เจ้าพระภูมิหลักเมือง
พระโพธิสัตว์กษิติครรภ กล่าวว่า “ตราบใดที่เรายังโปรดพวกวิญญาณในแดนนรกไม่หมด เราจักไม่บรรลุพุทธะ” ท่านพระโพธิสัตว์เปี่ยมไปด้วยพระมหาเมตตาเช่นนี้ แต่ชาวโลกผู้ทำความดีกลับมีน้อย ผู้ทำความชั่วมีมากมาย ดังนั้น เส้นทางแห่งสวรรค์จึงมีคนเดินกันน้อย ประตูนรกมีคนเดินเข้าอย่างไม่ขาดสาย น่าสลดใจยิ่งนัก สวรรค์เบื้องบนทรงเมตตาการุณย์ได้กำหนดบทบัญญัติไว้ดังนี้
1. มนุษย์ผู้ใดได้กระทำความดีตั้งแต่เด็ก เมื่อผู้นั้นสิ้นอายุขัย จักได้จุติยังเทวภูมิ
2. ผู้ใดสร้างบาปและบุญก้ำกึ่งกัน ไม่ต้องไปเสวยทุกข์ในทุคติภูมิทั้ง 3 โดยให้ไปเกิดเป็นมนุษย์อีก เพื่อไปชดใช้หนี้กรรมหรือรับการทดแทนบุญคุณ
3. ผู้ใดสร้างบาปมากกว่าบุญ ให้ไปเสวยทุกขเวทนาในนรกขุมต่าง ๆ จนกว่าจะสิ้นกรรม แล้วไปเกิดเป็นมนุษย์ตามกรรมของตน ซึ่งแยกเป็นร่ำรวย ยากจน อายุยืน อายุสั้น ขี้โรค พิการแล้วค่อยดูความประพฤติของเขาอีกครั้ง หากได้สร้างกุศลความดีเพิ่ม ก็ให้ไปจุติในภพภูมิที่ดีขึ้น
4. ผู้ใดสร้างบาปหนัก ให้ไปเสวยทุกขเวทนายังนรกขุมต่าง ๆ จนกว่าจะสิ้นกรรม เสร็จแล้วให้เไปเกิดเป็นคนยากไร้ต่ำต้อย ระหว่างมีชีวิตต้องประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ตายแล้วกลับสู่นรกอีก วนเวียนไปเรื่อย ๆ
5. ผู้ใดอกตัญญูต่อบิดามารดา ไม่ซื่อสัตย์ภักดี ฆ่าตัวตาย ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่เชื่อกฏแห่งกรรม จักต้องเสวยทุกขเวทนาในขุมนรกตลอดกาล
นี้คือระเบียบปฏิบัติที่ทางนรกภูมิได้รับบัญชาจากสวรรค์เบื้องบน เพื่อใช้จัดการกับวิญญาณผู้ตายทั้งหลาย ขอให้ชาวโลกจงหมั่นสร้างกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว ตายแล้วจะได้ไม่ต้องถูกลงโทษทัณฑ์ตามกฏเมืองนรก