เรื่องมีอยู่ว่าคนในตระกูล จางหยวนมู่เชิญกงอี้และบิดาไปตรวจดูเขตที่ดินสุสานบรรพชน ด้วยตระกูลหลู่ล้ำเขตที่ดินของสุสานมาหลายวาเพราะฉะนั้นจึงเชิญตระกูลหลู่มาพบหน้ากันเพื่อยืนยันเขตที่ดิน ฝ่ายหลู่ว่าเป็นที่ดินของเขามานานแล้วจะกล่าวหาว่ารุกล้ำได้อย่างไร บิดาของกงอี้ว่า ข้าได้ยินบรรพชนเคยบอกไว้ว่า เขตที่ดินจะมีหลักปูนฝังเอาไว้ทั้งสี่ทิศ วันนี้เรามาขุดดูหลักปูนกันเพื่อให้เห็นกระจ่าง ก็พบว่าฝ่ายหลู่เป็นผู้บุกรุกที่ดินจริง ทางหลู่ก็เลยพูดไม่ออก คนรอบข้างก็พูดขึ้นว่า บุกรุกที่ไปทำกินควรเสียค่าเช่า ทำกินไป 8 ปีต้องเป็นค่าถั่วหนึ่งตันแปดถังแล้วให้คืนที่ดินกลับตระกูลจาง แต่บ้านแซ่หลู่มีฐานะยากจนคนก็มากทั้งยังจะเอาค่าเช่าอีกหนึ่งตันแปดถัง ก็ถึงกับหลั่งน้ำตา กงอี้ก็ว่า ก็ให้ยึดงวดผ่อนส่ง แล้วจึงเชิญคนรอบข้างมาเลี้ยงสุราอาหารตอบแทน แล้วกงอี้ก็พูดว่า วันนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากพวกท่านมาเป็นคนกลาง สมควรตอบแทน แต่ที่ดินบรรพชนจะถูกเขาบุกรุกไปทำกินเพราะมีอาณาเขตกว้างขวางปล่อยไว้รกร้าง บ้านหลู่ฐานะยากจน เงินทองขัดสนมีความลำบากก็ขอไหว้วานพวกท่านไปบอกบ้านหลู่ บอกเขาไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ดิน ที่ดินที่พวกเขารุกล้ำก็ปล่อยให้พวกเขาทำกินต่อไป คนรอบข้างก็กล่าวว่า บ้านหลู่บุกรุกที่ดินไม่มีเหตุผลดี ที่มาพบกับท่านที่มีน้ำใจกว้าง เป็นผู้มีเมตตาธรรมโดยแท้ก็ไม่รู้ว่าคนในตระกูลท่านจะว่าอย่างไร กงอี้ว่า คนในตระกูลข้าก็สามารถจะพูดให้พวกเขายอมผ่อนปรนได้ พวกคนรอบข้างจึงยกย่องว่า ท่านจางเป็นผู้มีน้ำใจกว้างขวางจริง สั่งสมบุญกุศลมากมาย กงอี้จึงว่า ไม่ใช่มารับบุญกุศลอะไร เป็นด้วยสำนึกถึงคนที่ไม่กตัญญูบรรพชนที่มีชีวิต
เมื่อปีก่อน ๆ ก็อาศัยโอกาสครั้งนี้ บุญกุศลที่ผ่อนปรนที่อุทิศไปให้วิญญาณบรรพชนได้รับบุญกุศลในยมโลก เรียกว่าได้ผลประโยชน์ทั้งคนเป็นคนตาย ถ้าไม่ใช่ถึงที่สุดก็ไม่สามารถถอนทุกข์ได้สำเร็จ คนทั้งหลายจึงว่า คำพูดของท่านจาง เหมือนทำให้คนหูหนวกหายหนวกให้รู้สึกละอายที่ปีก่อน ๆ เราไม่รู้ ถึงแม้คนในตระกูลจะเรียนหนังสือกันมากแต่ก็ไม่ก้าวหน้า เป็นด้วยเรื่องสุสานทำลายบุญกุศล ถ้าหากท่านได้ชี้แจงเสียทีแรกก็จะไม่ต้องแก่งแย่งเขตสุสานกัน ทำให้ต้องฟ้องร้องกันถึง 12 ครั้งบ้านเราก็ไม่ถึงกับต้องเสียหาย หากตามที่ท่านว่าการผ่อนปรนเขตแดนเป็นบุญกุศลเต็มเปี่ยมเป็นการอัญเชิญญาติบนสวรรค์ ซึ่งเป็นหลักธรรมแท้จริง หมู่ชนแจ้งข่าวให้บ้านหลู่ทราบ พอบ้านหลู่ได้ฟังก็พากันคลายโศกต่างพากันยินดีต่างซาบซึ้งในบุญคุณของกงอี้ จะจดจำพระคุณไปจนแก่เฒ่าเรื่องนี้พูดกันต่อ ๆ จนไกลออกไปถึงร้อยลี้ จากนั้นมาเขตแดนสุสานก็ไม่ถูกบุกรุกอีกเลย การผ่อนปรนของกงอี้ครั้งนี้ถือเป็นบุญของบรรพชนเต็มเปี่ยมเป็นขันติที่สิบเอ็ด ต่อมาคนรุ่นหลังเขียนกลอนให้
เรื่องดีควรเรียนอย่างปราชญ์อริยะ ให้คนรุ่นหลังวิริยะปลุกนาบุญ
ชักนำคนรอบข้างพร้อมร่วมบุญ ย้อนระลึกบรรพบุรุษฉลองสมบูรณ์