กล่าวคือกงอี้พูดคุยกับนายลิ้มเคี้ยวถึงเรื่องราวต่างๆนายเคี้ยวปีนี้อายุประมาณหกสิบ เป็นผู้มั่งคั่ง นายเคี้ยวพูดว่า ข้าเป็นคนที่ชอบพูดอะไรตรงๆ ทำไมต้องตักเตือนคนให้ทำความดี พูดไปจนปากแฉะ ข้าคิดว่านิสัยคนเป็นเช่นนั้น ถ้านิสัยโกงก็โกงอยู่ หรือว่าคนโกงจะเป็นคนดีได้นิสัยตรงก็ตรง หรือตรงจะกลายเป็นโกง กงอี้ว่านิสัยตรงไม่พูดว่าตรงนิสัยโกงไม่พูดว่าโกง ผู้มีนิสัยตรงก็ปฎิบัติมหาธรรม ถ้าไม่ใช่อริยเจ้าก็ทำไม่ได้ นิสัยโกงก็เป็นปุถุชนที่เกกมะเรก ถ้าไม่ตักเตือนกล่อมเกลามีหรือจะคล้อยตาม นายเคี้ยวว่า ท่านวิจารณ์ข้าตรงๆขอให้ท่านวิจารณ์นิสัยข้าว่าเป็นอย่างไร กงอี้ปีติยินดีพูดว่า
นิสัยอารมณ์ถอยหลบแข็งมีแต่ตัวกูไม่มีเก่งกว่า เรื่องง่ายก็จะตรงไว้ก่อนถ้าเจรจาไม่เข้ากัน บางทีเรื่องดีกลับเป็นไม่ดี เพื่อนฝูงเข้ามาตักเตือนยาก พี่น้องเผื่อแผ่น้อย เอาแต่อารมณ์ รู้จักพอน้อย แม้มีเหตุผลยาวนานและละเอียด แท้เปลี่ยนแปลงก็ทำลายบุญผู้อาวุโสก็ยังถูกทำร้าย
นายเคี้ยวว่าท่านวิจารณ์ข้าเหมือนพระเจ้า ที่จริงข้าไม่สมควรรับคำตรงได้ พวกเพื่อนฝูงก็ไม่มีใครตักเตือนข้า เพราะฉะนั้นพี่น้องข้าก็ไม่ปรองดองกัน กงอี้ว่า ว่าตามหนังสือของปราชญ์อริยะแล้ว พี่น้องไม่ปรองดองเพื่อนฝูงไม่สมานฉันท์แสดงว่าคุณสัมพันธ์ห้าบกพร่อง ตรงจะมาจากที่ไหน นายเคี้ยวว่า ขอบคุณที่ท่านพูดตรงๆสอนข้า จากวันนี้ไปจะต้องปรับปรุงคุณสัมพันธ์ห้า ทำตามโอวาทของปราชญ์อริยะ เกือบจะสูญเปล่าทั้งชีวิตตกต่ำด้วยทำตัวเอง กงอี้ก็พูดขออภัย จากนั้นก็ลาจากกันไป แล้วพวกเขาก็แก้ไขปรับปรุงจนพี่น้องรักใคร่กัน นี่แหละคุณค่าที่กงอี้ใช้จิตบริสุทธิ์ชักนำคนไปสู่ความดี เป็นขันติที่ 92 ต่อมาภายหลังมีคนเขียนกลอนให้
พิจารณาอักษรตรงไม่ครบถ้วน เข้าใจคุณสัมพันธ์ล้วนกรรมสัมพันธ์
กงอี้ชักนำคนให้รู้อดทนกัน แข็งอ่อนสงเคราะห์กันตามอริยะ