มีอยู่วันหนึ่ง กงอี้กลับมาจากข้างนอกเห็นสีหน้ามารดาอมทุกข์ กงอี้รีบคุกเข่าลงแล้วกราบเรียนถามว่า มารดาสีหน้าหม่นหมองด้วยเหตุอันใดหรือ มารดากล่าวว่า ข้าเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ ลำบากหาเงินทอง ตอนนี้เจ้าก็ฟุ่มเฟือยทำกุศล เกรงว่าภายหน้าเจ้าจะยากจน กงอี้กราบเรียนว่า มารดาสั่งสอนลูกให้รักถนอมเงินทองเป็นการสั่งสอนที่ดี แต่มารดาสอนลูกให้ทำการกุศลเป็นวิถีทางที่ดีงาม ลูกทำไมจะไม่รู้จักมารดาว่าเมื่อก่อนสะสมเงินลำบาก มาบัดนี้ลูกนำเงินที่มารดาสู้สะสมด้วยน้ำพักน้ำแรงมาสร้างกุศล ด้วยเกรงว่ามารดาเมื่ออายุมากใช้จ่ายก็ไม่หมดการที่วุ่นอยู่กับใช้เงินสร้างกุศล ก็เพื่อที่จะเพิ่มอายุมารดาเพื่อไม่ให้แก่เฒ่า ลูกยอมที่จะยากจนโดยไม่ขอกล่าวโทษ ขอมารดาโปรดวางใจอย่าได้ทุกข์เลย ฟ้าหรือจะไม่ปกป้องลูกที่ดี กลับจะทำให้ยากจนไฉน เมื่อมารดาเห็นลูกจริงใจสร้างกุศล จึงกล่าวว่า การต่อว่ากงอี้เพื่อทดสอบว่ากงอี้ได้เปลี่ยนใจหรือไม่ กงอี้มักจะหลั่งน้ำตาเตือนมารดาว่า ถึงแม้ลูกตายก็ไม่เปลี่ยนใจทำกุศล ต่อมาความเป็นผู้ยอมมารดาของกงอี้ระบือไปไกล ความกตัญญูของกงอี้มีชื่อก้องกังวานไกล นี่คือการถูกทัดทานสร้างกุศลก็ไม่ถือโกรธ เป็นขันติที่ 37 ต่อมามีผู้แต่งกลอนให้
พระคุณมารดายิ่งใหญ่สุดพรรณา ดุจมหาสมุทรบุตรตอบแทน
ด้วยการสร้างกุศลตามแบบแผน ไม่ผันแปรแสนซาบซึ้งถ้วนสมบูรณ์