mindcyber 1 year ago

เถ้าเย็น

แต่ก่อนมีคนชื่อ เจ้าทง มีฐานะมั่งคั่ง ด้วยพ่อแม่ทิ้งมรดกไว้ให้มากมาย เจ้าทงเป็นคนมัธยัสถ์ประหยัด สืบสานเจตนารมย์บรรพบุรุษ นางเฉียนภรรยาเอาแต่แต่งตัวเที่ยวเตร่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย บุตรชายทั้งสองก็ชอบทางอบายมุข เล่นการพนัน เจ้าทงเป็นคนซื่อ แต่ไม่สามารถอบรมบุตรและภรรยาเมื่ออายุ 49 ปี ทรัพย์สมบัติทุกอย่างถูกบุตรและภรรยาผลาญจนหมดสิ้น เจ้าทงมีความเห็นว่า โลกนี้เป็นทะเลทุกข์จริงแท้ บัดนี้เราจะต้องหนีจากทะเลทุกข์นี้ให้ได้ จากนั้นจึงตัดสินใจออกจากบ้านไปบำเพ็ญเพียร โดยไปพักอาศัยอยู่ในศาลเจ้าลื่อโจ้ว ทุกครั้งที่คิดถึงอดีตก็เกิดโมหะจริต นานวันเข้าจึงคิดได้ว่า การบำเพ็ญธรรมต้องละเว้นโทสะ หากมีโทสะจะบรรลุธรรมได้อย่างไร หากไม่สามารถบรรลุธรรมก็ต้องตกสู่ห้วงทะเลทุกข์ไร้ที่สิ้นสุด จากนั้นจึงตั้งใจว่าจะไม่ให้เกิดโมหะจริตอีก และเปลี่ยนชื่อเป็น “เถ้าเย็น” ซึ่งมีความหมายว่า ขี้เถ้าเย็นแล้วจะไม่เกิดไฟโมหะอีก เป็นการเตือนสติตนเอง และคิดว่าการบำเพ็ญธรรมต้องสร้างบุญกุศล แต่ตนไม่มีเงินจะสร้างกุศลได้อย่างไร พลันนึกขึ้นได้ว่า ที่ชานเมืองมีลำธารสายหนึ่ง แม้จะไม่ลึกนักแต่คนต่างถิ่นไม่รู้จักสร้างความลำบากในการเดินข้าม เถ้าเย็นจึงอยู่ที่นั่น คอยบริการแบกคนข้ามคลองฟรี จุดประสงค์เพื่อเป็นการสร้างบุญกุศล ถ้ามีคนจ่ายเงินเขาจะไม่รับ ยามว่างก็ขอทานอยู่ในละแวกนั้น ซึ่งคนส่วนมากก็ยินดีให้ ดังนั้นเรื่องอาหารการกินจึงไม่มีปัญหา เขาได้ปลูกกระท่อมหลังเล็ก ๆ ขึ้นที่ริมลำธาร กลางคืนให้เป็นที่นั่งสมาธิ ขัดเกลาจิต 5 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนเรียกเขาว่า “เถ้าเย็น” ชื่อแซ่จริงของเขากลับไม่มีใครรู้จัก


วันหนึ่ง พลันปรากฏมีชายชราขาเป๋คนหนึ่งจะให้เถ้าเย็นแบกข้ามลำธาร ระหว่างกำลังข้ามลำธาร ชายชราถามว่า “ชื่ออะไร?” ตอบว่า “เถ้าเย็น” ชายชราถามว่า “มีความหมายอันใด?” เถ้าเย็นตอบว่า “เป็นการเตือนสติตัวเองไม่ให้เกิดโทสะและเป็นการฝึกจิต เพื่อหวังให้ท่านลื่อโจ้วมาโปรดผมให้พ้นจากทะเลทุกข์?” ชายราถามอีกว่า “แล้วที่เจ้าแบกคนข้ามลำธารมีความหมายอันใด?” เถ้าเย็นตอบว่า “เพื่อบริการให้ความสะดวก ตัวเองจะได้สิ้นกรรม หลุดพ้นจากทะเลทุกข์” ชายชรากล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าบริการให้ความสะดวก หลังจากข้ามลำธารแล้ว เรามีธุระบนเขาลูกโน้น ขาเราเดินไม่สะดวก รบกวนช่วยบริการแบกเราขึ้นไปบนเขาได้ไหม?” เถ้าเย็นตอบว่า “ได้สิ เราบริการให้ความสะดวกอยู่แล้ว แบกขึ้นเขาไม่มีปัญหา” หลังจากข้ามลำธาร เถ้าเย็นก็แบกชายชราขึ้นไปบนเขา ขณะขึ้นไปได้ครึ่งเขา เถ้าเย็นเหนื่อยจนเหงื่อไหลไคลย้อย ชายชราถามว่า “เจ้าชื่ออะไร?” ตอบว่า “เถ้าเย็น” ชายชราถามไม่หยุดว่า “เจ้าชื่ออะไร?” ตอบว่า “เถ้าเย็น” ยิ่งถามยิ่งถี่ เถ้าเย็นถูกถามจนเริ่มเกิดโทสะจึงตอบด้วยเสียงอันดังว่า “เถ้าเย็น เถ้าเย็น เหนื่อยจะตายอยู่แล้วยังจะถามหาอะไร?” พอพูดขาดคำรู้สึกบนหลังเบาหวิว เมื่อหันไปดูบนหลังว่างเปล่า แต่บนท้องฟ้ามีคนพูดว่า “เถ้าเย็นเจ้ายังมีโมหะ เราคือลื่อโจ้ว” เถ้าเย็นเห็นดังนั้นรีบคุกเข่าคารวะสำนึกผิด ลื่อโจ้วกล่าวว่า “ไฟโมหะของเจ้ายังไม่ดับ จงอดทนบำเพ็ญต่ออีก 10 ปี เถ้าเย็นแหงนหน้าดูอีกที ลื่อโจ้วหายไปแล้ว จึงได้แต่ลงจากเขาด้วยความเสียใจและดีใจระคนกัน ที่เสียใจคือเวลาถูกทดสอบไม่ควรเกิดโทสะจนทำให้พลาดโอกาสอันดี ที่ดีใจก็คือตนอดทนบำเพ็ญเพียงแค่นี้ ก็สามารถทำให้ท่านลื่อโจ้วประทับใจมาชี้แนะและอนุญาต ให้รออีก 10 ปีค่อยมาโปรด เถ้าเย็นกลับมาที่เดิม ยังคงแบกคนข้ามลำธารตามปกติกระทั่ง 3 ปีต่อมา วันหนึ่งมียาจกเข็ญใจคนหนึ่งมานอนทอดถอนใจริมลำธาร เถ้าเย็นจึงเข้าไปถาม “น้องชายกลุ้มใจอะไรหรือ?” ยาจกคนนั้นตอบว่า “ผมกลุ้มใจ จะตายก็ไม่ตาย จะเป็นก็ไม่เป็น คิดไม่ออกจริงๆ คุณดูทีน่องผมสิเป็นฝีมาหลายปีแล้ว เวลาเดินเจ็บปวดเหลือทน จะไม่เดินหรือที่บ้านก็มีแม่ที่แก่ชรารอผมเลี้ยงดูทุกวัน ถ้าไม่เดินท่านแม่ก็ต้องอดตาย เคยหาหมอรักษาแต่ไม่หายสักที” ตอนหลังมีผู้รู้บอกว่า “ฝีแบบนี้กินยาไม่มีหาย แต่ถ้าใช้ปากคนดูดหนองและใช้ลิ้นเลียปากแผลก็จะหายเอง มิเช่นนั้นตายลูกเดียว ผมตายไม่เสียดายเหลือท่านแม่อยู่คนเดียวใครจะเลี้ยงดูเล่า? พูดพลางร้องห่มร้องไห้ เถ้าเย็นได้ฟังรู้สึกเห็นใจเขามากและนับถือในความเป็นลูกกตัญญูของเขา เลยคิดว่าหากสามารถรักษาฝีของเขาจนหาย นอกจากจะช่วยเขาแล้ว ยังได้ช่วยแม่เขาอีกด้วย เราอยู่ที่นี่แบกคนข้ามลำธารเป็นการช่วยคนอยู่แล้ว บัดนี้โอกาสแห่งการช่วยคนอันยิ่งใหญ่มาถึงแล้ว จึงตอบว่า “น้องชายอย่ากลุ้มใจเลย เรายินดีจะช่วยดูดหนองให้ท่าน” ยาจกคนนั้นพูดว่า “แผลของผมทั้งเหม็นทั้งสกปรก อีกอย่างผมกับท่านไม่เคยรู้จักกัน ผมไม่สบายใจเลย” เถ้าเย็นกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นไร เราอยู่ที่นี่แบกคนข้ามน้ำก็เป็นการอดทนช่วยคน บัดนี้ช่วยท่านดูดหนอง เราสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เงิน เพียงใช้ปากกับลิ้นเท่านั้น” พูดจบก็ก้มลงดูดหนองในฝีให้เขา พอจมูกเข้าใกล้ได้กลิ่นเหม็นอย่างแรง แต่เมื่อคิดอีกทีการช่วยคนเช่นนี้หากกลัวเหม็น กลัวสกปรก ยังจะนับว่าช่วยคนหรือ ดังนั้นจึงใช้ปากอมปากแผล พออมแผลจิตใจพลันรู้สึกสดชื่นเย็นสบายอย่างประหลาด ยิ่งอม กายใจก็ยิ่งสดชื่น ทันใดก็ได้ยินเสียงเรียกจากบนฟ้าว่า “เถ้าเย็น มานี่” เถ้าเย็นแหงนหน้ามองบนฟ้า ลื่อโจ้วนั่นเอง จึงคารวะขอบคุณลื่อโจ้วนำเขาไปที่เขาหนันซัน ตั้งแต่นั้นเขาก็บำเพ็ญเพียรเรื่อยมาจนบรรลุมรรคผลในที่สุด

0
548

ปัญญาดุจอาวุธ

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

สรรพสิ่งล้วนว่าง

เหตุต้นผลกรรมไม่ว่าง

1654918052.jpg
mindcyber
7 months ago
เต้าหู้ลาบอีสาน

เต้าหู้ลาบอีสาน

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

ปัญญาแห่งการโปรยทานกับผลบุญ

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

ความสำนึกในจริยธรรม

ท่านอริยเจ้าเมิ่งจื่อ

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago