935783

ตอน ท่องเมืองผีตายโหง

วันเสาร์ที่  9 ตุลาคม พ.ศ.2519

ท่านอรหันต์จี้กงเสด็จตรัสเป็นกลอนมีความว่า

แปดสองแปด    สิบห้าค่ำ        เดือนทรงกลด
ในนรก              ใครสงสาร      วิญญาณทุกข์
แม้จะฆ่า            ตัวตาย          ใช่พ้นทุกข์
กลับถูกรุก         ให้รับกรรม    ในเมืองผี

อรหันต์จี้กง: ปีนี้วันเพ็ญเดือนแปดสองหน  ตั้งแต่ได้รับเทวโองการให้แต่งหนังสือ “เที่ยวเมืองนรก” มาจนปัจจุบันนี้ก็ครบหนึ่งเดือนเต็มแล้ว วันเวลาไหลผ่านไปอย่างรีบเร่งเหมือนสายน้ำ หวังผู้คนได้ตื่นขึ้นจากความละเมอหลง  พระจันทร์เดือนแปดอีก (คือวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน) ชาวโลกสามารถสนทนาภายใต้แสงจันทร์ มีความสุขสดชื่นอักโข กลับมามองดูในแดนนรกที่มืดมิด  ไม่เห็นดาวเห็นเดือน  วิญญาณผีร่ำไห้ร้องโหยหวนคร่ำครวญ ทำให้คนมิอาจทนดู  เจ้าหยางเซิงเตรียมท่องนรก
หยางเซิง: ขอน้อมรับคำบัญชา! เวลาผ่านพ้นไปเร็วเหลือเกินระหว่างเวลาหนึ่งเดือนนี้ หนังสือเรื่องเที่ยวเมืองนรกยังทำไม่ได้ 10 เปอร์เซ็นเลย  กระผมเกรงว่างานใหญ่ชิ้นนี้จะทำการสำเร็จยาก

อรหันต์จี้กง: ขอให้มีความจริงใจบริสุทธิ์  ที่เรียกว่า “จิตใจแน่วแน่ฟ้าดินทลาย” เจ้ามีจิตใจทางธรรมที่ถาวรมั่นคงอยู่แล้ว  ประตูแห่งนรกทั้ง 10 ขุมจะเปิดออกเองให้เจ้าได้รู้เห็นตลอด จะไปหวั่นอันใด? รีบขึ้นบนดอกบัวเร็ว……..!
หยางเซิง: ได้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว  เชิญอาจารย์ท่านเริ่มเดินทางได้ครับกระผม

อรหันต์จี้กง: …….ถึงแล้วละ  ลงจากดอกบัวเร็ว
หยางเซิง: ที่มาวันนี้น่ะ  คือ  “เมืองผีตายโหง”   หรือครับ? ข้างหน้าประตูเมืองปิดอยู่ ด้านบนมีตัวอักษรว่า   “เมืองตายโหง”  จะเข้าไปเยี่ยมหรือครับ?

อรหันต์จี้กง: วันนี้แหละจะเยี่ยมชม   “เมืองตายโหง”   ตามข้าฯ เข้าเมืองไปเถิด
หยางเซิง: ประตูเมืองทำไมจึงปิด เราจะเข้าไปได้อย่างไร?

อรหันต์จี้กง: ประตูเมืองๆ นี้  เป็นประตูอัตโนมัติเหมือนดังประตูอัตโนมัติตามห้างสรรพสินค้าแห่งเมืองมนุษย์  บรรดาวิญญาณตายโหงถูกยมทูตมายังที่นี้  เพราะเหตุว่าตายโดยไม่ปรกติ กลุ่มควันแห่งความเคียดแค้นไม่สูญสลาย  เมื่อกลุ่มควันแค้นมาปะทะที่หน้าประตู ประกอบด้วยประตูมีการสนองรับ ก็จะเปิดออกโดยปริยาย ทุกสิ่งทุกอย่างในยมโลกสืบเนื่องมาจากการกระทำของแดนมนุษย์ แล้วแต่จิตที่จะตอบสนอง  ฉันใช้พัดโบกเพียงทีเดียว  ประตูก็จะเปิดออกเอง
หยางเซิง: ท่านอาจารย์มีฤทธิ์เดชอภินิหารสูงส่งมาก!  พัดเล่มนี้ผมขอเอาไปในแดนมนุษย์ แสดงความศักดิ์สิทธิ์อภินิหารให้ชาวโลกดูเป็นขวัญตา!

อรหันต์จี้กง: เจ้าอย่าได้ริอ่านเกิดความคิดวิปริต  เมื่อเกิดความคิดวิปริตก็มักจะผจญมาร (คือมีมารมาผจญ) ผู้บำเพ็ญธรรมไม่ควรแสวงหาสิ่งปฎิหาริย์มหัศจรรย์ ถ้าผู้บำเพ็ญธรรมสุขกายสบายใจ วันๆ ไม่มีเรื่องจุกจิกรบกวน  จิตใจก็ผ่องแผ้วชื่นบานก็เท่ากับ “เทวดาองค์น้อยๆ” อยู่แล้ว  จะเอาพัดเล่มนี้ไปโบกเกิดเพิ่มความยุ่งยากเปล่า!
หยางเซิง: ขอรับ  กระผม! ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่สั่งสอนกระผมรู้สึกกระดากใจยิ่ง  ข้างหน้ามีคนขบวนหนึ่งกำลังเดินมาเป็นใครกันครับ?

อรหันต์จี้กง: นั่นคือ ข้าราชบริพารผู้รักษาเมืองผีตายโหง  และนายทหาร  เตรียมการต้อนรับ
ข้าราชฯ: ขอน้อมรับท่านจี้กง  และหยางเซิง  ที่มาสู่เมืองนี้เชิญตามพวกข้าพเจ้าเข้าเมืองและตรวจเยี่ยม
นายทหาร: ขอต้อนรับท่านอาจารย์และหยางเซิง  พวกข้าพเจ้าได้รับคำสั่ง  ทราบว่าท่านมาเยี่ยมชมทุกขุม  แต่งเป็นหนังสือเพื่อเตือนชาวโลก

หยางเซิง: ขอน้อมคารวะทุกๆ ท่าน  กระผมกับท่านอาจารย์มายังที่นี้  ขอได้โปรดให้คำแนะนำด้วย
ข้าราชฯ: มิกล้า เชิญลุกขึ้นเถิด ตามข้าพเจ้าเข้าเมืองกันเถิด

หยางเซิง: ที่นี่เสมือนหนึ่งคุกที่กว้างใหญ่มาก  ในเมือง “ผีตายโหง” มีคนมากเช่นนั้นหรือ?
ข้าราชฯ: ทุกวันมีผู้ตายโหงมายังที่นี้  ข้าพเจ้าจะพาท่านชมดูตั้งแต่ห้องขังเป็นต้นไป

หยางเซิง: ห้องนี้มีเด็กเล็กเป็นกลุ่มๆ  เลือดสดๆ  เต็มหน้าตาส่งเสียงร่ำไห้ไม่ขาดระยะ บ้างก็นอนบนพื้นดิน  น่าทุเรศน่าสงสารมาก  ไฉนจึงไม่ปล่อยให้พวกมันออกไป

นายทหาร: เด็กเหล่านี้ล้วนเป็นเด็กที่ถูกทำแท้งออกของเมืองมนุษย์  เพราะเหตุว่าเป็นตัวเป็นตนแล้ววิญญาณมิได้ดับสูญเมื่อตายแล้วต่างก็ตกมาถึงที่นี้  เนื่องจากชาวโลกไม่อยากชุบเลี้ยงหรือเกิดมีท้องขึ้นมา โดยไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ส่วนมากทารกยังไม่ทันได้คลอดออกมาก็โดนรีดออกถึงแก่ความตาย ทารกคนๆ หนึ่ง ก็คือชีวิตหนึ่ง  เด็กที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ เพราะเหตุว่าไม่สามารถเกิดออกมา  จึงเกิดมีจิตใจที่เคืองแค้น ทำให้พ่อแม่ต้องสูญเสียเงินทองในทางลับแล้ว ยังรอคอยจนพ่อแม่ตายลงแล้ว ก็จะมีการรังควานอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงขอเตือนชาวโลกอย่าได้ทำแท้งตามใจมากนัก การกระทำแบบนี้ไม่เพียงแต่ผิดศีล ยังจะทำให้ตัณหาแห่งคาวโลกีย์โหมแรงขึ้นเรื่อยๆ………ผู้ที่เคยทำแท้งกลับมาแล้ว จะต้องสร้างบุญสร้างกุศลให้มากขึ้น  เพื่อชดเชยความผิด  แล้วกฎแห่งยมโลกก็จะลดผ่อนโทษนี้ให้

หยางเซิง: ความจริงเป็นอย่างนี้เอง  ขอเรียนถามท่านนายทหารว่า ผู้ที่ตายจากอุบัติเหตุล้วนแต่จะต้องมายัง “เมืองตายโหง” หรือไฉน?

นายทหาร: หาเป็นเช่นนั้นไม่   ถ้าทหารสามเหล่าทัพที่ตายลงในสนามรบ เพื่อป้องกันประเทศชาติ พลีกายเพื่อชาติที่เรียกว่า “พลีตนเอง(ส่วนเล็ก) เพื่อส่วนรวม (ส่วนใหญ่)”แต่ไม่ต้องมายัง  “เมืองผีตายโหง” เพื่อรับโทษทัณฑ์ วิญญาณผู้กล้าหาญวีรบุรุษเหล่านี้  ได้รับการต้อนรับขับสู้เป็นพิเศษบ้างก็ขึ้นไปเสพสุขบนสวรรค์  บ้างก็ตามบุญของตนกลับเข้าเป็นเจ้า หรือกลับไปเกิดเป็นมนุษย์ที่มีโชคลาภวาสนา  ดังเช่นแดนมนุษย์ตั้ง “ศาลเจ้าวีรบุรุษผู้ชื่อตรง” รับการกราบไหว้จากประชาชนนับหมื่นนับแสน  นี่แหละคือสนองกรรมดีของผู้มีจิตชื่อตรงอารี ดังนี้จึงขอเตือนชาวประชาต้องชื่อตรงหวงแหนรักประเทศชาติ นับแต่โบราณกาลมาผู้ที่จงรักภักดีต่อประเทศชาติ  ล้วนถูกขนานนามในทางดี หอมหวนนับหมื่นนับแสนปีได้รับการเคารพกราบไหว้ตลอดกาล!

หยางเซิง: ท่านนายทหารพูดถูกแล้ว!
อรหันต์จี้กง: ฟ้าดินท่านรักผู้สัตย์ซื่อ นับแต่โบราณกาลมาจนทุกวันนี้ ผู้กล้าหาญซื่อสัตย์ที่มีจิตใจกล้าพลีชีพเพื่อประเทศชาติสามารถทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน  ผีและเจ้าสะอื้นไห้ ฉะนั้นเพียงแต่มีความซื่อตรงเท่านั้น ก็ได้สำเร็จบรรลุธรรมไปมากต่อมากแล้ว! วันนี้เวลาหมดแล้ว เจ้าหยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนักเถอะ ขอลาท่านผู้ปกครองเมืองกับนายทหารทั้งหลาย

หยางเซิง: ขอขอบคุณท่านผู้ปกครองเมือง และนายทหารที่ได้ให้การชี้แจง  เพราะเหตุเวลาหมดลงขาลาก่อนละ
ข้าราชฯ: มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ขอท่านอาจารย์และท่านหยางเซิงได้โปรดอภัยด้วย
อรหันต์จี้กง: ไม่ต้องเกรงใจ!  เราศิษย์-อาจารย์จะกลับสำนัก เจ้าหยางเซิงขึ้นดอกบัวเร็ว

หยางเซิง: กระผมนั่งเรียบร้อย  ท่านอาจารย์
อรหันต์จี้กง: น่าสมเพชชาวโลกที่โง่เง่า เอาแต่เริงโลกีย์ แต่รีดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขตนเองโดยไม่เหลียวมอง น่าสังเวชใจเป็นหนังหนา  แม้พระพุทธเทวดาก็ไม่อาจจะทนดูได้  เตือนชาวโลกจงกลับใจสู่ความเมตตาธรรม การครองสุขในครัวเรือนเรื่องผัวเมียควรเป็นการสืบพันธุ์ต่อตระกูล สร้างความอบอุ่นในครอบครัว มีความสุขทางใจแสนประเสริฐเลิศล้ำกว่าความใคร่ถนอมรักพลังกายที่มีจำกัดยกให้แก่สังคมและประเทศชาติ จงทำคุณประโยชน์ให้แก่มวลมนุษย์เถิด…! ถึงสำนักเซี้ยเฮี้ยงตึ้งแล้ว
หยางเซิงลงจากดอกบัว วิญญาณกลับเข้าสู่ร่างดังเดิม

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *