คิดใกล้ตรองไกล

ท่านจูซีฟูจือ

2023-07-08 12:58:39 - mindcyber

คิดใกล้ตรองไกลยึดถือดี           ผู้ใจดีได้ตอบแทนเกียรติให้

มีการุณย์สบายธรรมดาไซร้       ธรรมเข้าใจเหน็ดเหนื่อยไม่รู้โง่

จริงปลอมควรเริ่มที่ความจริง      ถูกผิดไม่นิ่งควรแยกออก

เก่งนอกในอริยะเหยียบเมฆหมอก ชนเมารู้ระวังอกกดข่มใจ

                  ใจที่ปะติดปะต่อกันไปเรื่อยๆ คือความคิด ความคิดที่มีแผนการเรียกว่าครองหรือตรึกตรอง การรู้เรื่องราวต่าง ๆในโลกนี้มีหลากหลายเป็นหมื่นพัน ในใจจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคิดตรอง แต่ถ้าพูดถึงคนที่ปฏิบัติบำเพ็ญ ถ้าคิดตรองเกินไปก็จะเจ็บป่วย เพราะฉะนั้นคนที่คิดตรองมากจึงสงบสุขไม่ได้ ก็ทำให้ใจไม่มีสมาธิ อย่างนี้ก็ยอมรับว่าการคิดตรองมีผลร้าย ท่านหวังจิงกงว่า “ผู้ไตร่ตรองวางแผนแผนการกำหนด หวังมันทีละเล็กทีละน้อย จะสำเร็จเป็นผู้สามารถได้ง่าย” นั้นเป็นให้ทัศนะว่าคนควรไตร่ตรองวางแผนการให้รอบคอบปัญหาทางการคิดตรอง สมัยซ่งมีผู้ขอความเห็นกับมหาบัณฑิตสี่เหิง “ในใจคิดตรองมาก ทำอย่างไร” ่สี่เหิงตอบทันทีว่า“ไม่รู้ว่าคิดตรองมันเรื่องอันใด ถ้าเพียงต้องการรู้ จะคิดสักร้อยพันก็ได้ ถ้าเป็นความใคร่ผุดขึ้น ก็ให้ตัดทิ้งไป ที่รู้ได้ตนเองนั้น ใจคนนั้นว่องไว ไม่ใช่ท่อนไม้ที่ไม่คิด ต้องเป็นกะทิที่คิดตรอง” ถือเป็นบทวิจารณ์ของท่าน ถ้าความคิดตรองนั้นไม่ยึดติดกับเห็นแก่ตัวก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเลว จึงเป็นที่รู้เช่นนี้

                 ผู้ปราชญ์เปรื่องวิชาการปกครองมักคิดตรองสิ่งไร้สาระนายเซียวปั่ง คนในสมัยซ่งเคยเล่าเรียนกับหวงฉูวั้งที่เมืองจิ่วเจียงศึกษาเรื่องซุนซิวแล้วได้อะไรบ้าง หวงฉูวั้งบอกว่า “สาระการศึกษาตำราอยู่ที่การตรึกคิด” นายเซียวก็ถามวิธีการตรึกคิด ฉูวั้งตอบว่า“บัณฑิตสมัยก่อนพูดถึงตำรา ผู้ที่รู้แล้ว ก็ยังไม่เหมาะสม ผู้ที่ยังไม่รู้ก็ยังไม่เคยไม่ตรึกคิดได้” อันนี้เป็นความคลางแคลงใจชนิดหนึ่งของวิชาการปกครองโดยเฉพาะ จึงมีค่าควรแก่การเชิดชูเอาอย่าง เป็นปราชญ์ก็มีคำพูดไว้ว่า “เรียนโดยไม่คิดก็ทื้อ” คนที่มีนิสัยชอบสงสัยเป็นเงื่อนไขสำคัญที่แสวงหาความก้าวหน้า จะไม่แสวงหาได้อย่างไร

                 การคิดตรองแม้ใช้สมองเป็นหลัก แต่ก็ได้รับสภาวะที่กระทบกระเทือนต่อร่างกาย คนจีนมักพูดว่า“ปุโปร่งตำรา ภายหลังลงมือ”กับคำว่า “เติมเต็มพุงสมองก็ว่างเปล่า” นี่ก็พูดถึงท่ามกลางสภาวะติดขัดจะเป็นเวลาที่ความคิดตรองเคลื่อนไหวมากที่สุด

                 คุณหวังจุนนิ่งกล่าวในจ๋าสือว่า “คนอยู่ด้วยกันทั้งวัน วาจาไม่ถึงสัจจะ ปมนิสัยแล้งภัย คนกินอิ่มไม่ใส่ใจทั้งวัน เกิดใจที่ไม่ลับเร้น”ดังนั้น “ประชาเหน็ดเหนื่อยจึงคิด ความคิดถึงจึงเกิดในดี” คนที่ท้องอิ่มแม้เป็นคนที่ไม่เร้นลับ แต่ในสมองเห็นแก่ตัวไม่ตรง การเห็นแก่ตัวกับคิดแต่ตนใกล้ชิดกันมาก เพราะฉะนั้นจึงควรมีการกดข่มเสียก่อน

                 การคิดตรองทำให้ใจคนกระเพื่อมไม่สงบแต่ก็กำจัดในวงคิดแต่ตนเท่านั้น คิดแต่ตนไม่น้อยความเห็นแก่ตัวก็ไม่สิ้น ที่สุดก็จะไม่เคยเงียบ ในปฏิญญาลับหมื่นลี้ว่า “ความรู้บ่มเลี้ยงลดปราณความคิดเรียบเสมอ ข้างหน้าที่เห็นก็ให้รู้จักรวาลโล่งไม่มีเส้นคั้นแม้ใยไหม”

          ความคิดคือหลักธรรมปะติดปะต่อเรื่อยไป ที่สำคัญต้องใกล้ความจริง การตรึกตรองคือแผนการที่รอบคอบ ควรให้ไกลใหญ่เป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นในหลุนอวี๋ว่า “คนไม่มีตรองไกลก็มีกังวลใกล้”นายหวังอิ้งหลินว่า “ความคิดเกิดขึ้นต้องใส่ใจ เดิมการณ์ที่แถลงต้องทำ เพื่อความดีไม่เพื่อประโยชน์ เพื่อผู้อื่นไม่เพื่อตน เพื่อวีรชนไม่เพื่ออันธพาล เป็นหลักของศาสตร์” มีอีก “ความคิดต้องใกล้ ใกล้จะละเอียด ตรองต้องไกล ไกลจะรอบคอบ” ดังนั้น คิดใกล้ตรองไกลนี้เป็นหลักของคนเรียนหนังสือต้องแสวงหา คือการทำงานเพื่อคนหรือเหน็ดเหนื่อยในเรือน การกล่อมเกลามวลชน ก็ไม่อาจห่างได้แม้ขณะหนึ่ง หากทำได้เช่นนี้ทำงานก็สำเร็จ ความคิดมีค่าอยู่ที่สามารถคิดได้ที่ไม่ควรคิดหรือความคิดของพระเจ้า การตรึกตรองมีค่าอยู่ที่สามารถให้บารมีศักดิ์สิทธิ์ให้เข้าถึงการกล่อมเกลา โปร่งใสทั้งภายนอกกายในสะอาดที่สุด เจ้ารู้ประจักษ์ไปทุกสารทิศ พบได้จากรูปลักษณ์ภายนอกสิ่งที่ได้คือความคิดของพระเจ้า ท่ามกลางความกลมสมบูรณ์ เอาความไม่คิดเป็นความคิด เอาความไม่ตรองเป็นความตรอง เอาความไม่หวังบารมีเป็นบารมี เอาความไม่มุ่งหวังไม่มีวาจาแล้วแปรเปลี่ยนร่วมกับเต๋า ก็จะไม่มีความกังวลสรรพเรื่องเกิดจาก “คิดใกล้ตรองไกล"ขอให้บรรดาลูก ๆ จะเข้าใจถึงพระเจ้า ประทับบนอาสนะถ่ายทอดสำเนียงใจ จะได้ไม่สูญเปล่าการทรงของเจ้ากับมนษย์ไป  

More Posts