บ้านของท่านกงอี้อยู่ติดถนนใหญ่ มีผู้คนเดินผ่านไปมามาก พอถึงฤดูร้อนจะมีคนมาดื่มชากันมาก กงอี้จึงตั้งไหน้ำชาเพื่อให้คนดื่ม แต่ไม่รู้ว่าไหชาถูกใครตีแตก ก็ได้แต่ตระเตรียมไหใบไหม่ไปทดแทน ก็ยังถูกตีแตกอีก เป็นเช่นนี้อยู่ถึง 3 ครั้ง กงอี้ไม่ถือสา เพียงต้องการให้คนไปมาได้ประโยชน์ก็พอ ได้แต่ค่อยตระเตรียมใบใหม่ วันหนึ่งทันใดก็มีเด็กชายข้างบ้านแซ่เอี้ยชื่อ เพ้าวิ่งมาหากงอี้ ขอร้องให้ช่วยเหลือคุ้มครองหน่อย เขาพูดว่าบิดาควบคุมเข้มงวดทนไม่ได้ กงอี้ว่าพ่อเจ้าตีเจ้าทำไม เอี้ยเพ้าตอบว่า ไม่มีสาเหตุ กงอี้ว่า มีอย่างนี้ด้วยหรือ ขณะนั้นพ่อของเอี้ยเพ้าก็ถือไม่ตะพตเข้ามา มองเห็นเจ้าเพ้าอยู่ต่อหน้ากงอี้ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น กงอี้ว่าตีลูกมีความผิดอะไร พ่อเอี้ยตอบว่า ลูกไม่รักดี กล้าทำผิดกับนายท่านเพราะลูกน้อยตีไหชาของนายท่านแตกจึงต้องตี กงอี้ว่า แม้จะตีไหชาของข้าแตกก็เป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าไม่ถือสาลูกน้อยของเธอหรอก นายเอี้ยว่าขอความกรุณาขอท่านเมตตาข้าด้วย กงอี้ว่าปกติข้าตั้งไหชาให้คนอื่นดื่มเป็นประจำอยู่แล้ว ฟ้าใช้ให้ลูกน้อยของเธอมาตีแตก หมายความว่าฟ้าได้เตือนข้าให้มีใจมั่นคง ว่าแล้วก็พูดโศลกให้ฟังว่า
ตั้งไหชาเรื่งอเล็กยังไม่มั่นคง ฟ้าให้ลูกข้างบ้านมาตักเตือนข้า
ถ้าบำรุงให้คนอื่นชุ่มชื่นปากคอ ข้าก็จะระมัดระวังหวนกลับคิด
ข้าให้ทานน้ำชามานานแล้ว เตือนพ่อลูกให้กลับไปด้วยกัน
ต่างให้เมตตากตัญญูสอนธรรม อย่าเป็นเพราะข้ามาถกเถียงกัน
นี่ด้วยกงอี้ให้ทานน้ำชาเป็นขันติที่ 87 ต่อมาภายหลังคนแต่งกลอนให้
ตรวจสอบความประสงค์คนมา เมื่อกลไกมาจึงเข้าใจถึงฟ้า
สอนแนะเขาจากทานน้ำชา บอกให้มีเมตตากตัญญู