หน้าหลัก | บทความธรรมะ | ภาพพุทธประวัติ

ภาพพุทธประวัติ

ภาพที่ ๓๒ กลับมาประทับโคนต้นไทร ท้อพระทัยในอันโปรดสัตว์ สหัมบดีพรหมต้องทูลวิงวอน

          ประทับอยู่ภายใต้ต้นราชายตนะ หรือไม้เกดครบ ๗ วันแล้ว           พระพุทธเจ้าเสด็จแปรสถานที่ประทับกลับไปประทับอยู่ภายใต้ต้นอชปาลนิโครธหรือต้นไทร           ซึ่งเคยเสด็จไปประทับหนหนึ่งมาแล้ว ครั้งนี้นับเป็นสัปดาห์ที่ ๕           ระหว่างที่ประทับอยู่ ณ ที่นี้ พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาถึงธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้มา           ทรงเห็นว่าเป็นธรรมที่มีความหมายสุขุมละเอียด ก็ทรงบังเกิดความท้อพระทัยว่า           จะมีใครสักกี่คนที่จะฟังธรรมของพระองค์รู้เรื่อง พระทัยหนึ่งจึงเกิดความมักน้อยว่า          จะไม่แสดงธรรมเพื่อโปรดใครเลย          ท่านผู้รจนาคัมภีร์เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าได้แต่งเรื่องสาธกยกให้เห็นเป็นปุคคลาธิษฐาน ประกอบเข้าในตอนนี้ว่า          พระดำริของพระพุทธเจ้านี้ได้ทราบไปถึงท้าวสหัมบดีพรหมในเทวโลก           ท้าวสหัมบดีพรหมจึงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงเปล่งศัพท์สำเนียงอันดังถึง ๓ ครั้งว่า           "โลกจะฉิบหายในครั้งนี้"           ปฐมสมโพธิว่า "เสียงนั้นก็ดังแผ่ไปทั่วหมื่นโลกธาตุ ท้าวสหัมบดีพรหมจึงพร้อมด้วยเทวาคณานิกร           ลงมากราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรม"           ตอนท้าวสหัมบดีพรหมลงมากราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรมโปรดชาวโลกนี้           กวีท่านแต่งเป็นอินทรวงศ์ฉันท์ภาษาบาลีไว้ว่า           ... รายละเอียด

ภาพที่ ๓๑ สองพาณิชถวายข้าวสัตตุก้อน สัตตุผง แล้วทูลปฏิญาณตนเป็นอุบาสกคู่แรกในโลก

         ภาพที่เห็นอยู่นี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับพระพุทธเจ้าในสถานที่และในสัปดาห์เดียวกัน          กับที่บรรยายไว้แล้วในภาพที่ ๓๐ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ คือ ต้นราชายตนะ หรือ ต้นเกด ส่วนสัปดาห์ที่ประทับอยู่ที่นี่นับตั้งแต่ตรัสรู้เป็นต้นมา นับเป็นสัปดาห์ที่ ๔          สัปดาห์ที่ ๑ ประทับภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สัปดาห์ที่ ๒ ที่ใต้ต้นไทรที่เคยเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะ ที่เรียกว่า "อชปาลนิโครธ" สัปดาห์ที่ ๓ ที่ใต้ต้นมุจลินท์ หรือ ต้นจิก และที่ ๔ คือที่กำลังเห็นอยู่นั้น          ในภาพที่เห็นคือ คนหนึ่งในจำนวนนายพาณิช ... รายละเอียด

ภาพที่ ๓๐ ขณะประทับโคนไม้เกด ท้าวโลกบาลถวายบาตร เทวดาบอกสองพาณิชให้ไปเฝ้า

         เสด็จประทับอยู่ภายใต้ต้นจิก หรือ มุจลินท์ตลอด ๗ วันแล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับอยู่ใต้ต้นไม้ที่ภาษาบาลีเรียกว่า "ราชายตนะ" อยู่ถัดไปทางทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์          ราชายตนะ แปลกันว่า ไม้เกด เป็นไม้ที่อยู่ในตระกูลพิกุล ผู้บรรยายเคยเห็นที่ชานพระทักษิณด้านนอกขององค์พระปฐมเจดีย์ "นครปฐม" ที่ทางราชการนำมาปลูกไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นใหญ่แล้ว จำได้ว่าใบเหมือนใบประดู่          ตอนพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นี่ มีพ่อค้านายกองเกวียนสองคนเข้ามาเฝ้า และนำของมาถวาย          คนหนึ่งชื่อ "ตปุสสะ" อีกคนหนึ่งชื่อ " ภัลลิกะ" เดินทางด้วยขบวนเกวียนหลายร้อยเล่ม (ปฐมสมโพธิว่า ๕๐๐ เล่ม) มาจากอุกกสชนบท ได้เห็นพระพุทธเจ้าประทับอยู่ใต้ต้นไม้เกด ก็ให้นึกเลื่อมใส จึงนำข้าวสัตตุก้อน และสัตตุผง ซึ่งเป็นเสบียงอาหารสำหรับเดินทางเข้าไปถวาย          ข้าวสัตตุนี้ ไทยเราเรียกข้าวตู พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานอธิบายว่า "ข้าวตากคั่วแล้วตำเป็นผงเคล้ากับน้ำตาลและมะพร้าว"          พระพุทธเจ้าทรงรับอาหารจากนายกองเกวียนสองคนนั้นด้วยบาตรศิลาที่ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ นำมาถวาย          เสวยเสร็จแล้ว นายกองเกวียนทั้งสองคนเกิดความเลื่อมใสได้แสดงตนเป็นอุบาสก ขอถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะ          กล่าวอย่างสั้น ๆ ... รายละเอียด

ภาพที่ ๒๙ ย้ายไปประทับโคนไม้จิก ฝนตกพรำ พญานาคมาขดขนดปกพระกายกำบังฝน

          ระหว่างที่พระพุทธเจ้ายังไม่ตัดสินพระทัยว่าจะทรงแสดงธรรมโปรดใครเพื่อประกาศพระศาสนา นับตั้งแต่ตรัสรู้เป็นต้นมานี้ ได้เสด็จแปรสถานที่ประทับแห่งละ ๗ วัน ที่เห็นอยู่ตามภาพนี้เป็นสัปดาห์ที่สาม           และสถานที่ประทับก็เป็นแห่งที่สาม คือ ใต้ต้นมุจลินท์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์           มุจลินท์ เป็นต้นไม้ที่เกิดอยู่ในที่ทั่วไปในประเทศอินเดีย มีชื่อปรากฎอยู่ในวรรณคดี ทั้งประเภทชาดก และอย่างอื่นมากหลาย ในเวสสันดรชาดกก็กล่าวถึงสระมุจลินท์ที่พระเวสสันดรไปประทับอยู่เมื่อคราวเสด็จไปอยู่ป่า ไทยเราแปลต้นมุจลินท์ว่า "ต้นจิก" เข้าใจว่าจะใช่ เพราะดูลักษณะที่เกิดคล้ายกัน คือ ชอบเกิดตามที่ชุ่มชื้น เช่น ตามห้วย หนอง คลอง บึง เป็นไม้เนื้อเหนียว ดอกระย้า มีทั้งสีขาวและสีแดง ใบประมาณเท่าใบชมพู่สาแหรก ใบอ่อนรสฝาด ใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริกอร่อย รสเหมือนใบอ่อนของชมพู่สาแหรก ... รายละเอียด

ภาพที่ ๒๘ เสด็จประทับโคนต้นไทร สามธิดามาร มาประโลมล่อให้หลง ก็ไม่ทรงยินดี

        ตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุติสุข อยู่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นเวลา ๗ วัน คำว่า "เสวยวิมุติสุข" เป็นภาษาที่ใช้สำหรับท่านผู้ทรงหลุดพ้นแล้ว เทียบกับภาษาสามัญชนคนมีกิเลสคือ พักผ่อนภายหลังจากตรากตรำงานมานั่นเอง         หลังจากนั้นจึงเสด็จไปยังต้นอัชปาลนิโครธ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นนิโครธ คือ ต้นไทร ส่วนคำนำหน้า "อชปาล" แปลว่า เป็นที่เลี้ยงแพะ ตามตำนานบอกว่า ที่ใต้ต้นไทรแห่งนี้เคยเป็นที่อาศัยของคนเลี้ยงแพะมานาน คนเลี้ยงแพะที่ตำบลแห่งนี้ได้เข้ามาอาศัยร่มเงาของต้นไทรเป็นที่เลี้ยงแพะเสมอมา         ระหว่างที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นี่ นักแต่งเรื่องในยุคอรรถกถาจารย์ ยุคนี้เกิดขึ้นภายหลังพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วหลายร้อยปี ได้แต่งเรื่องขึ้นเฉลิมพระเกียรติของพระพุทธเจ้าว่า ลูกสาวพระยามารซึ่งเคยยกทิพมาผจญพระพุทธเจ้าเมื่อตอน ก่อนตรัสรู้เล็กน้อยแต่ก็พ่ายแพ้ไป ได้ขันอาสาพระยามารผู้บิดา เพื่อประโลมล่อพระพุทธเจ้าให้ตกอยู่ในอำนาจของพระยามารให้จงได้ ลูกสาวพระยามารมี ๓ คน คือ นางตัณหา ... รายละเอียด

ภาพที่ ๒๗ พอรุ่งอรุณก็ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เทวดาฝ่ายฟ้อนร่อนรำถวายเป็นพุทธบูชา

         เมื่อพระมหาบุรุษทรงชนะมารแล้วนั้น พระอาทิตย์กำลังจะอัสดง ราตรีเริ่มย่างเข้ามา พระมหาบุรุษยังคงประทับนั่งไม่หวั่นไหวที่โพธิบัลลังก์ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัยด้วยวิธีที่เรียกว่า "เข้าฌาน" แล้วทรงบรรลุญาณ          " ฌาน" คือ วิธีทำจิตให้เป็นสมาธิ คือ ให้จิตแน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่านคิดโน่นคิดนี่อย่างปุถุชนธรรมดา          ส่วน "ญาณ" คือปัญญาความรู้แจ้ง เปรียบให้เห็นง่ายเข้าก็คือ แสงเทียนที่นิ่งไม่มีลมพัด คือ "ฌาน"          แสงสว่างอันเกิดจากแสงเทียนเท่ากับปัญญา คือ "ญาณ"          พระมหาบุรุษทรงบรรลุญาณที่หนึ่งในตอนปฐมยาม (ประมาณ ๓ ทุ่ม) ญาณที่หนึ่งเรียกว่า "บุพเพนิวาสานุสติญาณ" หมายถึง ความรู้แจ้งถึงอดีตชาติหนหลังทั้งของตนและของคนอื่น          ... รายละเอียด

back 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 next last จำนวน: 79 | ที่แสดง: 49 - 54

เข้าสู่ระบบ

  1. สังสารวัฏ (5.00)

  2. ภาพที่ ๔๖ เสด็จไปโปรดพระญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ พระญาติผู้ใหญ่ถือว่าสูงอายุ ไม่ถวายบังคม (5.00)

  3. พระอมิตาภพุทธเจ้า(ออนีทอฮุก ) (5.00)

  4. พระสมันตภัทรโพธิสัตต์ (5.00)

  5. บำเพ็ญอีก 20 ปี (5.00)

  6. บรรพชนฝากไว้ให้ลูกหลาน (5.00)

  7. ท่องแดนสุขาวดี (5.00)

  8. นิทานทศชาติ (5.00)

  9. มาทาน AIkaline food มาก ๆ กันเถอะ (5.00)

  10. นิทานเรื่องสั้นของท่านพุทธทาส เรื่อง เจ้าของเรือ (5.00)