มีวันหนึ่ง มีคนสองคนมาหาที่บ้าน คนหนึ่งชื่อ อึ้งเล้า อีกคนชื่อลี่กัง ทั้งสองพากันมาหากงอี้เพื่อขอคำปรึกษา กงอี้เชิญคนทั้งสองนั่งลงแล้วก็ถามถึงความประสงค์ที่มาหา นายอึ้งเล้าพูดว่า ฉันปล่อยเงินให้นายคังท้งกู้ไป 5 พันอีแปะ วันนี้ไปขอทวงเงิน นายคังท้งไม่ให้ แถมยังถูกด่ากลับมา โชคดีที่นายลี่กังช่วยห้ามเอาไว้ ถ้าไม่คงถูกตีแน่ ๆ ฉันคิดจะไปฟ้องศาล คุณลี่ยินดีจะไปเป็นพยานช่วยฉัน จึงมาขอคำชี้แนะจากท่าน กงอี้ว่าถ้าเป็นข้าก็จะไม่ฟ้องร้อง แต่ที่ถูก ต้องเตรียมหาผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยเจรจา ไม่จำเป็นต้องไปผูกเวร และก็ไม่ต้องไปใช้จ่ายที่ศาล ไม่ต้องไปวิ่งเต้น นายลี่กังก็พูดต่อว่า ความเห็นกงอี้ใช้ไม่ได้ ปล่อยกู้แถมถูกด่า ไม่ฟ้องศาลทำไมต้องอ่อนข้อแบบนี้ กงอี้ว่า ท่านยอมช่วยเหลืออึ้งเล้าเป็นพยานใช่ไหม นายกังว่า ฉันยอมเหน็ดเหนื่อยไม่ยอมให้เอาเปรียบ กงอี้ถามต่อว่า ต้องใช้เงินหรือไม่ นายกังว่า คำนวณดูคงต้องใช้เงิน 2 หมื่อนอีแปะ กงอี้ถามว่า แล้วนายกังยอมช่วยเหลืองินหรือไม่ นายกังว่า กงอี้พูดแบบบัณฑิต เพียงแต่เป็นพยานเท่านั้น มีที่ไหนจะช่วยเหลือเงิน
กงอี้รู้จักนายกังดีว่า เป็นคนที่ชอบยุยงให้เขาฟ้องร้องกัน เป็นการทำลายครอบครัวชาวบ้าน จึงเรียกนายเล้าออกมาพูดกันข้างนอกบ้านว่า วันข้างหน้าค่อยมาพูดให้ชัดเจน อย่ารีบก่อคดี ว่าแล้วทั้งนายอึ้งและนายลี่ต่างแยกย้ายกันกลับไป ระหว่างทางนายลี่ก็พยายามยุแยงว่านั่นว่านี่ บอกให้นายอึ้งให้ฟ้องร้องให้ได้ นายอึ้งกลับมาถึงบ้านก็เตรียมเหล้ายาปลาปิ้งมาเลี้ยงนายลี่ ระหว่างกินเหล้าก็พยายามรบเร้าให้นายอึ้งเล้าไปฟ้องร้องให้ได้ หลังจากกินเหล้ากันหมดแล้วก็กลับไป ภรรยานายเล้าบอกว่า อย่าไปฟังคำพูดของนายลี่ นายลี่กังมีปัญหามาตั้งแต่เด็กแล้ว ชอบก่อคดีจนบ้านแตก ตอนนี้ก็อายุกว่าหกสิบแล้ว มีลูกชาย 5 คนก็ตายหมด มีลูกสาว 3 คน ก็ตายเรียบ ตลอดชีวิตชอบผิดประเวณี ชอบยุยงชาวบ้านก่อคดีความ ตอนนี้ลำพังตัวคนเดียวก็กำลังลำบาก หากินโดยให้ชาวบ้านฟ้องร้องกันบุตรชายนายอึ้งเล้าก็ปรามพ่อ บุตรชายคนโตมาหากงอี้ที่บ้านเพื่อขออความเห็น กงอี้ว่า ข้าเตือนพ่อเจ้าให้ยุติเรื่อง หนี้ต้องค่อย ๆ เอาคืน พ่อเจ้าเชื่อฟังคำของลี่กังไม่เชื่อฟังคำของข้า ข้าจะอ่านกลอนคดีความให้เจ้าฟัง
ฟ้ากำเนิดฉันต้องมีประโยชน์ ทำไมไม่พึ่งตนเองไปทำ
อาชีพต่าง ๆต้องเร่งฝึกฝน ที่แผกไปทำร้ายคนนั้นชั่ว
ไม่คล้อยตามโลกระเบียบดี ยอมลดตัวต่ำชื่อเสีย
วางแผนทำลายคนให้ย่อยยับ ปากกามีดจิ้มป่วยชีวิต
เพียงหวังหาเงินจากกองกรรม เป็นทางดับความเจริญลูกหลาน
ไม่รับผิดชอบบุญคุณพ่อแม่เลี้ยง เสียชาติเกิดมาชีวิตหนึ่ง
คนดีไม่เหมือนคนชั่วแกร่ง ฟ้าคุ้มครองคนดีให้ร่ำรวย
คิดแล้วก็มีแต่ฟ้าเบื้องบน เตือนเจ้ายุยงคนเข้าใจที่ดี
ผิดไปแล้วแก้ไขเป็นปราชญ์อริยะ จึงจะได้เป็นผู้ถูกนับว่าคนดี
ถ้าไม่แล้วตะวัดลิ้นด้วยความโลภ ก็จะทุกข์เข็ญตลอดชีวิตเอย
พออ่านจบก็เอากลอนคดีของคนโบราณส่งให้ลูกชายนายอึ้งเล้ากลับให้พ่ออ่าน ลูกชายกลับถึงบ้านก็นำออกให้พ่ออ่านบทหยุดก่อความว่า
ในโลกนี้เคราะห์มาจากคดีความ เกิดขึ้นเนื่องจากติดตาม เจอคนอยากฟังร้องด้วยความโกรธ คนข้าง ๆ คอยหาโอกาสยุยง ตกสู่กรงนรกไม่รู้สึกตัว เมื่อเรื่องเข้าศาลแล้วยิ่งหนัก ถูกพนักงานทั้งสอบทั้งสวนทั้งจับขู่ตะคอก ถูกขังหน่วงเหนี่ยวไม่ได้กลับบ้าน เสียหายเสียเวลา ทำไร่ไถนาส่วนใหญ่ธุรกิจถูกคดีพังทะลาย ชีวิตก็พลอยดับสูญ ถึงแม้จะชนะคดี จิตดีงามของคนมีประโยชน์อันใด อายุขัยใช่ว่าจะมีมากนัก แค่พริบตาก็แค่ความฝันหนึ่ง พออ่านจบนายอึ้งเล้าผู้เป็นพ่อก็ถอดถอนใจว่า ดีนะที่กงอี้สะกิดใจให้ตื่น ถ้าไม่แล้วพวกเราคงต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของลี่กังเป็นแน่ ขณะเดียวกันนั้น บุตรคนที่ 2 ของอึ้งเล้าก็เข้ามาบอกว่า นายลี่กังตกน้ำยังหาศพไม่เจอ ทั้งพ่อแม่ลูกต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า ธรรมแห่งฟ้าชัดแจ้งนี่ก็เป็นการเตือนของกงอี้ไม่ให้ก่อคดีฟ้องร้องเป็นขันติที่ 78 ต่อมาภายหลังมีคนแต่งกลอนให้
หยุดฟังเขายุแหย่ให้ฟ้องร้อง เขาหมายปองทรัพย์สินก็ไม่ได้
มองเห็นเหตุผลกระจ่างวางใจ เจริญได้ไม่ตรากตรำแสนเข็ญ