พุทธะจี้กง ประทับทิพย์ญาณ
สงบจิต แล้วฟังคำ นำพ้นทุกข์ หนทางสุข สู่สวรรค์ ยึดให้มั่น
อันบรรดา ความชั่ว ทั้งปวงนั้น กามตัณหา มาที่หนึ่ง พึงสังวร
พุทธะจี้กง : ในโลกโลกีย์นี้มีเวไนย์มากมายที่ลุ่มหลงและเจตนาทำเรื่องที่ไม่ดีอยู่เสมอ เพื่อความสุขเพียงแค่ชั่วครู่ กลับไม่สนใจเสรีภาพของผู้อื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย มีบางคนชอบใช้แผนการทำลายผู้อื่นมาตั้งแต่เกิด ยิ่งเป็นเรื่องของสาวงามด้วยแล้ว ถึงแม้จะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไป มักจะใช้กลอุบายไปแย่งชิงลูกสาวหรือเมียของคนอื่นอยู่เสมอ คนเช่นนี้ทำความชั่วจนเคยชินเป็นนิสัย ไม่ได้ใช้กลอุบายปฏิบัติต่อผู้อื่นเพียงแค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น แต่กลับปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นนี้เป็นเรื่องปกติเหมือนกับการกินอาหารสามมื้อ โดยหารู้ไม่ว่า การกระทำเช่นนี้คือการสร้างบาปเวร แล้วยิ่งไม่รู้จักสำนึกแก้ไขความผิด อีกทั้งไม่มีจิตที่สำนึกเสียใจในความผิดบาปที่ได้ทำลงไป ความผิดบาปมากมาย เมื่อถึงตอนที่สิ้นอายุขัย จะต้องถูกกักขังอยู่ในนรกอเวจีรับการลงโทษต่างๆนานาอย่างถึงอกถึงใจกันทุกคน ประทานยันต์ให้ศิษย์เราเผาดื่ม (พุทธะจี้กงโบกพัดใบลานหนึ่งที วิญญาณของชิวเซิงก็ออกจากร่าง)
ชิวเซิง : ศิษย์คารวะพระอาจารย์
พุทธะจี้กง : ศิษย์เราไม่ต้องมากพิธี รีบนั่งบัลลังก์บัวเถอะ
ชิวเซิง : พระอาจารย์ครับ ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญท่านออกเดินทางได้ (ณ เวลานี้เห็นแต่เกล็ดหิมะที่ปลิวว่อน เกล็ดเล็กบ้างใหญ่บ้าง ตกสู่พื้นเป็นชิ้นๆโดยที่ไม่แตกกระจาย เกล็ดหิมะเคลื่อนที่ไปตามแรงลม กลิ้งไถลเหมือนกับลูกบอล จับก้อนรวมตัวกันเป็นรูปกระบองด้วยตัวของมันเองโดยอัตโนมัติ บ้างก็มีลักษณะเหมือนแคร่เลื่อนบนหิมะ เกล็ดหิมะบางส่วนจับตัวกันกลายเป็นรูปหมา หนู งู เสือ บางส่วนก็กลายเป็นหลุมที่มีความลึกและความกว้างสามารถบรรจุคนได้หนึ่งคนพอดี และยังมีกองหิมะที่สูงเหมือนภูเขา โอนเอนไปตามแรงลมจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ ที่น่ามหัศจรรย์คือ มีอาคารสิ่งปลูกสร้างคล้ายปราสาทอยู่หลายหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการจับก้อนรวมตัวกันของเกล็ดหิมะทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด?)
พุทธะจี้กง : ศิษย์เรา เจ้ารีบเข้าไปคารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองเร็วเข้า
ชิวเซิง : คารวะท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสอง
เซียนกวน : ท่านเมธีไม่ต้องมากพิธี คารวะท่านพุทธะจี้กง
ชิวเซิง : ท่านเซียนกวนครับ เพราะเหตุใดที่นี่ถึงมีปราสาทที่เกิดจากการจับก้อนรวมตัวกันของเกล็ดหิมะเช่นนี้ มีวัตถุประสงค์อะไรอย่างนั้นหรือครับ?
เซียนกวน : ปราสาทนี้ก็คือปราสาทที่เกิดขึ้นเองตามแรงกรรมของเวไนย์ แรงกรรมของเวไนย์ดลบันดาลให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพราะว่าจิตใจของคนเหมือนกับน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ วัตถุประสงค์ก็เพื่อไว้ใช้สำหรับขังคนเลือดเย็นโดยเฉพาะ ปราสาทนี้ไม่เพียงแต่ภายนอกเท่านั้นที่เป็นน้ำแข็ง แม้แต่ภายในปราสาทก็มีเกล็ดหิมะปลิวว่อนตลอดทั้งปี ถ้าหากไปสัมผัสโดนเกล็ดหิมะเหล่านี้เข้า ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถสลัดมันออกไปได้ ความหนาวเย็นนั้นจะแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย แช่แข็งระบบการไหลเวียนของเลือด แช่เย็นหัวใจของคน ความหนาวเย็นของมัน ไม่ว่าน้ำแข็งชนิดใดในโลกก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้ วิญญาณบาปที่ถูกขังอยู่ภายในนั้นต่างก็ได้รับการลงโทษตามผลกรรมที่ตนได้ทำเอาไว้ สัตว์เลือดเย็นก็ต้องใช้วิธีการลงโทษด้วยน้ำแข็งที่หนาวเย็นนี่แหละถึงจะเหมาะสม
ชิวเซิง : แล้วตรงนั้นที่มองเห็นหิมะเป็นรูปสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น หมา งู หนู เสือ นั่นมันคืออะไรกันครับ?
เซียนกวน : หิมะที่จับตัวกันกลายเป็นรูปสัตว์นั้น หลังจากที่วิญญาณบาปรับการลงโทษเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะถูกนำมาสังเวยให้สัตว์เหล่านี้กินเป็นอาหาร
ชิวเซิง : แล้วหิมะที่เป็นหลุมเป็นบ่อล่ะ มันคืออะไรกันครับ?
เซียนกวน : นั่นเอาไว้ทำ “แดงกลางหิมะ” อะไรที่เรียกว่าแดงกลางหิมะ? ก็คือการเอาวิญญาณบาปไปฝังไว้ในหลุม มีเพียงส่วนหัวของวิญญาณบาปเท่านั้นที่โผล่พ้นขึ้นมาจากหลุม จากนั้นงูหิมะ หนูหิมะ เสือหิมะ และสัตว์หิมะชนิดต่างๆเหล่านี้ก็จะเข้ามาเดินเหยียบเดินย่ำหรืออาจจะกินเป็นอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งงูหิมะ ลำตัวของงูหิมะนั้นเป็นน้ำแข็งที่หนาวเย็นทิ่มแทงกระดูก มันจะชอนไชเข้าไปในปาก จมูก หู ตา และอวัยวะภายในของวิญญาณบาป เจ็บปวดทรมานจนดิ้นทุรนทุรายไปทั้งตัว เหมือนกับในชาติก่อนที่เคยวางแผนแย่งชิงลูกสาวหรือเมียของคนอื่นอย่างเลือดเย็น นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนในยุคนี้แสวงหาเพื่อให้ได้มาหรอกหรือ? ผลตอบสนองเช่นนี้หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วไม่ใช่หรือ?
ชิวเซิง : แล้วภูเขาหิมะนั่นล่ะครับ มันคืออะไร?
เซียนกวน : หลังจากที่วิญญาณบาปรับการลงโทษเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะรู้สึกหิวกระหายและเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียไปหมดทั้งตัว เมื่อใดก็ตามที่วิญญาณบาปเดินผ่านภูเขา ภูเขาก็จะถล่มลงมาทับร่าง นี่ไม่ใช่วิธีการขจัดความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียให้หมดไปอย่างรวดเร็วหรอกหรือ?
ชิวเซิง : ในทุ่งหิมะมีแม่น้ำ นั่นคืออะไรครับ?
เซียนกวน : วิญญาณบาปที่รู้สึกกระหายน้ำ เมื่อเดินมาที่ริมน้ำแล้ววักน้ำขึ้นมาดื่ม อวัยวะภายในก็จะถูกแช่เย็น ไม่รู้สึกกระหายน้ำอีก นี่ไม่ใช่วิธีการดับกระหายที่ดีที่สุดหรอกหรือ?
ชิวเซิง : อยู่ในทุ่งหิมะ ดื่มน้ำเย็นๆรู้สึกน่ากลัวจริงๆ แล้วที่กลางทุ่งหิมะมีอยู่ที่หนึ่งที่มีเปลวไฟลักษณะคล้ายกับเตาทำอาหาร แต่ว่าส่วนยอดของมันกลับมีความกว้างและสูงอย่างไร้ขอบเขต นั่นคืออะไรครับ?
เซียนกวน : นั่นคือน้ำทองแดงเอาไว้ให้วิญญาณบาปได้ดื่มกินยามที่หิวโหย อยู่ในทุ่งหิมะ ได้ดื่มกินอาหารที่ร้อนเดือด นี่ไม่ใช่การเสพสุขหรอกหรือ?
ชิวเซิง : เรื่องที่ทุกข์ทรมานเหล่านี้ ท่านบอกว่าเป็นความสุขอันล้ำเลิศ ช่างเป็นการซ้ำเติมจริงๆ
เซียนกวน : ท่านพูดผิดแล้ว! คนที่ไม่ธรรมดา ทำเรื่องที่ไม่ธรรมดา คนบาปย่อมได้รับการลงโทษเช่นนี้เป็นเรื่องปกติตามหลักของเหตุและผล เหมือนกับว่าอยู่ในทุ่งหิมะได้กินไก่งวงอบ ได้สร้างประติมากรรมน้ำแข็ง แล้วจะเป็นการซ้ำเติมได้อย่างไร?
ชิวเซิง : ถ้าอย่างนั้นช่วยหาวิญญาณบาปมาให้ผู้น้อยสอบถามดูได้หรือไม่?
เซียนกวน : ได้! ขุนพลทั้งสองไปหาวิญญาณบาปมาให้ท่านพู่กันทรงสอบถามข้อมูลซิ
ขุนพล : นำวิญญาณบาปมาถึงแล้วครับ
ชิวเซิง : ท่านเป็นคนที่ไหน? ตอนที่มีชีวิตอยู่ทำอาชีพอะไร? แล้วมารับการลงโทษอันโหดเหี้ยมที่นี่ได้อย่างไร?
วิญญาณบาป : ฉันเป็นคนจินเหลียว เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำงานหนัก งานทุกอย่างมีคนรับใช้ช่วยทำแทน ด้วยเหตุนี้ฉันจึงมีนิสัยขี้เกียจ รักความสบายไม่ชอบทำงานหนัก สิ่งที่ฉันชอบมากเป็นพิเศษคือสาวงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทที่ต้องแย่งชิงมายิ่งทำให้ฉันมีความสุขเป็นที่สุด แม้กระทั่งผู้หญิงที่มีสามีแล้ว ฉันก็ไม่เคยละเว้น ตลอดทั้งวันทั้งคืนได้แต่ครุ่นคิดหาวิธีที่จะแย่งชิงลูกสาวหรือเมียของคนอื่น มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ฉันกำลังพักผ่อนอยู่ โดยที่ไม่ทันรู้ตัว ทันใดนั้นเองความหนาวเย็นก็ทิ่มแทงไปทั่วทั้งร่างกายและจบชีวิตลง พญายมตัดสินให้รับโทษในนรกเจาะใจ นรกเสาทองแดง นรกทอดน้ำมัน นรกแส้เดียว นรกแยกมือและเท้า นรกทะเลเพลิง นรกภูเขามีด และนรกอื่นๆ ถูกลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ทุกข์ทรมานจนไม่อาจที่จะบรรยายออกมาได้ ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในที่อันหนาวเย็น ความทุกข์ยิ่งเพิ่มทวี ช่างทุกข์ระทมจริงๆ
ชิวเซิง : ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ ก็จะไม่ทำเรื่องพวกนี้ตั้งแต่ตอนแรก ท่านจะต้องใช้จิตศรัทธาจริงใจมาสำนึกขอขมากรรม ใช้จิตที่มีความจริงใจและสุภาพอ่อนโยนน้อมรับการลงทัณฑ์โดยไม่ปฏิเสธ เชื่อว่าท่านจะสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานได้ก่อนระยะเวลาที่กำหนด
เซียนกวน : ขอเชิญทุกท่านหันมาดูทางนี้ (ชี้ไปทางด้านขวา ที่แท้เป็นคันฉ่องทองแดงบานหนึ่ง ทันใดนั้นคันฉ่องก็เปล่งลำแสงสีแดงออกมา ปรากฏภาพไก่ เป็ด หมา จำนวนหลายร้อยครั้ง ยังปรากฏภาพกุ้ง ปลา ปลาไหล อีกหลายร้อยครั้ง แล้วจึงปรากฏภาพของขอทานแขนขาด้วน 6000 ครั้ง หลังจากนั้นก็มีแสงสว่างโชติช่วงชัชวาลปรากฏขึ้น ผืนแผ่นดินว่างเปล่าราวกับคนหัวล้าน ฟ้าดินมืดมัวอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง น้ำในมหาสมุทรท่วมหมู่บ้านทั้งหมด แล้วจึงปรากฏกลางวัน มีคนๆหนึ่งนั่งโดดเดี่ยวอยู่บนก้อนหิน จิตใจเหม่อลอย ลำแสงมลายหายไป คันฉ่องทองแดงก็กลับคืนสู่สภาพปกติ)
พุทธะจี้กง : คืนนี้ดึกแล้ว พวกเราควรกลับกันได้แล้ว
ชิวเซิง : ขอบคุณท่านเซียนกวนและท่านขุนพลทั้งสองที่คอยช่วยอำนวยความสะดวก
เซียนกวน : ที่ไหนกันเล่า! น้อมส่งท่านพุทธะจี้กงและท่านเมธี
พุทธะจี้กง : ถึงสำนักก่งเหิงถังแล้ว ศิษย์เราจงกลับเข้าร่าง
ชิวเซิง : ศิษย์น้อมส่งพระอาจารย์