วันหนึ่ง กงอี้ถูกไหว้วานจากแม่หม้ายแซ่อื้อสองแม่ลูก ให้ช่วยซื้อวัวจากคอกโคกระบือตัวหนึ่งราคาแปดพันห้าร้อยอีแปะ กงอี้จึงนำเงินไปวางมัดจำกับเจ้าของวัวแซ่กังเป็นเงินห้าพันอีแปะ เงินที่เหลือจะจ่ายให้ครั้งหน้าเมื่อมาเอาวัว คาดไม่ถึงเจ้าของวัวแซ่กังคิดจะโกงไม่ยอมมาพบหน้าส่วนกงอี้ก็รอจนค่ำจึงกลับบ้าน แต่ก็ได้เอาเงินคืนให้แม่ลูกแซ่อื้อครบเต็มจำนวน เวลาผ่านไปหลายเดือน ก็ได้ข่าวคนแซ่กังล้มป่วยจนตาย และในเวลาคืนวันเสาร์ทไหว้พระจันทร์ขณะที่กงอี้นั่งสมาธิอยู่ ทันใดก็เห็นคนแซ่กังมาหา แล้วบอกว่าจะมาชำระเงินค่าวัว กงอี้รู้สึกตกมใจพูดว่า ได้ข่าวว่าท่านตายแล้วไม่ใช่หรือ หรือได้ข่าวผิดพลาดไป เขาไม่ยอมตอบคำถามแต่ก็เดินไปทางคอกวัว กงอี้ไม่เข้าใจความหมาย จึงจุดตะเกียงแล้วเดินไปที่คอกวัว ก็ให้เห็นแม่วัวกำลังตกลูกวัวตัวหนึ่ง กงอี้ถึงกับสะดุ้งว่า เป็นหนี้กลายเป็นวัวมาใช้หนี้ กรรมมีจริงแท้เชียว
ต่อมาลูกวัวตัวนี้ก็ขายได้เท่าราคาของหนี้พอดิบพอดี นี่ก็คือประจักษ์พยานที่กงอี้ถูกหลอกลวง ข่าวได้แพร่ออกไปสู่ชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้าน พลอยไม่กล้าคดโกงเอาเงินทองที่ชอบธรรม ทุกคนต่างรักษาความเป็นธรรมของตนไว้ การคิดโกงหรือหลอกลวงไม่เกิดขึ้น สังคมก็อยู่ด้วยความสงบสุข นี่ก็ถือเป็นความอดทนของกงอี้เป็นขันติที่สิบสอง ต่อมาคนรุ่นหลังก็เขียนกลอนให้
แม่หม้ายลูกกำพร้าน่าสงสาร พบคนพาลหลอกเงินซื้อวัวคืนให้
น่าหัวเราะกลายเป็นวัวทุกข์แบกไถ่ เป็นเหตุให้สังคมต่างร่วมรักษ์ธรรม
ผู้ใดสร้างสมบุญและบาป เมื่อหักลบกันแล้ว ถ้าจำนวนบาปมีมากกว่าจำนวนบุญ ให้เไปเกิดเป็นสัตว์เด...