บ้านที่ห่างไกลไปประมาณ 40 ลี้ มีชายคนหนึ่งชื่อฉิ้นเลี้ยง ครอบครัวพอจะมีกิน นิสัยซื่อตรง วันหนึ่งมาหากงอี้ด้วยอาการไม่สบาย เขาเล่าว่าจะฟ้องร้องคนแซ่ทั้ง เรื่องปิดกั้นทางน้ำ ทางฝ่ายทั้งใช้อิทธิพลไม่ยอมปล่อยน้ำมาทางร่องน้ำ อาศัยคนรู้จักให้ไปเจรจาถึง 3 ครั้งก็ไม่ได้ผล เขาไม่ยอมให้ข้าใช้น้ำ ข้าคิดว่าจะไปฟ้องศาล วันนี้ก็ไม่สบายมาขอความเห็นจากท่าน กงอี้ว่า ยังมีแหล่งน้ำอื่นอีกไหม นายเลี้ยงว่าทางอื่นก็มีน้ำใช้อยู่ แต่ทนอารมณ์กดดันไม่ไหว แต่ทางน้ำนี้ตั้งแต่สมัยก่อนมีมานานแล้ว เขาใช้กำลังแย่งเอาไปหมด ขณะนี้ข้าอายุจะห้าสิบแล้วมีบุตรชาย 2 คนแต่ก็ยังเด็กอยู่ หากข้าไม่เอาเรื่องกับเขาอาศัยศาลจัดการให้ วันหลังข้าตายแล้ว ลูกก็จะถูกเขาเหยียดหยาม กงอี้ว่า ไม่ต้องให้ศาลจัดการ ลูกก็จะไม่ถูกเหยียดหยาม นายเลี้ยงถามว่า จะไม่ถูกเหยียดหยามอย่างไร กงอี้ว่าให้ฝึกลมปราณและหยุดฟ้องร้อง ความซื่อสัตย์และการุณยธรรมยังมีอยู่ ผู้มีหลักธรรมจะไม่แย่งชิง ก็คือเก็บเยื่อใยไว้ให้เขา วันหลังเขาก็จะรู้สึกตัวแก้ไขด้วยพระคุณ ความเลวร้ายจะหยุดลงได้อย่างไร กงอี้ก็พูดเรื่องการบ่มเลี้ยงปราณของคนโบราณให้ฟังว่า “บ่มเลี้ยงปราณอาศัยใจ ปราณเรียบทั้งร้ายและเจ็บป่วยก็หาย” ปราณมีชื่อ 2 ชนิด แยกเป็น 2 ตอน ชื่อหนึ่งเกิดขึ้นง่ายเตือนให้ระวัง โดยหลบเลี่ยงเสีย อีกชื่อหนึ่งตามนิสัย ปรับปรุงนิสัยขยันบำเพ็ญจิตยามปกติให้ตรึกคิดให้ละเอียด ถ้าใจกับอารมณ์ไม่ถือสาเกิดขึ้นก็ต้องระงับ บ่มเลี้ยงน้ำไฟให้พอดีกัน เผชิญปัญหาต้องอดทนคำพูดให้มันละลายก็จะถึงอริยปัญญา อารมณ์จะกว้างไม่มีจำกัด จิตใจก็เบาสบาย
เมื่อกงอี้พูดจบ นายเลี้ยงว่า ขอถามหน่อยว่าอารมณ์ดีมีประโยชน์อะไร ข้าจะไปหาน้ำจากแหล่งอื่นมาใช้ ก็จะไม่ต้องไปกลัวศาลควบคุม นี่คือกงอี้สอนคนให้ฝึกอบรมอารมณ์ เป็นขันติที่ 89 ต่อมาภายหลังคนแต่งกลอนให้
รู้หยุดดับไฟที่ไม่มีชื่อ มีแต่กงอี้ที่ซื่อเห็นแตกต่าง
ช่วยคนอาศัยวิธีโบราณอ้าง เขียนกลอนวางอารมณ์โลกหมดสิ้น
บ่อยครั้งที่ความรู้ความสามารถที่ทุกท่านมีอยู่ ความเก่ง ความรู้ความสามารถที่ท่านมีอยู่กลับก...