดไม่ทำร้ายสัตว์อื่นๆ ถึง 3 ชาติ จะมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกผู้พิพากษาที่นี่ล้วนมาจากบุตรกตัญญู หรือผู้มีจิตเมตตาไม่ฆ่าสัตว์และชอบปล่อยชีวิตสัตว์     

     แต่มีวิญญาณบางตน เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ยังจดจำการลงโทษต่างๆ ของนรกขุมต่างๆ แล้วนำมาเปิดเผย เป็นเหตุให้พระเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงมีราชโองการ แต่งตั้งเทพเม้ผั้ว(คุณยายเม้ง) เป็นเทพสตรีในแดนนรก ก่อสร้างหอลืมชาติ บังคับวิญญาณที่จะไปเกิดใหม่ให้ดื่มน้ำชาลืมชาติ เพื่อให้ลบล้างความทรงจำของชาติปางก่อนหรือสิ่งที่พบเห็นในแดนนรก      

     หอลืมชาติตั้งอยู่ในนรกขุมที่ 10 สูงหลายสิบฟุต รอบๆ จะมีห้องพัก 108 ห้อง ทางด้านทิศบูรพาจะมีทางเล็กๆ ทางหนึ่งความกว้างประมาณหนึ่งฟุตครึ่ง วิญญาณใดที่ผ่านนรกขุมที่ 10 มาแล้ว เพื่อไปเกิดใหม่ จะต้องมาอยู่ที่ห้องระเบียงเพื่อดื่มชาลืมชาติ หากมีวิญญาณใดคิดเบี้ยวไม่ยอมดื่มน้ำชานี้ ขาทั้งสองข้างจะมีมีดขวางอยู่ด้านบนจะมีท่อทองเหลืองแทงเข้าที่คอ แล้วจมทูตจะบังคัมให้ดื่มน้ำชาจนหมด     

     ผู้ควบคุมหอลืมชาติเทพสตรีเม้งผั้วนั้น เกิดก่อนราชวงศ์ฮั่นเมื่ออายุเยาว์วัย ชอบอ่านหนังสือบทกลอนเป็นชีวิตจิตใจ ยิ่งกว่านั้นท่านยังชอบสวดมนต์ด้วยความศรัทธา ชอบเที่ยวแนะนำผู้อื่นให้ทำกรรมดี ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิตและรับประทานเจ ความดีของท่านยังควาามซาบซึ้งต่อฟ้าดินมาก เมื่อท่านอายุ 81 ปียังเป็นสาวพรหมจารีใบหน้าดูยังไม่แก่ ชาวโลกรู้เพียงว่าท่านแซ่เม้ง ฉะนั้นคนทั่วไปจะเรียกท่านว่า  “เม้งผั้วซึ้ง”( เทพเม้งผั้ว) ต่อมาท่านขึ้นเขาปฏิบัติธรรม มีอายุยืนยาวถึงหลังราชวงศ์ฮั่น เมื่อตายจากโลกนี้ไป เง็กเซียนฮ่องเต้เลยแต่งตั้งท่านเป็นผู้ควบคุมหอลืมชาติ     

     นอกจากหอหมุนเวียนและหอลืมชาติแล้ว ยังมีเมืองตายโหง และสระเลือดโสโครก ซึ่งตั้งอยู่ด้านซ้ายและขวาของพระโรงมหาจักรพรรดิแห่งยมโลก     

     เมืองตายโหงตั้งอยู่ด้านขวาของพระโรงมหาจักรพรรดิแห่งยมโลกสมัยก่อนชาวโลกมักเข้าใจว่า วิญญาณที่ถูกกล่าวร้ายหรือกลั่นแกล้งจนตายนั้นก็จะต้องมารวมอยู่ในเมืองตายโหง เป็นการเข้าใจผิดทั้งสิ้น พวกเราต้องยอมรับว่า วิญญาณที่ถูกกลั่นแกล้งจนตายนั้น ตอนมีชีวิตอยู่พวกเขามิได้ประกอบกรรมชั่ว หากแต่ถูกผู้อื่นรังแกจนต้องเสียชีวิต ถ้าหากวิญญาณนั้นยังต้องมารับโทษทรมานในเมืองตายโหงอีกเป็นการไร้เหตุผลด้วยเหตุนี้ วิญญาณเหล่านั้น จะรอจนกว่าฆาตกรจะมารับโทษตามขุมต่างๆ เพื่อระบายความแค้นของพวกเขา จนกว่าวิญญาณที่ถูกกลั่นแกล้งจะไปเกิดใหม่ แต่วิญญาณฆาตกรยังต้องไปรับโทษตามขุมต่างๆ ต่อส่วนวิญญาณที่สละชีพของบุตรกตัญญู หญิงมุ่งมั่นในพรหมจารย์และนายทหารและพลทหารที่สละชีพเพื่อปกป้องประเทศชาติล้วนได้รับการยกย่องและเห็นใจ ทางแดนนรกจะมีสถานที่เหมาะสมให้กับพวกเขาไม่เพียงไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ในเมืองตายโหง ยังได้ไปเกิดอยู่กับครอบครัวที่ดีมีคุณธรรม เสวยสุขตลอดชีวิต หรือไปจุตเป็นเทวดาหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด     

     สระเลือดโสโครก ตั้งอยู่ด้านซ้ายของพระโรงพระมหาจักรพรรดิแห่งยมโลก สมัยก่อนมีการเล่าลือกันอย่างผิดๆ ว่า เป็นสถานที่กักกันหญิงที่คลอดบุตรตาย ความจริงมิใช่เช่นนั้น สตรีเพศมีหน้าที่ให้กำเนิดบุตรเพื่อสืบพันธุ์ของมนุษย์ต่อไป ซึ่งเป็นความจริง ถึงแม้หญิงตายเพาระคลอดลูกก็ไม่สมควรให้มารับโทษที่แดนนรก วิญญาณบาปที่ถูกส่งมารับโทษทรมานที่สระเลือดโสโครก สาเหตุมาจากหญิงที่คลอดบุตรแล้วยังไม่ครบ 20 วันแล้วเอากางเกงในของตนนุ่งใส่แล้วไปซักล้างแล้วนำไปตากแดดที่กลางแจ้งหรือเหนือศรีษะของคนสัญจรไปมา หรือตอนมีชีวิตอยู่ชอบฆ่า เป็ด ไก่ ห่าน นก ฯลฯ เป็นนิสัยที่โหดเหี้ยมสร้างบาปหนัก หรือ ตอนมีชีวิตพบเห็นผู้อื่นเดือนร้อนไม่ยื่นมือช่วยเหลือ บางคนนอกจากเป็นคนเนรคุณแล้ว ยังคิดไส่ร้ายผู้มีพระคุณอีก วิญญาณเหล่านั้นล้วนมีสิทธิ์ถูกนำมาลงโทษที่สระเลือดโสโครกทั้งนั้น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับบาปกรรมที่ประกอบมามากน้อยเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

 

คติพจน์เตือนโลก

     การทำความดีเหมือนหญ้าในสวน ไม่เห็นหญ้ามันยาว แต่จะเพิ่มทุกวัน     

     การประพฤติชั่วเหมือนหินลับมีด ไม่เห็นหินสึกหรอ แต่ทุกวันมีการสึก     

     ครอบครัวคนร่ำรวยไม่ยอมผ่อนปรน จะมีเภทภัย คนฉลาดไม่ยอมอภัยให้ผู้อื่น อายุจะถูกบั่นทอน     

     ผู้มีอำนาจสามารถข่มเหงคนอื่นได้แต่ไม่ทำ เรียกว่า บุญกุศล มีกำลังทำบุญกุศลแต่ไม่ยอมทำ นั่นแหละบาป     

     บุญกุศลดั่งรัตนมณี ตลอดชีวิตใช้ไม่หมด ใจเป็นเนื้อนาบุญไถหว่านร้อยชาติก็เก็บไม่หมด     

     พูดดีทั้งวันสู้ทำความดี 1 ครั้งไม่ได้ ทำดีทั้งชาติ ควรระวังความพลาด 1 ครั้ง


More Posts