813338

การที่จะขึ้นเรือธรรมได้นั้น จะต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน

พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

ประทานไว้เนื่องในโอกาสประชุมธรรมะ 2 วัน  ณ พุทธสถานผู่ถี พิษณุโลก

เสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2535 ดังนี้

 

การที่จะขึ้นเรือธรรมได้นั้น จะต้องรู้จักตัวเองเสียก่อน รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเสียก่อน

แล้วเร่งบำเพ็ญจากจุดๆนั้น  ถ้าเกิดไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วจะบำเพ็ญตรงไหนละ จริงไหม?

การบำเพ็ญธรรม เริ่มแรกต้องแผ่เมตตาจิตออกมาช่วยผู้อื่น ถ้าหวังแต่เพียงร่ำรวย หาทรัพย์สมบัติให้ลูกหลาน เวลาที่บำเพ็ญจิตก็เสียไปแล้ว

จะบำเพ็ญจิตนั้นต้องเสียสละ แต่ละคนที่มาที่นี่ต่างก็เสียสละเวลาของแต่ละคนทั้งนั้น อาจารย์ก็รู้ว่าทางบ้านของแต่ละคนก็มีปัญหา มีห่วงที่ยึดติด การที่มาในวันนี้ก็ถือว่า เป็นบุญสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่เราได้เจอกัน การบำเพ็ญธรรมไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายเท่านั้น แต่การบำเพ็ญธรรม คือการบำเพ็ญทั้งจิตและกายไปพร้อมๆ กัน

การที่กตัญญูต่อพ่อแม่มากที่สุด คือทำอย่างไร ต้องตอบแทนบุญคุณท่านอย่างไร ทำความดี เธอฟังพ่อแม่  ใครที่พ่อแม่ยังไม่รับธรรมะบ้าง และคิดว่าธรรมะนี้ดีไหม ถ้าธรรมะดี เราทุกคนก็ต้องพยายามช่วยพ่อแม่ให้ขึ้นมารับ คุณพ่อคุณแม่รับธรรมะ คนที่เป็นลูก ยากที่จะชวน ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะพ่อแม่ดูแลเลี้ยงดูมา เขายากที่จะรับฟัง แต่ก็ไม่เป็นไร อีกหน่อยเขา ก็จะเข้าใจเอง ถ้าเกิดบุญกุศลของเราเพียงพอ เราก็จะดลจิตดลใจให้พ่อแม่เข้าใจได้ ทราบไหม?

บำเพ็ญธรรม ผู้ที่ปฏิบัติงานทุกคนจะต้องทำให้คนภายนอกเห็นว่า เรามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ไม่ใช่ว่ามาบำเพ็ญธรรมแล้ว อารมณ์ทุกอย่างและการกระทำ  ก็ยังเหมือนเดิม แล้วพ่อแม่คนอยู่รอบข้างหรือเพื่อน เขาจะยอมมารับธรรมะกับเราหรือเปล่า  ถ้าเรายังเหมือนเดิม ในเมื่อเรามีการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแค่เดี๋ยวเดียว แล้วก็ปล่อยให้กิเลสและความผูกมัด มาทำให้จิตใจเราหวั่นไหวไปอีก

ถ้าละร่างกายนี้ไปแล้ว ทุกๆ คนก็จะได้รู้ว่า ซันเป่า ที่เราได้รับไปมีค่าแค่ไหน บางคนได้

รับซันเป่าไปก็ทิ้งๆ ขว้างๆ บางคนก็เอาไปบอกคนอื่น เพราะว่าไม่เชื่อ ทุกคนทราบไหมว่าอาจารย์เสียใจมากทุกๆวัน อาจารย์พยายามให้ทุกคนเข้าใจธรรมะ พยายามเดินออกตามหาพุทธบุตร แต่ว่ามนุษย์นั้นก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ร่ำไป ยังคงหลงอยู่ คนที่เข้าชั้นเรียนนี้ตื่นได้ไหม? รู้แล้วใช่ไหมว่า ตัวเองต้องทำอย่างไรบ้าง ถ้าจบชั้นเรียนนี้ ไปควรจะทำอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่

บำเพ็ญธรรมขอให้ทุกคนนำเอาจิตใจที่บริสุทธิ์เหมือนกับทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ออกมาบำเพ็ญ  แม้คนใหม่ๆ จะยังไม่เข้าใจความลึกซึ้ง แต่พยามยามให้โอกาสตัวเองขึ้นมาศึกษา ก็สามารถเข้าใจได้ อย่าปล่อยเวลาอันมีค่าทิ้งไป

การบำเพ็ญธรรมที่ดีต้องแสดงออกมาให้เห็น คนที่คิดว่าตัวเองบำเพ็ญได้ดีแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นคนดี ลองถามข้างในลึกๆ ว่า ดีจริงหรือเปล่า คนที่เขาบอกว่าบำเพ็ญไม่ดี แต่ทุกๆวันก็โทรศัพท์ไปชวนคนมานี่ เรียกว่าอุทิศทั้งกายและใจหรือยัง

ทุกๆคนขอให้สามัคคีกัน ขอให้มีจิตที่รักกันเหมือนพี่น้อง   แม้ว่าจะมิได้เกิดท้องเดียวกัน แต่ต่างก็มาจากพุทธจิตญาณรวมกันทั้งนั้น อย่าได้แบ่งเขาแบ่งเรา

ศิษย์ต้องทั้งหลาย หมายความว่าอย่างไร คำว่า ต้อง คำนี้ หมายถึง สิ่งที่ศิษย์จะต้องทำทุกๆคน คือช่วยคน

การบำเพ็ญธรรม ไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญเฉพาะภายนอกเท่านั้น ในยุคนี้เป็นยุคขาว พวกเราสามารถบำเพ็ญได้ ในขณะที่ไม่ต้องอยู่ในรูปพระสงฆ์  ถ้าตอนนี้จะให้ทุกคนบวช จะบวชหรือไม่ ทุกคนมีภาระจะให้บวชอยู่ตามป่าเขา ย่อมไม่ได้ เราจะทำอย่างไรจึงจะสามารถบำเพ็ญธรรมได้  ถ้าเราไม่บำเพ็จะหลุดพ้นหรือไม่  ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ยากนักที่ทุกคนจะถือศีลกินเจ การกินเจเป็นเรื่องยากใช่ไหม  ทำไมถึงยากล่ะ  ใช่ยังติดอยู่ในรสชาติหรือไม่ ตอนนี้ทุกคนทราบไหมว่า ถ้าตอนนี้ท่านไม่ละเนื้อสัตว์แล้ว จะทันกับกาลเวลาไหม กาลเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก แต่ละวันที่ผ่านไป เรามักจะคิดว่าขอให้อยู่มีความสุข มีกินมีใช้ ขอให้ร่ำรวยใช่หรือไม่

ถ้าเราอยากจะบรรลุธรรม ส่วนมากมักจะคิดว่า มันไกลเกินกว่าที่จะไขว่คว้า  ทุกคนอยู่ที่นี่ อย่ากลัวว่าตั้งแต่บัดนี้จะให้กินเจ เพียงมาพูดเข้าใจว่าการกินเจไม่ใช่เรื่องงมงาย  แต่ว่าเป็นการรู้แล้วว่า ทุกคนเกิดมามีหนี้กรรมติดตัว จะต้องตัดกรรมของตัวเองตั้งแต่เริ่มต้น

ทานเจมีกุศลไหม การทานเจนั้นความจริงไม่มีกุศล เพียงแต่เป็นการที่ไม่สร้างบาปเพิ่มขึ้น

เท่านั้นเอง ทุกคนมีบาปมากมายอยู่แล้ว ท่านคิดจะไปประหัตประหารคนอื่นมาเป็นเนื้อของตัวเอง ทุกคนต่างมีพ่อแม่ ถ้าเราเอาเลือดเนื้อของพ่อแม่เขามาทาน เขาจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเกิดเป็นพ่อแม่ของเราเอง เราจะรู้สึกอย่างไร คนที่จากโลกนี้ ไปแล้ว เราทราบไหมว่าเขาจะไปเกิดเป็นอะไร พวกเราไม่ทราบว่าเขาจะไปเกิดเป็นอะไร แต่ที่พวกเราทานไป เราคิดบ้างไหมว่ามีสิทธิ์จะเป็นเขาได้ คนเราเวียนว่ายตายเกิดไม่หยุดสิ้น ถ้ายังไม่หลุดพ้นก็ไม่ สามารถจะละจากการเวียนว่ายตายเกิดนี้ได้ ทุกคนคิดว่าตนเองมีความกตัญญู แต่ถ้าคิดว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราละร่างกายนี้ไปแล้ว ไม่ใช่หน้าตาแบบนี้แล้ว พวกเราก็ไม่คิดที่จะอาลัยอาวรณ์อะไรอีกใช่ไหม

การบำเพ็ญธรรม ความกตัญญูย่อมมาเป็นที่หนึ่ง  ถ้าเราไม่มีความกตัญญู การที่จะก้าวหน้าในการบำเพ็ญก็ย่อมจะไม่มี ความกตัญญูไช่เพียงแต่ว่าเราให้ข้าวปลาอาหารแก่พ่อแม่ของเราเท่านั้น แต่ย่อมหมายถึงสามารถเลี้ยงดูให้ท่านมีความสุขได้ ถ้าพ่อแม่ของเราล่วงลับไปแล้ว เราจะทำอย่างไรถึงจะให้พ่อแม่ของเราเข้าใจธรรมะได้

คนที่เกิดอยู่ในโลก ทุกคนถ้าหากไม่ได้รับการเปิดจุดญาณทวารก็จะ ไม่รู้ประตูเกิดตาย พ่อแม่เราที่ล่วงลับไปแล้วไม่รู้ประตูเกิดตาย เราจะทำอย่างไร พ่อแม่ที่ยังไม่ได้รับธรรมะ เขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ทุกคนมีโอกาส ถ้าเราตั้งใจให้ดีความตั้งใจนี้ก็จะไม่เกินความพยายาม คนที่ลงแรงมาช่วยงานธรรมะ ทุกคนต่างรู้ว่าธรรมะดี แต่ถ้าไม่ตั้งใจศึกษา ไม่ลองมาเดินดูแล้ว จะรู้ว่าธรรมะนี้ดีอย่างไร คนที่อยู่ข้างหลังมาไม่ได้ 2 วัน เพราะแต่ละคนมีภาระของตัวเอง

ทุกๆคนในวันนี้ชีวิตเร่งรีบ ตื่นเช้ามาก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ ทำงาน พอค่ำดูทีวีแล้วก็นอนหลับเป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไป แล้วคุณค่าของชีวิตอยู่ที่ไหน ใช่อยู่ที่การทำความดี พยายามแก้ไขตัวเอง โดยใช้สติสัมปชัญญะว่าสิ่งใดเป็นสิ่งดีและไม่ดี โดยใช้จิตที่จุดญาณทวารนั้น คนที่นั่งอยู่ที่นี่อายุต่างกันมากมาย บางคนก็เป็นเด็ก บางคนผมก็เริ่มขาวแล้ว แต่ละคนคิดว่าชีวิตจะอยู่ยาวนานแค่ไหน หรือหวังเพียงว่าขอให้มีชิวตอยู่นานๆ เพื่ออยู่กับลูกหลาน แล้วการที่เราไปประหารชีวิตของผู้อื่น ชีวิตของเราจะจาวนานได้ไหม จริงๆเล้วคนที่เกิดมาไม่ใช่เกิดมาเพื่อกินเนื้อสัตว์ เกิดมาเพื่ออะไร ที่เกิดมาเพราะมีกรรมกรรมของเรามากมาย เราจึงอยู่ในสภาวะต่างๆกัน บางคนร่ำรวยมั่งมี เพราะแต่ละคนมีบุญเก่าไม่เท่ากัน แต่บุญที่สำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด คือบุญที่เรามีโอกาสรับธรรมะ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ต่างมีบุญสัมพันธ์ร่วม กับพระกวนอิมมา เรารู้ในความศรัทธาและเข้าใจถึงจิตใจทุกท่าน

การมานั่งที่นี่ได้ บางคนก็โดนต่อว่า ว่างมงาย จริงๆแล้วใช่งมงายหรือไม่ การที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มายืมร่างเพื่ออะไร ถ้าไม่มายืมร่าง พวกเราจะบำเพ็ญธรรมได้ไหม ขอบอกให้ทุกคนรู้ว่า ในโลกนี้มีหลายอย่างที่เราไม่คาดคิดเอาไว้ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งที่ไม่คิดหวังอาจเกิดขึ้น ถ้าหากไม่มีการบำเพ็ญที่มั่นคงเป็นฐานรองรับ สิ่งที่เราได้ประสบอาจจะรับไม่ไหว

โองการสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย บอกได้แต่ว่า ถ้าตอนนี้ไม่บำเพ็ญก็อาจไม่ทันกับเวลา โลกนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน  ใครเคยได้ยินมาบ้าง ทุกคนต่างรู้ว่าตัวเองมีสิ่งไม่ดี การที่พวกเรามีจิตที่สั่งสมมานาน มันยากที่จะแก้ไขได้ แต่ถ้าหากตั้งใจจริงก็สามารถแก้ไขได้ บางคนมีอารมณ์มากมาย มีทั้งโกรธ รัก โลภ เพราะยังเป็นปุถุชน  การที่มาวันนี้ ก็เพื่อให้ทุกคนบำเพ็ญธรรม ไม่ต้องบวชภายนอก แต่ให้บวชจิตตัวเอง

การบวชจิตภายใน หมายถึงการบวชอย่างแท้จริง การบวชจิตใช่การนั่งสมาธิคนเดียวหรือไม่ มนุษย์มักมีความเห็นแก่ตัว ยุคนี้เปลี่ยนไป คนในโลกมีจิตที่วุ่นวายมาก ถ้าผู้มีปัญญาดีทั้งหลาย บำเพ็ญธรรมโดยการนั่งสมาธิ ช่วยตัวเองโดยผู้เดียว แล้วผู้อื่นไม่เข้าใจธรรมะเหมือนเราจะทำอย่างไร

คนที่บำเพ็ญโดย การนั่งสมาธิโดยคนเดียว ยอมรับไหมว่าเห็นแก่ตัว ตอนนี้ทุกคนรวมเป็นจิตดวงเดียวอยู่ที่เรา คิดว่าความเมตตาที่แผ่ออกไปที่ดีที่สุดคืออะไร การสร้างกุศลทำอย่างไร การสั่งสอนคนให้ทำความดี เหมือนกับการที่ให้ข้าววันละมื้อ แต่ถ้าเราให้เมล็ดพันธุ์ข้าว เขาเอาไปปลูก จะดีกว่าไหม การให้เมล็ดพันธุ์ข้าวนั้นสามารถเปรียบกับการเชิญชวนเขามารับธรรมะ

เมื่อมากราบวิสุทธิอาจารย์ ได้รับการชี้วิถีธรรม เราจะได้รู้ว่า พุทธจิตธรรมญาณเดิมแท้เราอยู่ที่

ไหน แล้วเราเริ่มบำเพ็ญตรงนั้น  เราจึงจะสามารถขจัดขัดเกลากิเลส ทั้งหลายให้หมดไป แล้วฟื้นฟูจิตญาณเดิมแท้ของเราให้ใสสว่าง คืนสู่พุทธภาวะเดิมได้ จึงจะสามารถช่วยทั้งตัวเองและช่วยผู้อื่นได้

ผลไม้ที่ได้ให้ไป เปรียบเสมือนมรรคผลที่รออยู่เบื้องหน้า ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราสามารถจะเอามรรคผลจากเบื้องบนได้หรือไม่  วันนี้รับไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน  ผลไม้ที่ให้ไปก็ไร้ค่า  ถ้าเข้าใจและรู้ว่าการที่ตัวเองเสียสละมากที่สุดคือ สามารถทำให้คนอื่นเปลี่ยนเป็นคนดีได้ โลกนี้ก็จะมีแต่สันติสุข ไม่ต้องรบราฆ่ากัน

ธรรมะคือธรรมชาติ ไม่ใช่การฝืนหรือการเกร็ง ถ้าเราบำเพ็ญธรรมด้วยการเกร็ง จะต้องนั่งนิ่ง และเกร็งอย่างนั้น ไม่มีประโยชน์ บำเพ็ญธรรมต้องเปิดใจให้กว้าง เพื่อเปิดรับสิ่งที่จะเข้ามา แก้วน้ำที่มีอยู่เต็ม  จะเติมน้ำอีกได้ไหม ถ้าท่านทั้งหลายมีอัตตาตัวตนยึดอยู่ ก็เหมือนแก้วน้ำที่ไม่สามารถเติมน้ำได้อีก

สภาวะเดิมแท้คือสภาวะที่ไร้ ถ้ายังมีการแยกแยะและข้องแวะอยู่ในดีและชั่ว ก็ไม่สามารถเข้าถึงสภาวะที่ไร้ได้ ทุกคนเริ่มแรกจากการละกรรมชั่วก่อน จนเข้าใจว่า ถ้าทำดีไปทั้งหมดแล้ว ความชั่วก็จะไม่มีปรากฎ พวกเรามั่นใจไหมว่า  เราสามารถทำให้โลกนี้มีสันติสุข ขนาดไม่มีคำว่าชั่ว ถ้าทุกคนคิดว่ามั่นใจ และคิดว่าทำได้จริงๆ คำพูดที่ตอบเรามา จะต้องมีความมั่นใจ ถ้าไม่แน่ใจก็ตอบว่าไม่แน่ใจ

การบำเพ็ญธรรม  พวกเราสามารถบำเพ็ญทั้งภายนอกภายในได้หรือเปล่า นักเรียนสองท่านนี้ที่นั่งด้วยกัน ท่านมีบุญกุศลสั่งสมมากมาย ท่านได้บำเพ็ญธรรมมาแล้วในชาติก่อนๆ อย่าได้ปล่อยให้ชาตินี้ผ่านไปเฉยๆ ถ้าได้สั่งสมความดีต่อไป  ก็จะเข้าใจธรรมะได้ ทุกคนต่างมีอุปสรรคของตนเองมากมาย

อายุ ครอบครัว ก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งเมื่อก่อนสามารถบำเพ็ญได้ดีแล้ว เดี๋ยวนี้สามารถบำเพ็ญต่อไปได้หรือไม่ ทุกคนมีความในใจที่ไม่เหมือนกัน ขอให้พยายามช่วยคนให้มากๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ มีจิตใจที่บริสุทธิ์เหมึอนกัน แต่ยังไม่เข้าใจว่า จะทำให้จิตใจที่บริสุทธิ์นั้นออกมาได้อย่างไร

ถ้าจิตไม่บริสุทธิ์จะเข้าใจธรรมะได้ไหม ทุกคนที่เห็นเรา ณ ที่นี้ ความรู้สึกเดิมที่มีึิ์จุาใจว่า ะ์โคนเร่ห่้ ด่าอะไรอยู่ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า หรือคิดว่าเด็กผู้หญิ่งคนนี้มาแสดงละครหลอก ที่มาอธิบายธรรมะให้ฟัง และบำเพ็ญธรรมให้ดี  เวลาที่มาอยู่ร่วมกันมีค่ายิ่ง ขอให้ทุกคนจำไว้ ไม่ใช่จดจำเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่เป็นการจดจำในการที่จะบำเพ็ญธรรมต่อไป เรามองทุกๆคนก็รู้สึกสงสาร เพราะแต่ละคนยังมีความคิดวุ่นวายเหลือเกิน  ในโลกมนุษย์มีแต่ความฟุ้งซ่าน ถ้าไม่สามารถตัดความทุกข์ออกไปได้ ก็ไม่สามารถจะมีความสุขอย่างแท้จริง คนที่เรียนหนังสือมาก ก็มีอัตตามาก ทำให้ไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์  การที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มายืมร่าง เป็นเพราะว่าทุกคนมีปัญญาไม่เท่ากัน

ถ้าคนมีปัญญามาก  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องมายืมร่าง เขาก็สามรถบำเพ็ญธรรมได้ แต่ทุกคนต้องมีใจกว้าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงต้องการส่งเสริมคนที่ยังไม่เข้าใจ

ขอให้ทุกคนตั้งใจขัดล้างจิตใจของตนเอง ล้างกิเลสไปทีละเปลาะ ขอให้พยายามตั้งใจให้ดีโอกาสยากที่จะเจอกันอีก ความจริงแล้วเราอยู่กับทุกคน ขอให้ตั้งใจบำเพ็ญธรรมให้ดีๆ ภายหน้าเราอาจจะได้พบกันอีก  ถ้าท่านขอให้เรารักษาร่างกายของท่านให้แข็งแรง  และขอให้เราช่วยให้ท่านทำทุกอย่างให้สำเร็จสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งภายนอก ถ้าท่านสามารถเข้าใจถึงจิตอันแท้จริง บำเพ็ญธรรม บำเพ็ญจิต กายเนื้อนั้นท่านย่อมจะละได้ อย่าไปสนใจหรือปล่อยให้จิตตนเองอยู่กับกายเนื้อมากเกินไป ถ้าเราทุกคนสามารถรักษาจิตญาณของตัวเองให้เหมือนกับกายเนื้อนี้ จิตญาณก็จะใสสว่าง และกลับคืนสู่เบื้องบนได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้ย้ำกับทุกคนตลอดเวลา ว่าพวกเรายังเป็นเวไนยสัตว์ แต่จะเป็นเวไนยสัตว์ที่ตื่นหรือหลับอยู่ ให้ทุกคนเลือกเอาเอง

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *