เพื่อนบ้านทางตะวันออกแซ่อึ้ง เพราะมีวัวหลุดจากที่ขังจึงเข้ามากินต้นกล้าในที่นาของกงอี้เสียหายไปมากอยู่ บิดาของกงอี้พบเข้าก็จับเอาวัวไว้แล้วแจ้งเรื่องแก่บ้านแซ่อึ้ง ก็ให้พอดีคนแซ่อึ้งกำลังเมาสุราอยู่จึงพูดจาหยาบคายถือไม้ตะพรตจะตีบิดาของกงอี้ กงอี้รีบเข้าไปห้ามปราม รีบคืนวัวให้กับคนข้างเคียงไป แล้วก้มศีรษะลงขอขมาโทษเพื่อนบ้าน แล้วก็เตือนบิดาให้กลับบ้าน แต่บิดาก็ยังโกรธไม่หาย กงอี้ก็คุกเข่าลงห้ามปรามบิดาว่าขอท่านบิดาอย่าถือโกรธ คนเขาว่า พันชั่งซื้อกิจการแปดร้อยซื้อเพื่อนบ้านอาหารสุราผูกญาติแดนไกล โจรไฟก็มาทั้งสี่ทิศ ตระกูลอึ้งแม้จะมีความผิดก็คิดเสียว่าคนเมาสุรา ก็ควรที่จะหลบหลีกเสียก่อน สุภาพชนต้องมีใจให้อภัยผู้อื่น บิดาว่า มิใช่ว่าข้าจะไม่อภัยเขา แต่ไม่ใช่ปล่อยให้เขาทำอันธพาลจนเคยตัว กงอี้ว่ายอมให้เขาจะได้ประโยชน์มาก บิดาว่า ประโยชน์ได้มาจากไหน กงอี้ว่า หลักธรรมฟ้าให้มา โบราณว่า ยอมเขาไม่ใช่ขี้ขลาดปล่อยให้เขาเจอะดีอย่างอื่นบ้าง บิดาก็ว่าใช่ พอวันรุ่งขึ้นคนแซ่อึ้งก็มาที่บ้านเพื่อขอโทษ พ่อลูกกงอี้ถามว่า ทำไมต้องเหน็ดเหนื่อยมาขอโทษคนแซ่อึ้งว่า เมื่อวานดื่มเหล้าเมามายทำเสียมารยาทต่อท่านพ่อ พูดมากพอหายเมาแล้วได้ยินภรรยาบอกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น บอกว่าท่านยอมให้แก่เราแถมยังมาขอโทษเราด้วย ทำแบบนี้ก็เกรงว่าจะเป็นการหักลดบุญของเราหมดไป หากเราไม่มาขอขมา ก็เกรงว่าฟ้าจะทำโทษ ข้ามันโง่ได้ฟังแม่บ้านว่ามาอย่างนี้ ขอท่านอย่าหัวเราะเยาะข้าเลย กงอี้ว่าภรรยาของท่านเป็นยอดศรีเรือน นั่นเป็นเพราะกงอี้เจริญธรรมให้อภัยเพื่อนบ้านเป็นขันติที่เก้า ต่อมาภายหลังก็มีผู้เขียนกลอนว่า
การยอมให้คนได้ประโยชน์มาก หินหยกหากพูดไปไม่มีค่า
แม่ศรีเรือนช่วยสามีเหนือประชา นามลือชาให้คติกฎเกณฑ์ดี