กล่าวถึงกงอี้มีความสงสารเพื่อนบ้านทางด้านซ้ายมือช่วยซื้อบ้านไว้หลังหนึ่ง กงอี้เห็นสภาพของอาคารมีความแข็งแรงและวิจิตร เห็นแล้วทำให้น้ำตาไหลโดยไม่รู้สึกตัว จึงพูดกับเจ้าของบ้านว่า บรรพชนของท่านที่ก่อสร้างบ้านหลังนี้ สิ้นเปลืองแรงกายแรงใจไปมาก ต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะมาก ตอนนี้จะต้องมาขายให้ข้า ข้าเองก็เกรงว่าจะอยู่เสพสุขไม่ได้นาน เจ้าของบ้านต่างสรรเสริญว่า ขอเพียงท่านกงอี้ยอมซื้อก็อยู่เสพได้ยืนนาน ท่านเป็นผู้มีบุญวาสนาแท้จริงย่อมสามารถครองสมบัติชิ้นนี้ได้ พวกเราซิไม่ดีที่ไม่สามารถรักษามรดกของบรรพชนไว้ได้ กงอี้สงสารบรรพชนของเขาจึงยับยั้งชั่งใจ เวทนาสงสารพวกเขา ให้การเลี้ยงดูสั่งสอนอย่างเอาอกเอาใจ ต่อมาภายหลังพวกเขาก็ร่ำรวยขึ้น นี่ก็คือการกระทำต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ เป็นขันติที่สิบเก้า ต่อมาคนรุ่นหลังแต่งกลอนให้
เวทนาต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ ผู้ลับไปกับผู้อยู่น่าเห็นใจ
ยังประโยชน์ทั้งสองฝ่ายผลบุญไว้ ยุติธรรมเป็นหลักชัยหาเลี้ยงชีพ