พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ
เป็นราชันย์เดิมที่นั้นเปี่ยมด้วยบุญวาสนา
กลับลุ่มหลงกามาประพฤติทรามทำตัวต่ำ
ราชาไม่ดีประชาชนเดือดร้อนทั่วเขตคาม
ตำแหน่งสูงเป็นผู้นำกรรมยิ่งหนักโทษรุนแรง
พุทธะจี้กง : เกิดมาเป็นคน อาจจะมีร่ำรวย สูงศักดิ์ ยากจน ต่ำต้อย แตกต่างกันไป ฐานะตำแหน่งสูงหรือต่ำอาจจะมีการแบ่งแยก แต่ในด้านของกฎหมายทุกๆคนต่างก็มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง มุขมนตรี ขุนพล โอรสสวรรค์ หรืออาณาประชาราษฎร์ ภายใต้กฎสวรรค์และกฎของยมโลกทุกคนต่างมีความเสมอภาคภายใต้กฎเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าอยู่บนโลกมนุษย์มีฐานะร่ำรวย สูงศักดิ์ ยากจน ต่ำต้อยแตกต่างกันแล้วจะได้รับสิทธิพิเศษที่แตกต่างกัน ดังนั้นเกิดเป็นคนอยู่ในโลกมนุษย์ อย่าได้ก่อกรรมทำชั่วอันเป็นเหตุให้ต้องตกนรก ทุกคนควรยึดมั่นอยู่ในศีลธรรมจรรยา รักษาเกียรติศักดิ์ศรีแห่งพรหมจรรย์ มีจิตที่เที่ยงตรง ปฏิบัติตามกฎ อย่าได้มีพฤติกรรมที่ชั่วร้ายสกปรก เกิดเป็นคนอยู่ในโลกนี้จะต้องมีพลังธรรมอันเที่ยงตรงจึงจะสามารถเดินไปได้ทั่วหล้า ถ้าหากเมื่อไหร่ที่สูญเสียพลังธรรมอันเที่ยงตรงไปแล้ว พฤติกรรมของคนก็จะเอนเอียงไปในทางที่ชั่วร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีตำแหน่งระดับสูง มีอำนาจอยู่ในมือ จะต้องยิ่งระมัดระวังคำพูดและการกระทำของตัวเองว่าสอดคล้องกับทางสายกลางหรือไม่ ชาวโลกพึงรู้ว่า คนที่มีอำนาจมาก คนที่มีตำแหน่งสูงศักดิ์ทั้งหลายที่ชอบมั่วโลกีย์มักมากในกามตัณหา นับแต่อดีตโบราณมามีจำนวนไม่น้อย ที่เรียกว่า มีตำแหน่งเมื่อไหร่ก็ก่อบาปหนักขึ้นเมื่อนั้น ก็เป็นเช่นนี้ ควรรู้ว่า อันดับหนึ่งของบาปกรรมทั้งปวงก็คือกามตัณหา ตั้งแต่อดีตโบราณมา กษัตริย์ เสนา รวมทั้งเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ รับผู้หญิงเข้ามาเป็นสนม นางบำเรอ หรืออนุภรรยา ลุ่มหลงมัวเมาในสาวงามจนลืมงานราชการ ทำให้ประเทศชาติตกต่ำอ่อนแอ แม้แต่พ่ายแพ้ถูกทำลาย คนที่มีตำแหน่งสูงจะต้องมีกายใจที่เที่ยงตรง อย่าได้หมกมุ่นมัวเมาในเรื่องกามตัณหา ไม่เช่นนั้นวันหนึ่งพญายมกวักมือเรียก จะมาสำนึกเสียใจภายหลังก็สายไปเสียแล้ว หากไม่รู้จักสำนึกขอขมากรรมอย่างลึกซึ้ง ไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเองใหม่ ไม่ยืนหยัดมุ่งมั่นพากเพียร ในที่สุดวันหนึ่งก็จะต้องมีส่วนร่วมในนรกอเวจี เอาล่ะ! ศิษย์เราจงออกจากร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์
พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี รีบขึ้นบัลลังก์บัวเถอะ
ชิวเซิง : (ช่วงระหว่างทาง มีอากาศเย็นเกิดขึ้นติดต่อกันถี่ๆ ชั่วพริบตาเดียวก็ลงมาถึงที่หมาย)
พุทธะจี้กง : ท่านเซียนกวนมารอแล้ว ศิษย์เรา รีบเข้าไปแสดงคารวะ
ชิวเซิง : ผู้น้อยคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง
เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง
พุทธะจี้กง : ไม่ต้องมากพิธี
เซียนกวน : เชิญตามเราเข้าไปด้านใน
ชิวเซิง : (บนประตูคุกแขวนแผ่นป้ายที่สร้างขึ้นจากหินแกรนิต สลักว่า “อเวจีหลอมหยก คุกที่ 96” ภายในคุกเห็นเพียงพื้นที่โล่งกว้าง มีวัตถุที่เป็นโลหะเหล็กปลิวว่อน รูปร่างลักษณะของมันยากที่จะอธิบายได้ โลหะเหล็กเหล่านี้จู่โจมเข้าใส่วิญญาณบาปอย่างรวดเร็ว บ้างก็หัวขาด บ้างก็ท้องแตก บ้างก็ปากเบี้ยวสั่นไม่หยุด มือของบางคนมีสภาพกลายเป็นปลาหมึก ขากลายเป็นกบ และมีจำนวนไม่น้อยที่มีแขนห้อยเลยเข่าคล้ายชะนี ร่างกายถูกตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆแต่ยังคงเชื่อมต่อกัน อีกด้านหนึ่งมีพัดเหล็กขนาดใหญ่เท่าล้อรถ เมื่อใบพัดขยับก็ปล่อยลูกไฟออกมา ลูกไฟตามโจมตีวิญญาณบาปไม่หยุด ร่างของวิญญาณบาปถูกลูกไฟโจมตีเข้าอย่างจังจนร่างทะลุ บ้างโดนปากและจมูก บ้างโดนหัวใจและปอด บ้างโดนตับและกระเพาะ บ้างโดนมือและเท้า บ้างโดนหัว โดนใบหน้า แต่ละที่ๆโดนไม่มีที่ไหนที่จะไม่ไหม้เละและเป็นหนอง เมื่อหนองแตกหนองก็ไหลพุ่งออกไปรอบด้าน แล้วหนองทั้งหมดก็กลายเป็นหนอนแมลงวันขนาดใหญ่ที่สูงดั่งเขาพระสุเมรุ หนอนอ้าปากกว้างหนึ่งโยชน์ สามารถกลืนกินวิญญาณบาปได้นับร้อย หนอนยืดลิ้นออกมาประมาณสี่เมตรสามารถตวัดเอาวิญญาณบาปเข้าปากได้หลายสิบ ฟันของหนอนก็สามารถแขวนวิญญาณบาปได้เป็นร้อย สิ่งที่มีขนาดใหญ่โตมหึมาขนาดนี้ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเห็นมาก่อน วันนี้โชคดีที่ได้เห็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่หาดูได้ยากเช่นนี้ มีควันพิษกลุ่มหนึ่งส่งกลิ่นกระจายออกมาจากภายในตัวของหนอน กลิ่นเหม็นไม่น่าดม หลังจากนั้นไม่นานก็มีลมพัดมาช้าๆทำให้สามารถมองเห็นสภาพในคุกได้อย่างชัดเจน บรรยากาศพิษที่ส่งกลิ่นเหม็นก่อนหน้านี้ก็ไม่มีแล้ว หลังจากที่วิญญาณบาปโดนบรรยากาศพิษก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งทำให้คนรู้สึกกลัว วิญญาณบาปหัวเราะจนน้ำลายไหลออกมาจากปาก ทำให้คนรู้สึกขยะแขยงไม่กล้าเข้าใกล้ กลางเวหามีเต่าไฟบินมา แลบลิ้นแผลบๆเลียที่อวัยวะเพศของวิญญาณบาป ยังมีนกกะรางหัวขวานจิกที่จมูกของวิญญาณบาป มีไก่งวงจิกกินหัวใจของวิญญาณบาป มีจิงโจ้เข้ามาแล้วใช้กำปั้นชกที่หัวของวิญญาณบาป ชกจนมันสมองไหลออกมาจึงหยุดชก มีลิงอยู่ฝูงหนึ่งไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ มองๆดู ที่แท้แล้วพวกลิงกำลังดึง “กล้วยหอม” ของวิญญาณบาปออกมา น่ากลัวจริงๆ ครอบครัวลิงกินกล้วย กินกันจนสุดปลายผลกล้วย ไม่รู้ว่าใครกำลังกิน “กล้วยหอม” ของใครอยู่ เป็นสภาพเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ออกจะคาดคิดไม่ถึงอยู่สักหน่อย) ท่านเซียนกวนครับ ที่จริงแล้ววิญญาณบาปเหล่านี้เป็นคนประเภทไหนหรือครับ?
เซียนกวน : วิญญาณบาปที่อยู่ที่นี่ตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ เป็นขุนนางข้าราชการ แต่ไม่รู้จักรักใคร่เมตตาประชาชน ไม่รู้จักรักทะนุถนอมชีวิตของผู้อื่น กลับชอบกดขี่ข่มเหงเข่นฆ่าทำร้ายประชาชน วิญญาณบาปเหล่านี้ตอนที่มีชีวิตอยู่เมื่อพบหญิงสาวสามัญชนที่รูปร่างหน้าตาดีสามารถเชิดชูทำเมียได้ ก็จะบีบบังคับให้แต่งงานด้วย ยิ่งไปกว่านั้นบางทีอาจจะใช้อำนาจเข้ายึดครอง ตลอดทั้งวันหมกมุ่นลุ่มหลงอยู่ในกามตัณหา ไม่รู้จักรักทะนุถนอมร่างกายของตัวเอง หลังจากรับการลงโทษในนรกขุมต่างๆแล้ว จึงเข้าสู่คุกนี้
ชิวเซิง : เพราะอะไรถึงต้องลงโทษด้วยโลหะเหล็ก?
เซียนกวน : ที่วิญญาณบาปต้องถูกลงโทษเช่นนี้ เป็นเพราะตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ใช้อิทธิพลอำนาจและกำลังป่าเถื่อนบังคับให้ผู้หญิงร่วมเพศแล้วไม่รู้จักสำนึกผิด
ชิวเซิง : แล้วหนอนแมลงวันมีเหตุปัจจัยเช่นไร?
เซียนกวน : หนอนแมลงวันคือสัตว์ที่อยู่ในสถานที่ๆสกปรก สาเหตุเกิดจากบาปกรรมบันดาล เพราะตอนสมัยที่มีชีวิตอยู่ชอบไปสถานที่ลามกอนาจาร คนที่ไม่รู้จักควบคุมตัวเองก็จะต้องรับความทุกข์ทรมานจากหนอนแมลงวัน
ชิวเซิง : แล้วเต่าไฟมีมูลเหตุอย่างไร?
เซียนกวน : เต่าไฟนั้นแปรสภาพมาจากองคชาตของวิญญาณบาป เพราะที่ปลายขององคชาตเรียกอีกอย่างว่าหัวเต่า หัวนี้เลียหัวนั้น จะต้องควบคุมหัวเล็กไม่ให้ดื้อและยอมเชื่อฟัง
ชิวเซิง : แล้วฝูงลิงคืออย่างไร?
เซียนกวน : ลิงชอบกินกล้วยหอม แล้วตอนที่วิญญาณบาปมีชีวิตอยู่ก็ชอบใช้องคชาตของตัวเองไปทำเรื่องลามกบ่อยๆ เพราะชอบทำเรื่องลามก เมื่อมาถึงที่นี่ ลิงเห็นองคชาตของวิญญาณบาปแดงๆคล้ายกล้วยหอม ดังนั้นพวกมันจึงเข้าไปดึงองคชาตของวิญญาณบาปออกมาปอกเปลือกถลกหนัง
เซียนกวน : ขุนพลทั้งสองไปนำตัว “ชังอี้หวัง” แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตกมาสัมภาษณ์ซิ
ขุนพล : (ทันใดนั้นก็ควบคุมตัวนักโทษมาคนหนึ่ง หน้าตาสกปรกเปรอะเปื้อนและมีรูปร่างที่แปลกประหลาด มือและเท้าของนักโทษบิดเป็นเกลียว) รายงานท่านเซียนกวน นำตัววิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ
เซียนกวน : วิญญาณบาปจงฟังให้ดี! คืนนี้มีแขกผู้มีเกียรติมาเยี่ยมชมคุก หากไม่เล่าตามความเป็นจริงระวังจะถูกลงโทษ
วิญญาณบาป : ข้าจะเล่า อย่าตีข้าอีกเลย!
ชิวเซิง : ท่านคือใคร?
วิญญาณบาป : ข้าคือ “ชังอี้หวัง” เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก คิดไม่ถึงเลย ตอนที่มีชีวิตอยู่มีความสง่างามน่าเกรงขามเป็นยิ่งนัก ตายแล้วกลับต้องมาอยู่ที่นี่ มืดมนไม่มีแสงตะวัน แถมยังทุกข์ทรมานจนพูดไม่ออก
ชิวเซิง : ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดท่านจึงตกสู่นรกอเวจีแห่งนี้?
วิญญาณบาป : หวนคิดถึงอดีตตอนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นเพราะหมกมุ่นในกามตัณหา ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ไม่สนใจเรื่องงานราชกิจ สุดท้ายถูกขับไล่ ต้องออกไปร่อนเร่พเนจร ขอทานตามท้องถนน ต่อมาก็ป่วยตาย มาถึงนรกถูกพญายมตัดสินลงโทษในนรกขุมต่างๆ ตอนนี้ถูกย้ายมารับโทษที่นี่ ยิ่งทุกข์ทรมานมาก รีบช่วยข้าที!
พุทธะจี้กง : หากรู้ก่อนตั้งแต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ไหนเลยจะทำเรื่องแบบนั้น! พึงรู้ว่าความชั่วทั้งปวงกามตัณหามาเป็นอันดับหนึ่ง คนที่ประพฤติผิดในกามไม่เพียงเป็นการทำร้ายร่างกายของตัวเอง ทำให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอมีโรคมาก ยังส่งผลกระทบเกี่ยวพันถึงชะตาชีวิต นอกจากนี้ยังพัวพันไปถึงดวงชะตาของครอบครัว เป็นอุปสรรคขัดขวางต่ออาชีพการงานอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย มากมายจนหยิบยกตัวอย่างขึ้นมากล่าวไม่หวาดไม่ไหว ดังนั้นต้องระมัดระวังเรื่องกามทุกขณะจะปล่อยปละละเลยไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที
ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ จะทำอย่างไรให้เวไนย์ในนรกอเวจีหลุดพ้นจากความทุกข์ ได้รับความสุข?
พุทธะจี้กง : ถ้าหากว่ายังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถใช้จิตที่มีความศรัทธาจริงใจกราบสำนึกขอขมากรรม นับจากนี้ไปตลอดชีวิตไม่ทำผิดซ้ำอีก ก็ยังคงหลีกเลี่ยงความทุกข์ในอเวจีได้ หากตอนนี้ตายไปแล้ว จะต้องมีพลังมหาปณิธานอันยิ่งใหญ่ของเซียนพุทธะจึงจะสามารถฉุดช่วยได้ และหากเวไนย์ทั้งหลายที่ได้รับความทุกข์ทรมาน สามารถระลึกสวดท่องนามของเซียนพุทธะได้ ก็จะสามารถหลุดพ้นจากทุคติภูมิไปเกิดในสุคติภูมิได้
ชิวเซิง : ตอนนี้จะฉุดช่วยอย่างไร?
พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้าสามารถสอนให้เขาสวดท่องพุทธนามของพระศรีอาริยเมตไตรยได้ ทั้งนี้เขาจะได้นำกรรมไปเกิด แต่ว่าจะต้องมีจิตที่ศรัทธาจริงใจนะ
ชิวเซิง : ชังอี้หวัง ตั้งใจฟังให้ดี ตอนนี้เราจะสอนวิธีให้ท่านพ้นทุกข์ ท่านจงจดจำไว้ในใจ ให้ท่านใช้จิตศรัทธาจริงใจสำนึกขอขมาบาปกรรมในอดีตที่ผ่านมา จากนี้เป็นต้นไปไม่ทำผิดซ้ำอีก
วิญญาณบาป : ข้าขอสาบานด้วยความจริงใจ สำนึกขอขมาบาปกรรมในครั้งอดีต บัดนี้เป็นต้นไปจะไม่ทำผิดซ้ำ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปร้อยพันโกฏิกัปขอสาบานว่าจะไม่ละเมิดฝ่าฝืน ได้โปรดถ่ายทอดวจีธรรมอันวิสุทธิ์ให้แก่ข้าด้วย
ชิวเซิง : ตอนนี้ให้ใช้ความศรัทธาจริงใจสวดพุทธนามว่า “นะโม หมีเล่อฝอ” ในอดีตกัปที่เนิ่นนานมา ขณะนั้นพระศรีอาริยเมตไตรยได้สำเร็จเป็นพุทธะแล้ว แต่ด้วยมหาปณิธานอันเมตตาปรารถนาที่จะฉุดช่วยเวไนย์ออกจากทะเลทุกข์ จึงหวนกลับมาขับเคลื่อนนาวาธรรมใหม่อีกครั้งโดยสำแดงรูปกายแห่งโพธิสัตว์ปกโปรดฉุดช่วยเวไนย์ บัดนี้ได้รับการพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าในอนาคตจะเป็นที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ของเหล่าเวไนย์ในยุคท้ายปลายพระสัทธรรม ด้วยเหตุนี้ เวไนย์ทั้งหลายในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เวไนย์ทั้งหลายที่สมควรฉุดช่วย ที่กำลังฉุดช่วย และที่ยังไม่ได้รับการฉุดช่วย เวไนย์ทั้งหลายที่ไปเกิดแล้ว ที่กำลังไปเกิด และที่ยังไม่ได้ไปเกิด จึงควรยึดมั่นศรัทธาในพุทธนามของพระศรีอาริยเมตไตรย สวดท่องพุทธนามของพระศรีอาริยเมตไตรย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งควรตั้งปณิธานบังเกิดความมุ่งมั่นไปเกิดยังแดนวิสุทธิภูมิของพระศรีอาริยเมตไตรย หากใครยังไม่รู้จักหนทางนี้ พึงป่าวประกาศออกไป ให้ทุกคนนำกรรมติดตัวไปบำเพ็ญมรรคผล แล้วลงสู่แดนชมพูทวีปพร้อมกัน ได้ร่วมประจักษ์ในสัมมาสัมโพธิ ได้ร่วมงานชุมนุมหลงฮว๋าพร้อมหน้ากัน
วิญญาณบาป : (สงบจิตลงแล้วสวดพุทธนาม “นะโม หมีเล่อฝอ” หลังจากที่สวดพุทธนามอยู่หลายคำ กลางเวหาก็ปรากฏดอกบัวขาวอันเป็นมงคลเปล่งรัศมีสาดส่องไปทั่ว แสงรัศมีช่วยเยียวยารักษาวิญญาณบาปทั้งหลาย อวัยวะต่างๆในร่างกายหวนกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม พระศรีอาริยเมตไตรยอยู่ท่ามกลางรัศมีอันสว่างไสวโชติช่วงกล่าวว่า “สาธุ! ปกโปรดเวไนย์ ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่ ความคิดบริสุทธิ์เที่ยงตรง สามารถบรรลุถึงผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่” ทันใดนั้นพระศรีอาริยเมตไตรยก็ใช้นิ้ววัชระเปล่งรัศมีประทานพร ในที่สุดชังอี้หวังก็ตามเสียงพุทธนามขึ้นบันไดเมฆออกไป)
เซียนกวน : วันนี้เราได้เปิดหูเปิดตา ชังอี้หวังนำกรรมไปเกิด ไม่คาดคิดว่าจะเป็นภาพที่มหัศจรรย์เช่นนี้
ชิวเซิง : ผู้น้อยเองก็แทบช็อก คิดไม่ถึงเลยว่าสวดพุทธนามหลายคำจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้
พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว กลับกันเถอะ
ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่ช่วยเหลือ
เซียนกวน : น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี
พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว วิญญาณจงกลับเข้าร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์