mindcyber 1 year ago

ราชาคนยาก

   ยามเช้าที่หมอกยังปกคลุมอยู่ทั่วไป เพราะเป็นเวลาเช้าตรู่ แสงอาทิตย์ยังส่องไม่ถึง เสียงดังจากคอกม้าทำให้รู้ว่ามีการทำงานเกิดขึ้น หญิงคนหนึ่งโพกผ้าสีแดงเข้มบนศีรษะกำลังก้มหน้าก้มตาเอาคราดไถเอาขี้ม้าตามพื้นคอก ที่หลังของชายคนหนึ่งก็แบกเอาอาหารเลี้ยงม้าไว้ ปากก็ฮำเพลงอย่างเพลิดเพลิน ชายสีผิวทองแดงบ่งบอกได้ว่างานที่เขาทำนั้นต้องอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์และเป็นงานหยาบ ถ้าบอกว่าชายผู้นี้คือพระราชาและหญิงที่กำลังทำความสะอาดคอกม้าคือ ราชินี


    พวกเขาต้องทำงานเยี่ยงทาสในคอกเลี้ยงสัตว์เช่นนี้ ไม่ใช่เพราะเขาพ่ายแท้การสู้รบในสงครามจนกลายเป็นเชลยศึก แต่เพราะเขามีชื่อว่าเป็นพระราชาที่ไม่เห็นแก่ตน เคยป่าวประกาศแก่ประชาชนว่า เขายินยอมที่จะทำตามความหมายของชื่อของเขา ใครก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือกจากเขา เขาก็ยอมที่จะไม่เห็นแก่ตน ยอมที่จะสละทุกอย่างให้ ในที่สุดก็มีสารถีของเขา ขณะขับรถอยู่ วันนี้ก็หยุดรถลงฉับพลัน แล้วหันหน้ามาถามพระราชาว่า “หากหม่อมฉันต้องการแลกเปลี่ยนตัวกับท่าน ท่านจะยอมหรือไม่” นายสารถีที่ขับรถม้าของพระราชาผู้นี้ชื่อว่า “คอยหวัง” ขณะกำลังพูดอยู่ในใจก็ฉายแววตาที่กล้าหาญทำให้พระราชารู้สึกประทับใจอย่างลึก ๆ ก็เหมือนกับกลุ่มข้าราชบริพารที่กำลังหมอบเข้าเฝ้าอยู่เบื้องหน้า ฉับพลันก็มีเด็กชายลุกขึ้นยืนแล้วถามว่า “ทำไมท่านจึงนั่งได้ แต่พวกเราต้องหมอบเล่า?”

    พระราชาผู้พอใจในการช่วยเหลือคน ปกติก็จะตอบรับช่วยเหลือผู้ประสพภัยพิบัติรอบข้างประเทศอย่างสบายใจ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าพอที่จะล่วงเกินถึงพระองค์ ใจกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ไร้หลักการเช่นนี้ แต่พระราชากลับไม่รีรอและพยักหน้าตอบรับการร้องขอของ “คอยหวัง” แล้วก็ถอดฉลองพระองค์แลกเปลี่ยนกันทันทีในรถพระที่นั่งนั้นเลย


    เมื่อเปลี่ยนฉลองพระองค์เสร็จก็ตรัสกับคอยหวังว่า ขอให้พระองค์ได้พูดคุยกับราชินีของพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายเสียก่อน แล้วค่อยไปแลกเปลี่ยนการงานกัน ผู้เป็นราชาใหม่ ๆ ก็ตอบรับการขอร้องเล็ก ๆของพระราชา ส่วนราชินีที่ประทับอยู่ในวัง ก็กำลังครุ่นคิดอยู่ว่า งานเลี้ยงค่ำนี้จะใช้ไพลินประดับกับชุดฉลองพระองค์สีนมขาวดีหรือไม่ เมื่อราชินีแลเห็นพระราชาในชุดฉลองพระองค์ของสารถีก็คิดว่าคงจะเปลี่ยนแปลงงานเลี้ยงค่ำนี้เป็นแบบแฟนซีตามความนิยมใหม่ ๆ โดยคิดว่าพระราชายอมฉลองพระองค์ในชุดสารถี เป็นเรื่องชวนหัว

    เมื่อราชินีรู้ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องเล่นแต่เป็นเรื่องจริง พระนาง “หากท่านจะเป็นคนขับรถจริง ๆ หม่อมฉันก็พร้อมที่จะไปเป็นนางทาส” เพราะพระนางเชื่อถือคำพูดของพระราชาที่รักษาคำพูดพูดแล้วต้องทำ

    หลังจากพระราชาและราชินีจากราชวังไปไม่นาน นางใบทอง ที่ถูกเรียกตัวให้เข้าวัง ซึ่งเป็นภรรยาของนายคอยหวัง เมื่อมาถึงก็รีบตรงเข้าห้องของราชินี แล้วก็เปลี่ยนเสื่อผ้าชุดเก่าที่อับชื้นด้วยเหงื่อไคลเหม็นเปรี้ยว เริ่มต้นด้วยการลองเสื้อแต่ละชุด ๆ นางมีความร่าเริงอยู่หน้ากระจกด้วยการเอาเครื่องประดับใส่เข้าไป ๆ ถูกใส่เข้าไปจนเต็มตัวหมด เริงร่าจนไม่คิดจะนอนเลย

    ส่วนราชินีที่ไม่เคยนอนในคอกม้ามาก่อนก็กระสับกระส่าย ด้วยกลิ่นของขี้ม้าโชยมาไม่ขาดสาย พลิกตัวไปมาไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ ตรงข้ามกับพระราชานอนหลับใหลสนิทด้วยการทำงานมาเหนื่อย


    วันรุ่งขึ้น ผู้กลายเป็นราชินีใบทองตื่นขึ้น ใช้แรงดึงชุดสีม่วงอ่อนบางอันเป็นชุดนอนดู เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ความฝัน แต่ผู้ที่ไม่รู้สึกสบายใจคอยผวาตื่นอย่างนายคอยหวัง พูดขึ้นว่า “ข้ารู้สึกไม่สบายใจเลย” นางใบทองพูดว่า “ทำไม เธอรู้สึกว่าแย่งบัลลังค์ของพระราชาและราชินีมาแล้วไม่สบายใจหรือคิดจะคืนให้พวกเขาหรือ?” นางใบทองเห็นหน้าคอยหวังไม่สบายเช่นนั้น ก็ดึงผ้าห่มที่อยู่บนตัวคอยหวังออกแล้วพูดว่า “แม้จะไม่ใช่! ฉันก็ห่วงว่าพระราชาจะกลับใจ”  “ถ้าเช่นนั้นเธอหมายความว่าอย่างไร?” คอยหวังถามด้วยเสียงเย็นชา “ของพวกนั้นเป็นของข้า ใครก็อย่ามาแย่งไป” ใบทองพูดพลางมือก็ลูบเครื่องประดับ บนมือทั้งสองข้าง แหวนเอย กำไลเอย

    ฟ้ายังไม่ทันสาง ราชาและราชินีก็ถูกปลุกให้ตื่น พวกเขาต้องไปเลี้ยงม้าและทำความสะอาดคอกม้า พระราชาผู้ไม่เคยกวาดคอกม้ามาก่อนพอมาถึงก็รีบกวาดด้วยใจเริงร่า พลางก็ฮำเพลงไปพลาง โดยเต้นไปมาอย่างมีความสุข ปกติถ้ามือไม่ได้หยิบขนมก็จับพู่กัน ของราชินี เมื่อมือจับไม้กวาดก็เหมือนอุ้มเสาหินไม่เคลื่อนไหวเลย พระนางไม่รู้ว่าจะกวาดอย่างไรด้วยซ้ำ พระราชาเห็นเข้าก็อ้อมมาข้างหลังแล้วก็กำมือของนางกับไม้กวาดแล้วพูดว่า “เธอคิดว่าจะจับพู่กันแล้วก็วาดรูปบนพื้นให้ข้าสักรูปหนึ่งก็แล้วกัน”


    ทั้งสองทำตัวเหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่ กวาดอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะของคนทั้งสองได้ยินถึงผู้คุมจึงตวาดเอาว่า “ยังจะทำเป็นเล่นไป อีกประเดี๋ยวก็จะถูกส่งไปที่ตลอดค้าทาส!” ไม่ทันที่ทั้งสองจะหายตะลึง มือก็ถูกล่ามโซ่เสียแล้ว ขาก็ถูกล่ามด้วยแล้วถูกจูงไปสู่ตลาดค้าทาส เหมือนกับอยู่ในหม้อ ในตะแกงที่ไก่รอการถูกเชือด ปกติราชินีจะรอให้คนเข้าเฝ้า บัดนี้หน้าก็เงยไม่ขึ้นเลย เพราะคนซื้อไม่เกรงใจพวกเขาจะมาจับหัว เลิกขาดู ส่วนพระราชาก็ถูกจับยกแขนยกขา ทั้งยังถูกจับอ้าปากเพื่อดูฟัน ดูว่าร่างกายแข็งแรงหรือไม่

    ปกติทั้งสองต้องถูกขายไป ต่างคนก็ต้องต่างไปคนละที่ไม่อาจพบกันอีก ดีที่มหาดเล็กเก่ามาพบเข้า มหาดเล็กจึงพาคนทั้งสองมายังคอกม้าเก่า ทั้งสองได้กลิ่นขี้ม้ารู้สึกเคยชิน ก็เหมือนได้กลับบ้านเก่าอีกครั้งก็เลยยิ้มออกมาได้ ส่วนราชินีที่ถูกกดขี่ รู้สึกทนไม่ได้ก็ร้องไห้ออกมาว่า “โลกนี้มีความยุติธรรมหรือเธอเอาของที่มีอยู่ให้เขาไปหมด ในที่สุดเขาตอบแทนเธออย่างไร” ราชินีร้องไห้ต่อว่าพระราชาด้วยความโกรธ “ให้ของเขาไปแล้วต้องไม่หวังผลตอบแทน เมื่อให้แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก” พระราชาปลอบประโลม “หยุดร้องไห้เถอะ การสามารถให้ทาน เป็นผู้มีความสุขและร่ำรวย” พระราชายิ้มตอบ


    ”เราทั้งสองไม่มีสักสิ่งหนึ่ง มีแต่ความเจ็บปวดจะเอาความสุขมาจากไหน?” ราชินีสะอื้นไม่หยุด  “เพราะเธอยังไม่ได้ให้ทานด้วยใจ คิดว่าตนยังจะกลับไปสู่วังได้อีก เพราะฉะนั้นจึงเจ็บปวดอยู่ในความทรงจำ” ดวงตาของพระราชาที่ปรืออยู่ก็กลับฉายแววสุกใสขึ้น “เธอไม่ลองปล่อยวางไปบ้าง แล้วดูว่าเราจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไป” พระราชาจูงมือราชินีให้ลุกขึ้น ทั้งสองจัดแจงปัดกวาดที่อยู่ที่ดำคล้ำ

    คืนนั้น ราชินีแม้จะนอนบนพื้นที่ปูด้วยฟาง แต่เธอก็จับมือพระราชาซ่อนกายอยู่ข้างกัน ลมเย็นพัดผ่าน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ทั้งคู่นอนด้วยความหวานชื่น

    ใบทองนอนหลับในวัง แม้จะห่มด้วยผ้าอย่างดี นับตั้งแต่เข้าวังมาก็มักจะนอนไม่หลับ เพราะเธอกลัวว่าสิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้าจะอันตรธานหายไป ทั้งไม่ค่อยกล้าขยับตัวกลัวว่าข้าวของจะตกแตกเสียหาย แม้ว่าเธอจะสบายใจที่ขายพระราชาและราชินีไปด้วยกลัวว่าพระราชาจะกลับใจ แต่ที่กลัวคือกลัวคอยหวังจะเปลี่ยนใจ ตั้งหญิงงามคนอื่นมาเป็นราชินี จึงขับไล่นางกำนัลออกไปหมด อีกอย่างเธอก็ไม่รู้สึกว่า ดนตรี นางระบำ จะดึงดูดใจให้สดชื่นอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงอยู่คนเดียวในห้องนอน ได้แต่เล่นเครื่องสำอางค์ไปคนเดียว


    คอยหวังเห็นภรรยาเปลี่ยนแปลงไปไร้ชีวิตชีวาเช่นนั้นจึงพูดว่า “ไม่ได้ตามที่เธอคิดใช่หรือไม่ ทำไมได้รับสิ่งบำเรอความสุขเช่นนี้แต่ไม่เห็นสบายเลย”  “ฉันเองก็แปลกใจ คนทั่วไปยิ่งมียิ่งดี แต่ฉันคิดว่าของกลับไม่ใช่ของฉัน กลัวว่าเหมือนน้ำที่สามารถระเหยหายไปได้”    “ถูกต้อง ของที่มีอยู่ทั้งหลาย ล้วนไม่ใช่ของเรา” ทั้งสองครุ่นคิดทบทวน ใบทองก็ดูเหมือนถ้าได้กลับไปยังที่นอนเก่า จะได้นอนอย่างมีสุข

    วันนี้ พระราชาและราชินีกำลังวุ่นอยู่กับงาน เขาทำงานคล่องขึ้นเหมือนทำมาหลายปี แต่พวกเขาจากวังมาเพียง 1 ปีเท่านั้น ผู้ที่โพกผ้าสีดำเดินเข้ามาในคอกม้า พระราชาหันมาเห็นเข้า คนนั้นก็ถามขึ้นว่า “เป็นไง ถูกแลกตัวมารู้สึกเสียใจไหม?”  “เธอคือ...” พระราชารู้ว่าเขาคือสารถีที่เปลี่ยนตัวกันแต่เพราะไม่เคยถามชื่อมาก่อน จึงพูดไม่ออก


    พอเอาผ้าโพกหัวออก คอยหวังมองพระราชา แล้วพูดว่า “หม่อมฉันไม่เคยเชื่อว่า ในโลกนี้จะมีคนไม่เห็นแก่ตน เพราะฉะนั้นจึงเสี่ยงที่จะถูกตัดหัวมาทดสอบท่าน ไม่เคยคิดว่าท่านเป็นผู้ที่ให้ทานได้ เอาทุกสิ่งมาให้ทาน อยู่ในที่ทุกข์ก็ไม่ว่า ท่านทำได้อย่างไร?”

    พระราชาว่า “คนที่คิดว่าทุกข์ เพราะที่ทุกข์ล้วนคิดถึงแต่ตัวเอง ถ้าหากเอาตนเองบริจาคได้ ใครจะคิดว่าตัวเองทุกข์” คอยหวังเห็นพระราชาที่ถูกอาทิตย์ส่องจนหน้าดำ และเสื้อที่ขาดวิ่นเหม็นเหงื่อ ก็ให้รู้สึกว่า พระราชาเหมือนกับพุทธรูปที่อยู่ในวัดร้าง แม้บนโต๊ะไม่มีเครื่องบูชาและผนังที่แตกชำรุด ไม่มีธูปเครื่องสักการะ แต่ดวงเนตรที่เมตตาก็ยังเฝ้ามองสรรพสัตว์อยู่ ในคุณค่าชีวิต


    ดวงตาแดงกล่ำของคอยหวัง รู้สึกซาบซึ้งในคุณค่าชีวิต คุกเข่าลงกราบแสดงความเสียใจว่า “ขอประทานอภัยโทษ เพราะหม่อมฉันต้องการจะทดสอบทำให้ท่านและราชินีต้องตกต่ำเช่นนี้ จนได้รับการกดขี่มากมายเช่นนี้” ราชาจูงมือคอยหวังให้ลุกขึ้นด้วยความเมตตา พลันก็สัมผัสมืออันหยาบกร้านของพระราชา คอยหวังรู้สึกอับอายจนน้ำตาร่วงรินไม่หยุด พูดว่า “มีอะไรจะให้หม่อมฉันทำเพื่อท่าน”

    ”มาล้างคอกม้าด้วยกัน” พระราชาเอาถังน้ำยื่นให้ แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในคอกม้า ทำลายความหนาวของบรรยากาศ ช่วยละลายเกร็ดน้ำแข็งที่ชายคาเพิ่มความอบอุ่น แสงอาทิตย์มาถึงที่ไหนที่นั้นความหนาวก็สลายไป


0
613

นาจา

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

สัมผัสดีเลว

เซียนกั้วเหล่า

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

วิถีแห่งเจ้า

เจ้าพ่อหลักเมืองพิงตง

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

ปฏิบัติตามคำเตือน

พระอานนท์

1654918052.jpg
mindcyber
1 year ago

ดอกไม้จีนผัดเห็ดหอม

1654918052.jpg
mindcyber
2 years ago