หน้าหลัก | บทความธรรมะ | ภาพพุทธประวัติ

ภาพพุทธประวัติ

ภาพที่ ๘๐พระมหากัสสปกับพระอริยสงฆ์ ยกปฐมสังคายนาสืบอายุพระศาสนามาถึงบัดนี้

        ตอนถวายพระเพลิงพระศพพระพุทธเจ้าที่เมืองกุสินารา เป็นเวลาที่พระสงฆ์สาวกซึ่งเดินทางมาชุมนุมกันที่เมืองนี้มีจำนวนมากกว่าครั้งใด ๆ จึงเมื่อถวายพระเพลิงเสร็จแล้ว พระมหากัสสป ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ได้จัดให้มีการประชุมพระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรกขึ้นที่เมืองกุสินารา         เรื่องที่ประชุม คือ เรื่องจะสังคายนาพระธรรมวินัย ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงและบัญญัติไว้ ท่านได้ปรารภเรื่อง เสี้ยนหนามพระศาสนา ที่ท่านได้ประสบเมื่อระหว่างเดินทางมา ที่พระภิกษุแก่ กล่าวแสดงความยินดีที่พระพุทธเจ้านิพพานให้ที่ประชุมรับทราบด้วย         ที่ประชุมมีมติเลือกพระสงฆ์เถระ ๓ รูป เป็นประธานทำหน้าที่สังคายนา คือ พระมหากัสสป พระอุบาลี และพระอานนท์ ในการนี้ พระมหากัสสปเป็นประธานใหญ่ ให้มีหน้าที่คัดเลือกจำนวนสมาชิกสงฆ์ผู้จะเข้าร่วมประชุมสังคายนา พระมหากัสสปคัดเลือกพระสงฆ์ได้ทั้งหมด ๕๐๐ รูป ... รายละเอียด

ภาพที่ ๗๙ โทณพราหมณ์แบ่งสรรพระบรมธาตุ แก่พราหมณ์และกษัตริย์ ๗ หัวเมือง

            ข่าวพระพุทธเจ้านิพพานที่เมืองกุสินาราแล้ว เจ้ามัลลกษัตริย์พร้อมด้วยคณะสงฆ์ได้ถวายพระเพลิงแล้วนั้น ได้แพร่ไปถึงบรรดาเจ้านครแห่งแคว้นต่าง ๆ บรรดาเจ้านครเหล่านั้น จึงได้ส่งคณะทูตรีบรุดมายังเมืองกุสินาราพร้อมด้วยพระราชสาส์น             คณะทูตทั้งหมดมี ๗ คณะ มาจาก ๗ นคร มีทั้งจากนครใหญ่ เช่น นครราชคฤห์ แห่งแคว้นมคธ ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาเป็นแห่งแรก และนครอื่น ๆ เช่น กบิลพัสดุ์ เมืองประสูติของพระพุทธเจ้า คณะทูตทั้ง ๗ เมื่อเดินทางมาถึงเมืองกุสินารา ก็ได้ยื่นพระราชสาส์นนั้นแก่เจ้ามัลลกษัตริย์ ในพระราชสาส์นนั้นมีความว่า เจ้านครทั้ง ๗ ... รายละเอียด

ภาพที่ ๗๘ พอพระมหากัสสปถวายบังคมพระพุทธศพ เพลิงสวรรค์ก็บันดาลลุกโชติช่วง

         เมื่อพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ทางคณะสงฆ์และทางบ้านเมือง คือ เจ้ามัลลกษัตริย์ ผู้ครองเมืองกุสินารา ได้ทำพิธีสักการะบูชาพระศพพระพุทธเจ้าอยู่เป็นเวลาถึง ๖ วัน ในวันที่ ๗ จึงเชิญพระศพเป็นขบวนไปทางทิศเหนือของเมือง ผ่านใจกลางเมือง แล้วเชิญพระศพไป "มกุฏพันธนเจดีย์" ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเมือง เพื่อถวายพระเพลิง วันที่กำหนดจะถวายพระเพลิงนั้น ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งทุกวันนี้ทางเมืองไทยเราถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เรียกว่า "วันอัฐมีบูชา"          ผู้เชิญหรือหามพระศพพระพุทธเจ้า เรียกว่า "มัลลปาโมกข์" มีจำนวน ๘ นาย แต่ละนายรูปร่างกำยำล่ำสัน ... รายละเอียด

ภาพที่ ๗๗ พระสงฆ์ปุถุชนได้ฟังข่าวปรินิพพาน ซึ่งอาชีวกบอกแก่พระมหากัสสป ก็ร้องไห้

             ภาพที่เห็นนี้เป็นตอนภายหลังพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว คือ ตอนพระมหากัสสปกำลังเดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ตอนก่อนพระพุทธเจ้าจะนิพพานนั้น พระสงฆ์สาวกที่จาริกออกไปประกาศพระศาสนาตามแคว้นและเมืองต่าง ๆ ในสมัยนั้น เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระพุทธเจ้าจะนิพพานที่เมืองกุสินารา ต่างก็เดินทางมุ่งหน้ามาเมืองนี้เป็นจุดเดียวกัน ที่อยู่ใกล้ก็มาทันเฝ้าพระพุทธเจ้า ส่วนที่อยู่ไกลเกินไปก็มาไม่ทัน              พระมหากัสสป เป็น พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่พระพุทธเจ้าทรงเคยยกย่องให้เกียรติเทียบเท่าพระองค์ ท่านรีบเดินทางมาพร้อมด้วยพระสงฆ์หลายร้อยรูป มาถึงเมืองปาวา แดดกำลังร้อนจัด จึงพาพระสงฆ์แวะพักชั่วคราวระหว่างทาง ภายใต้ร่มไม้แห่งหนึ่ง ขณะนั้น ท่านเห็นอาชีวก คือ นักบวชนอกศาสนาพุทธคนหนึ่ง เดินสวนทางมาจากเมืองกุสินารา มือถือดอกมณฑารพ พระมหากัสสปจึงถามข่าวถึงพระพุทธเจ้า อาชีวกตอบว่า พระสมณโคดมนั้นนิพพานได้เจ็ดวันแล้ว แล้วชูดอกมณฑารพให้ดูว่า ตนเก็บมาได้จากสถานที่ที่พระพุทธเจ้านิพพาน ดอกมณฑารพ ตามตำนานว่า เป็นดอกไม้สวรรค์ ... รายละเอียด

ภาพที่ ๗๖ ทรงยกพระธรรมวินัยไตรปิฎกเป็นศาสดา ประทานปัจฉิมโอวาท แล้วปรินิพพาน

         ก่อนจะเสด็จนิพพานเล็กน้อย คือ ภายหลังทรงโปรดสุภัททะปริพาชกแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสประทานโอวาทพระสงฆ์ โอวาทนั้นเป็นพุทธดำรัสสั่งเป็นครั้งสุดท้าย มีหลายเรื่องด้วยกัน เช่น เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับพระสงฆ์ ยังใช้ถ้อยคำเรียกขานกันลักลั่นอยู่ คือ คำว่า "อาวุโส" และ "ภันเต" อาวุโสตรงกับภาษาไทยว่า "คุณ" และภันเตว่า "ท่าน"          พระพุทธเจ้าตรัสสั่งว่า พระที่มีอายุพรรษามาก ให้เรียกพระบวชภายหลังตน หรือ ที่อ่อนอายุพรรษากว่าว่า "อาวุโส" หรือ "คุณ" ส่วนพระภิกษุที่อ่อนอายุพรรษา พึงเรียกพระที่แก่อายุพรรษากว่าตนว่า ... รายละเอียด

ภาพที่ ๗๕ ทรงแสดงธรรม โปรดสุภัททะปริพาชกให้สำเร็จมรรคผล นับเป็นปัจฉิมเวไนย

             พระอานนท์สร่างจากความเสียใจถึงร้องไห้แล้ว ท่านก็เข้าไปแจ้งข่าวในเมืองตามพระดำรัสรับสั่งของพระพุทธเจ้า เพื่อรายงานให้เจ้ามัลลกษัตริย์แห่งเมืองกุสินาราทราบว่า พระพุทธเจ้าจะนิพพานในตอนสิ้นสุดแห่งราตรีวันนี้แล้ว แจ้งว่า ใครจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ก็ให้รีบไปเฝ้าเสียแต่ในขณะนี้ จะได้ไม่เสียใจเมื่อภายหลังว่า ไม่ได้เฝ้า              พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ที่กำลังประชุมกันอยู่ในเมือง ด้วยเรื่องพระพุทธเจ้านิพพาน ต่างก็ถือเครื่องสักการะมาเฝ้าพระพุทธเจ้ากันเนืองแน่นที่สุด แต่ละคนน้ำตานองหน้า ร่ำไห้รำพันต่าง ๆ นานา เมื่อทราบว่าพระพุทธเจ้าจะนิพพาน              ในจำนวนคนที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งนี้ มีปริพาชกคนหนึ่งนามว่า "สุภัททะ" ปริพาชก คือ นักบวชนอกศาสนาพุทธพวกหนึ่ง              สุภัททะปริพาชก เข้าหาพระอานนท์ ภายหลังเจ้ามัลลกษัตริย์แห่งเมืองกุสินาราได้เข้าเฝ้าแล้ว บอกว่า ใคร่จะขอ อนุญาตเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อทูลถามปัญหาบางอย่างซึ่งข้องใจมานาน พระอานนท์ปฏิเสธปริพาชกผู้นี้ว่า อย่าเลย อย่าได้รบกวนพระพุทธเจ้าเลย ... รายละเอียด

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 next last จำนวน: 79 | ที่แสดง: 1 - 6

เข้าสู่ระบบ

  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)