เรื่องบิดาท่านกงอี้กับวงศ์ญาติมีความเห็นพ้องกันให้ขายต้นไม้ที่สุสานบรรพชนไป 8 ต้น ได้เงินมากว่าแปดสิบพันอีแปะ บิดากงอี้ถูกวงศ์ญาติยื้อแย่งเงินไปจนหมด ความตั้งใจของบิดากงอี้ต้องการจะเอาเงินไปบูรณะสุสานบรรพชน พวกวงศ์ญาติก็ไม่ยอมเอาเงินมาคืนให้ บิดาจึงคิดจะฟ้องร้องเอาเงินมาแบ่งปัน กงอี้จึงห้ามปรามบิดาว่า ด้วยเหตุผลของบิดาเหนือกว่าจึงคิดจะก่อความ ตามความเห็นของบุตรแล้ววงศ์ญาติเดียวกันไม่ควรก่อความ บิดาถามว่าทำไม กงอี้จึงกล่าวว่า สมัยก่อนท่านจูเปอหลู่ว่า คนแซ่เดียวกันห้ามฟ้องร้องก่อคดี ผู้ก่อคดีจะพินาศในที่สุด ท่านปราชญ์ขงจื่อว่า ต้องไม่มีคดี ถ้าหากถามบิดาว่าเอาเงินบูรณะสุสานเป็นความเชิดชูคุณธรรมบรรพชนแล้วก็สมควรแบ่งปันมา แต่ต้นไม้เป็นต้นกำเนิดของน้ำ ต้นธารติดต่อถึงราก มีที่รุ่งเรืองและตกอับไม่เสมอกัน เห็นเขาทุกข์แล้วไม่ช่วยเหลือ แบบนี้แล้วท่านบิดาจะมีความหมายของหลักบรรพบุรุษสมบูรณ์อย่างไร วงศ์ญาติยากจนแต่ไม่ประจบประแจงก็เปรียบเหมือนสุภาพชนที่ค่นแค้น เอาเงินนี้ไปทำงานเพราะมันเป็นการบีบคั้นทางครอบครัวที่ทำอะไรไม่ได้ แล้วยังไม่ได้มาร้องทุกข์กับบิดา อาจเป็นเพราะใจไม่หนักแน่นมีความละอายก็ได้ ถ้าหากเขาเอาไปทำทุนแล้วร่ำรวยขึ้นก็ถือเป็นหน้าตาของวงศ์ญาติ เมื่อมีหน้าตาก็เป็นหน้าตาของบรรพบุรุษที่คุ้มครองให้ชนรุ่นหลัง ท่านบิดาก็พลอยได้ชื่อไปด้วยไม่น้อยหวังว่าท่านบิดาจะตรึกตรอง บิดาว่าตามความเห็นของเธอ คนรุ่นหลังมีประโยชน์อะไร เหมือนท่านจูเปอหลู่ว่า บรรพชนแม้จะห่างไกล ( หลายชั่วโคตร ) แต่การเซ่นสรวงไม่ศรัทธาไม่ได้ ถ้าหากจะนับถือศรัทธาไม่บูรณะสุสานให้ดูสวยงาม ให้เป็นแบบอย่างของคนรุ่นหลังได้อย่างไรแถมยังตัดต้นไม้หน้าสุสานให้กระทบกระเทือนวิญญาณสุสาน หากไม่เซ่นสรวงขอบคุณ ที่สุดก็จะไม่เป็นมงคล วงศ์ญาติไม่มีเหตุผลอย่างยิ่ง แล้วยังไม่ถูกฟ้องร้องอีก เธอยังเด็กนัก จะมาขัดขวางข้าได้อย่างไร กงอี้ร้องไห้ กล่าวว่า ถึงแม้ความเห็นของบุตรไม่ถูกต้อง ขอบิดาท่านให้อภัย ปราชญ์ท่านว่า ผีเจ้าเป็นผู้มีคุณธรรมมาก ไม่มีหรอกที่เจ้าจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะใจทำให้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีหรอกที่ผีจะไม่ตอบสนอง มโนธรรมได้รับการตอบสนอง บรรพชนขณะมีชีวิตอยู่เป็นคน ภายหลังตายแล้วเป็นเจ้า วงศ์ญาติเบียดบังเงินขายต้นไม้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ท่านบิดาทำร้ายความสัมพันธ์วงศ์ญาติเป็นเรื่องใหญ่ ผู้ใหญ่มาเห็นก็คงไม่สนับสนุน เก้าชั่วโคตรเกรงกลัววิญญาณผีบรรพชนจะทำโทษ การทำลายความสัมพันธ์ไม่เป็นธรรมขอให้ท่านบิดาพิจารณา ทำไมไม่เอาเงินของบ้านไปบูรณะสุสาน ถ้าจะฟ้องร้องเอามาบูรณะสุสานเกรงว่าจะสูญเสียความมุ่งหมายของกตัญญูท่านบิดาโปรดคิดดูให้ดีจะได้ไม่เสียใจภายหลัง บิดาจึงว่า ไปบอกพวกเขาให้ฟังชัดเจนไม่เอาความ ทำให้พวกเขารู้สึกพอใจกันใหญ่ จากนั้นก็อดออมมัธยัสถ์ กินใช้แต่น้อย ในที่สุดก็ร่ำรวยขึ้น นี่ก็คือการห้ามปรามบิดาฟ้องร้องเป็นขันติที่เจ็ด ต่อมาภายหลังก็มีผู้เขียนกลอนว่า
ห้ามพ่อทำลายความสัมพันธ์วงศ์ญาติ เหมือนสะพานชำรุดบูรณะใหม่
ผีปู่ซาบซึ้งคอยคุ้มครองให้ ดั่งนาเงินปลูกหยกได้บัวสุวรรณ