นิทานเรื่องสั้น
ซูตุงพอ
ซูตุงพอ (ค.ศ. 1036-ค.ศ. 1101) เป็นกวีมีชื่อในสมัยราชวงศ์ ซ่ง ตอนที่เป็นข้าหลวงเมืองเฉียนถัง วันหนึ่งมีคนมาร้องเรียนว่า คนแซ่จูติดหนี้เขา 20,000 ไม่จ่าย ขอร้องให้ข้าหลวงช่วยเหลือ ซูตุงพอเรียกคนติดหนี้มาถามว่าทำไมไม่จ่าย คนติดหนี้บอกว่า เขามีอาชีพทำพัดขาย โชคร้ายบิดาตายใช้จ่ายเงินหมดแล้ว และเนื่องจากระยะนี้ฝนตกบ่อยพัดขายไม่ได้ ซูตุงพอได้ฟังเชื่อว่าเป็นความจริง นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ว่า เธอไปเอาพัดมา ฉันจะช่วยหาวิธีให้ ชายคนนั้นรีบวิ่งไปบ้านเอาพัดมา ซูตุงพอเขียนบทกวีและเติมภาพวิวลงบนพัด เสร็จแล้วให้ชายคนนั้นรีบนำไปขายที่ตลาดเอาเงิน ... รายละเอียด
ม่อจื่อ
ม่อจื่อ เป็นนักปราชญ์คนหนึ่งในยุคจั้นกั๋ว เขาคัดค้านสงคราม ส่งเสริมความเสมอภาค ความรัก เมดตาธรรม สมัยนั้นแคว้นต่อแคว้นมักยกทัพโจมตีกันและกันจนทำให้ประชาชนไม่อาจดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เขามักเตือนเจ้าแคว้นต่าง ๆ อย่าใช้กำลังทหารไปรุกรานแคว้นอื่น ครั้งหนึ่งม่อจื่อได้ข่าวว่าแคว้นฉู่จะยกทัพไปตีแคว้นซ่ง เขารีบไปพบฉู่อ๋องโดยกล่าวว่า “แต่ก่อนมีเศรษฐีคนหนึ่งตัวเขามีรถม้าที่ดีเลิศอยู่แล้ว ยังคิดจะขโมยรถม้าเก่าๆ เกือบพังของเพื่อนบ้าน ท่านคิดว่าคนชนิดนี้เป็นคนอย่างไร?” ฉู่อ๋องกล่าวว่า “เรากล้าบอกว่าเขาไม่แตกต่างกับโจรเท่าไหร่ ม่อจื่อกล่าวว่า “ถูกแล้วในเมื่อแคว้นฉู่ มีดินแดนกว้างใหญ่และมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ทำไมยังต้องไปตีแคว้นซ่งซึ่งมีดินแดนนิดเดียวและทรัพยากรน้อยเล่า? ” ในที่สุด ... รายละเอียด
ประวัติเทศกาลสาร์ทจีน
สมัยหนึ่ง ฟู่เซียงและนางหลิวภรรยามีบุตรชายคนหนึ่งชื่อหลอปู่ ซึ่งได้บวชเป็นพระในพุทธศาสนา ต่อมา ฟู่เซียงบรรลุมรรคผลสู่สวรรค์ ส่วนนางหลิวละเมิดศีล 5 ด่าพระ นินทาศาสนา ตายแล้วตกศู่นรกภูมิ ตอนนั้นหลอปู่บำเพ็ญจนได้อภิญญา 6 เห็นมารดาของตนตกอยู่ในเปรตภูมิ ด้วยความกตัญญูจึงใช้อิทธิฤทธิ์ส่งอาหารไปให้มารดากิน ทว่าพออาหารเข้าปากพลันกลายเป็นถ่านไฟหมด เพื่อฉุดช่วยมารดา หลอปู่จึงไปขอคำแนะนำจากพระพุทธเจ้า ถึงวิธีช่วยมารดา พระพุทธเจ้าตรัสว่า แม่ของเธอมีบาปกรรมหนักมาก ลำพังเธอคนเดียว กำลังไม่พอ จำต้องอาศัยแรงกุศลของเหล่าสงฆ์สิบทิศ จึงจะช่วยได้ ... รายละเอียด
ซูตุงพอกับพระฝอยิ่ง
ซูตุงพอ เป็นกวีเอกในสมัยราชวงศ์ซ่ง เขาชอบศึกษาธรรมะ เหตุนี้จึงชอบพอเป็นเพื่อนกับพระฝอยิ่งแห่งวัดจินซาน คนทั้งสองมักจะสนทนาธรรมกันเสมอ วันหนึ่ง ตุงพอว่างจึงไปหาพระฝอยิ่งสนทนาธรรม ขณะตุงพอนั่งขัดสมาธิ ได้ถามพระฝอยิ่งว่า “ผมนั่งท่านี้เหมือนอะไร? ” พระฝอยิ่งกล่าวว่า “ดีมาก อัครฐานมากเหมือนพระพุทธเจ้ามาก” เมื่อตุงพอถูกพระฝอยิ่งเปรียบเทียบเป็นพระพุทธเจ้า ก็รู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก พระฝอยิ่งย่อมรู้ความรู้สึกของตุงพอ จึงแกล้งถามกลับตุงพอว่า “แล้วท่านั่งของอาตมาเหมือนอะไร? ” ตุงพอกล่าวว่า “หลวงพ่อ นั่งท่านี้เหมือนกองขี้ควาย” พระฝอยิ่งได้ฟังว่า ... รายละเอียด
ประวัติเทศกาลขนมจั่ง
สมัยชุนชิว ชีหยวน (ก่อน ค.ศ. 340-ก่อน ค.ศ. 278) เป็นนักกวีและขุนนางฝ่ายการทูตของแคว้นฉู่ ภายหลังถูกขุนนางที่อิจฉายุยงฉู่อ๋องจนถูกปลดออกจากตำแหน่ง ชีหยวนเคยเสนอความเห็นกับฉู่อ๋องว่า แคว้นฉินเป็นคนเจ้าเล่ห์เชื่อถือไม่ได้ แต่ฉู่อ๋องไม่เชื่อ ได้ไปแคว้นฉินเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี เลยถูกแคว้นฉินจับเป็นเชลยกระทั่งตายในที่คุมขัง ชีหยวนเสียใจและผิดหวังมาก จึงได้กระโดดน้ำตายที่แม่น้ำมี่หลอเจียง เพื่อเป็นการรำลึกถึงชีหยวนผู้รักชาติจึงมีเทศกาลขนมจั่งนับแต่นั้นมา ... รายละเอียด
ประวัติวันเช็งเม้ง
สมัยชุนชิว เจี้ยจือทุยเป็นองครักษ์ขององค์ชายเหวินกง แห่งแคว้นจิ้น ตอนวัยเยาว์เกิดความวุ่นวายทางการเมือง เหวินกงต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดนเป็นเวลานาน ครั้งหนึ่ง เหวินกงเกิดล้มป่วย หมอบอกว่าสาเหตุเกิดจากพักผ่อนไม่เพียงพอและขาดสารอาหาร จะต้องบำรุงด้วยเนื้อสัตว์จึงจะหาย เวลานั้นลี้ภัยอยู่ในพื้นที่กันดาร ไม่สามารถหาเนื้อสัตว์มาเสวย เจี้ยจือทุยจึงเฉือนเนื้อที่น่องของตนปรุงเป็นอาหารให้เหวินกงเสวยครั้นเหวินกงหายเป็นปกติ ทุกคนก็รีบเดินทางต่อไป เหวินกงเห็นเจี้ยจือทุยเดินช้ากว่าคนอื่น จึงถามด้วยความแปลกใจว่า “จือทุย เจ้าเป็นคนเดินเร็วที่สุด ไฉนวันนี้จึงเดินช้านัก” เจี้ยจือทุยได้แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร คนรับใช้คนหนึ่ง ได้ชี้ไปที่น่องของเจี้ยจือทุยพลางบอกว่า “อาหารที่องค์ชายเสวยปรุงจากเนื้อที่น่องเขานั่นเอง” เหวินกงตกตะลึงตบบ่าของเจี้ยจือทุยด้วยความรู้สึกขอบคุณจนน้ำตาคลอ คิดว่าได้ครองแผ่นดินเมื่อไหร่จะประทานรางวัลอย่างถึงที่สุด ... รายละเอียด
เข้าสู่ระบบ
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27


