ในเมืองหังโจวมีพ่อค้าคนหนึ่งมีนามว่า เจ้าฉวน ฐานะการเงินทางครอบครัวดีมาก มีบุตรชายเพียงคนเดียวชื่อ เจ้าจื้อหมิง เจ้าฉวน เปิดร้านขายผ้าแพรเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่นิสัยของเขาเป็นคนตระหนี่เห็นแก่ตัว ใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำกำไรไม่ว่าวิธีนั้นจะผิดศีลธรรมหรือไม่ และไม่ยอมเสียเปรียบแก่ผู้อื่นแม้แต่สตางค์แดงเดียว ฉะนั้นจึงเป็นที่เกลียดชังของชาวบ้าน
ที่หลังบ้านของร้ายขายผ้าแพร มีครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่ง เป็นสตรีมีบุตรชายเล็ก ๆ 2 คน อาศัยช่วยชาวบ้านซักเสื้อเพื่อเลี้ยงชีพ แม่ลูก 3 คนพักอาศัยอยู่ในกระท่อมที่สานด้วยไม่ไผ่เก่า ๆ หลังหนึ่ง กระท่อมหลังนี้ผุพังมาก ไม่สามารถใช้บังแดดในฤดูร้อ นและก็ไม่สามารถต้านลมหนาวในฤดูหนาว ฝนตกเพียงห่าเดียว กระท่อมจะจมอยู่ใต้น้ำทันที หนทางจากกระท่อมไม้ไผ่มาออกถนนใหญ่ไม่มีทางออกที่แน่นอน จะต้องเดินผ่านหลังบ้านของเจ้าฉวน หลังบ้านข้าง ๆ มีประตูเล็ก ๆ บานหนึ่งเป็นที่เข้าออกเสมือนหนึ่งเป็นเส้นทางแห่งชีวิตของสตรีผู้ยากจนคนนี้จะใช้เดินผ่าน
คืนหนึ่งเกิดไฟไหม้ข้างเคียง เปลวไฟได้พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า กระท่อมไม้ไผ่ก็ใกล้กับที่เกิดเหตุ หญิงผู้ยากไร้นั้นอุ้มลูกชาย 2 คนฝ่าควันและเปลวไฟเตรียมวิ่งหนีออกจากประตูหลังบ้านเจ้าฉวน แต่เจ้าฉวนกลัวว่าไฟจะลุกลามถึงบ้านเขา จึงได้สั่งคนใช้ปิดประตูทางผ่าน ถึงแม้นางจะตะโกนร้องเรียกให้ช่วยชีวิตปนกับเสียงร้องไห้อย่างโหยหวนของลูกชาย 2 คน เจ้าฉวนไม่มีอาการสะดุ้งกลับเอาโซ่ล่ามประตูไว้ ห้ามคนในบ้านไปเปิด ในที่สุดหญิงผู้ยากไร้กับลูกชาย 2 คนก็ถูกไฟคลอกตาย
จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตของเจ้าฉวนได้ทำลายชีวิตของกระท่อมไม้ไผ่ทั้งครอบครัว ปีที่ 2 เจ้าฉวนเกิดป่วยหนักและตายอย่างกะทันหัน
เขาตายไปไม่นาน อยู่มาคืนหนึ่ง จื้อหมิงขณะนั้น ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เกิดฝันเห็นพ่อมาหา ได้กล่าวกับเขาว่า “ที่แล้วมา พ่อเหี้ยมโหดเกินไป และเป็นเหตุที่ทำให้ 3 แม่ลูกในกระท่อมไม่ไผ่ถูกไฟคลอกตายนั้นเป็นบาปหนักมาก ยมบาลไม่อนุญาตให้พ่อมาเกิดเป็นคนอีก ได้บังคับพ่อไปเกิดเป็นหมูในบ้านเพชฌฆาตตระกูลหลี่ บ้านเขาจะมีลูกหมู 4 ตัว ตัวที่มีดอกลายก็คือพ่อเอง ให้ลูกช่วยไปซื้อจากคนแซ่หลี่นะ พ่อจะได้พ้นจากการถูกฆ่า” เมื่อพูดจบ น้ำตาไหลพรากจากตาทั้งสองข้าง แสดงถึงความเสียใจสุดขีด
จื้อหมิงร้องไห้จนตื่นขึ้นมา ภาพต่าง ๆ ในฝันจำได้อย่างแม่นยำ พอฟ้าสางเขาก็ไปบ้านตระกูลหลี่ พบหมูตัวเล็ก ๆ ที่ตัวมีดอกลายอยู่ในเล้าหมู หมูน้อยตัวนั้นพอเห็นจื้อหมิงก็สะบัดหางปากก็ร้องโหยหวน ท่าทีแสดงขอความช่วยเหลือ จื้อหมิงเห็นเข้าเจ็บถึงทรวงรู้ทันทีว่านั่นคือพ่อตัวมาเกิดละ เลยขอซื้อกลับบ้านด้วยราคาแพงจื้อหมิงจัดห้อง ๆ หนึ่งให้หมูน้อยอยู่ และว่าจ้างคนคอยดูแลหมูน้อยตัวนี้โดยเฉพาะ ช่วยอาบน้ำและทำความสะอาดห้องทุกวัน จื้อหมิงรู้ว่าพ่อของเขาชอบดื่มสุราก่อนอาหารจะจัดสุราไว้ในชามเล็ก ๆ ใบหนึ่ง เพื่อให้หมูน้อยเลียตามด้วยอาหารชั้นดี และก็ป้อนบุหรี่ให้สูบ โดยให้คนงานจุดบุหรี่ก่อน ใช้นิ้วคีบไว้ค่อยป้อนเข้าปากหมูน้อยจะได้สูบได้ จื้อหมิงปฏิบัติเช่นนี้ 5-6 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
วันหนึ่ง จื้อหมิงฝันเห็นพ่อของเขามาหาอีกบอกว่า “ความกตัญญูของลูกนับว่าเยี่ยมมาก พ่อรู้สึกอับอาย ลูกต้องรู้ว่าบาปกรรมที่พ่อก่อไว้หนักหนามาก ตายแล้วจึงมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ผลกรรมนี้สมควรแล้วที่พ่อควรจะชดใช้ หากแต่ลูกปฏิบัติพ่อดีเช่นนี้จะเป็นการเพิ่มโทษของพ่อให้หนักขึ้น ต่อนี้ไปลูกจงยกเลิกการอาบน้ำ สุราและบุหรี่ ทั้ง 3 อย่างนี้ ส่วนอาหารก็เป็นอาหารธรรมดา ๆก็พอ”
จื้อหมิงเลยจำต้องทำตามพ่อสั่ง เรื่องนี้คนในเมืองหังโจวรู้กันหมด
เรื่องจริงเรื่องนี้เคยลงในหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้นิวส์ หน้า 6 ในคอลัมน์ข่าวสังคม ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2471