วันนั้นเป็นวันคลายวันพระประสูติของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ผู้เป็นใหญ่ในนรกภูมิที่มีหน้าที่ควบคุมกิจการงานของเมืองนรกทั้งหมด ยมบาลทั้ง 10 ขุม พร้อมกับเหล่าเทพในเมืองนรกต่างก็ทยอยมาถวายพระพรแก่ท่าน
พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้มีมหาเมตตากล่าวกับเหล่าเทพทั้งหลายว่า “ข้าได้ตั้งปณิธานที่จะโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกมนุษย์แต่ชาวโลกที่ประกอบกรรมดีมีจำนวนน้อย หากแต่คนที่ประกอบกรรมชั่วมีมากเหลือเกิน เป็นเหตุให้มีการเวียนว่ายตายเกิดโดยไม่มีวันสิ้นสุด เราจะมีวิธีการใดนะที่สามารถชักจูงจิตของมนุษย์สำนึกบาปที่เคยก่อมาแล้วก็หันมาประกอบแต่กรรมดีเป็นนิจสิน ซึ่งเป็นการหันเหจิตของมนุษย์”
ท่านยมบาลทั้ง 10 ได้พนมมือสาธุแล้วกล่าวพร้อมกันว่า “เหตุที่คนในโลกมนุษย์มีจิตโหดเหี้ยมมากกว่าคนที่มีจิตกุศล ก็เพราะว่าพวกเขาไม่เข้าใจถึงกฎแห่งกรรม คิดว่า เมื่อคนเราตายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลง คนที่ประกอบกรรมดีก็ไม่สามารถขึ้นสวรรค์คนชั่วก็ไม่ต้องลงนรก ยิ่งกว่านั้นพวกเขาไม่เชื่อว่านรกมีจริง ด้วยเหตุนี้ ตอนมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะประกอบแต่กรรมชั่ว มีการเห็นแก่ตัว จึงใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อฮุบสมบัติของผู้อื่นตลอดจนเอาชีวิตของผู้อื่นเพื่อสะใจกับความชั่วของตน ฉะนั้น เพื่อให้สติและคำเตือนแก่ชาวโลก จะได้หันเหเปลี่ยนแปลงนิสัยเดิม ให้พวกเขาเข้าถึงความจริงของกฎแห่งกรรมว่า ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ววิธีที่ดีที่สุดก็คือการคัดเลือกเอาคนที่มีจิตกุศลสักหลายคน นำวิญญาณพวกเขาไปชมขุมนรกต่าง ๆ เพื่อประจักษ์ถึงผลจากการทำชั่ว แล้วก็ให้พวกเขาฟื้นขึ้นมา พวกเขาจะได้บันทึกวิธีการลงโทษต่างๆ ของเมืองนรกที่มีต่อคนชั่วอย่างละเอียด และได้พิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่ให้ชาวโลกได้อ่าน หากมีผู้ใดสำนึกบาปและสาบานจะไม่กระทำอีกพร้อมกับประกอบแต่ความดี ก็จะได้รับการลดโทษและหากผู้นั้นยอมประกอบความดีทุกๆ ด้าน ทั้งยังออกเผยแพร่ถึงสัจธรรมของกฎแห่งกรรม เขาไม่เพียงได้รับการยกโทษที่เคยก่อมาทั้งหมด ยังได้รับชื่อเสียงลาภยศและมีอายุยืนนานเป็นการตอบแทน สำหรับคนดีที่ประกอบแต่กรรมดี ชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก จิตใจกว้างขวาง ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้อื่น ยอมเสียสละตัวเอง และไม่เคยกระทำสิ่งชั่วร้ายเลย เขาผู้นั้นแน่นอนจะต้องได้รับความปกป้องคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตของเขาจะอยู่เย็นเป็นสุขตลอดชีวิตแคล้วคลาดจากเภทภัยอันตรายทั้งปวง”
พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้สดับตรับฟังเช่นนั้น ก็มีความปีติและตรัสว่า “เราจะทำตามวิธีการของพวกท่าน”
เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงอ่านบทความแล้วตรัสว่า “ดีมากๆ ขอให้ทุกท่านโปรดสนใจ หากมีผู้ใดเคยประกอบความชั่วได้สาบานว่าจะเป็นคนดี แล้วยอมสำนึกบาปที่เคยก่อมา และตั้งสัตย์อธิษฐานว่า จะไม่กระทำอีกต่อไปชั่วชีวิต ก็จะได้รับการลดโทษ 2 ขั้นในขุมนรก และหากมีคนดียิ่งกว่านี้คือมีจิตกุศล และประกอบกรรมดีหลายๆ ด้าน มีนิสัยชอบช่วยผู้ทุกข์ยากเป็นกิจวัตรลูกหลานของเขาจะรุ่งโรจน์ ครอบครัวจะเพียบพร้อมด้วยบุญบารมีและโชคลาภ เมื่อเขาตายจากโลกนี้ไป วิญญาณของเขาจะขึ้นสู่สวรรค์ หรือไปเกิดใหม่ในครอบครัวที่มั่งมีศรีสุข ยิ่งกว่านั้นผลบุญของเขายังสามารถช่วยโปรดบรรพบุรุษของเขาที่ยังรับโทษอยู่ในขุมนรกและไปเสวยสุขบนสวรรค์ บุญกุศลนี้ยังครอบคลุมถึงลูกหลานด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนดีกระความดีไปเรื่อยๆหวังว่าพวกท่านคงจะทำตามข้อเสนอและบันทึกให้ละเอียดแล้วแจ้งให้เจ้าพ่อหลังเมือง พระภูมิเจ้าที่ตลอดเทพยดาทั้งหลายที่มีหน้าเกี่ยวกับงานบุญงานบาปให้ปฏิบัติตามที่แนะนำมา
ท่านพญายมทั้ง 10 ต่างน้อมรับพระราชโองการแล้วดำเนินงานตามคำบัญชาของท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ให้ชาวโลกสนใจประกอบแต่กรรมดี และพยายามให้ชาวโลกรู้ซึ้งถึงสัจธรรมของกฎแห่งกรรม กับบทลงโทษของขุมนรกต่างๆ เพื่อให้ชาวโลกเกิดสังวร ละจากการทำชั่วและประกอบแต่กรรมดี วิญญาณพวกเขาเมื่อตายลงแล้วจะได้ขึ้นสู่สวรรค์
นั่นเป็นสาเหตุของการเป็นมาของหนังสือเล่มนี้ละ