นิ้วชี้ของหลวี่ต้งปิน

เล่าสืบต่อกันมาว่า ท่านหลวี่ต้งปินนักพรตแห่งศาสนาเต๋า ครั้งหนึ่งได้เดินทางมาท่องเที่ยวยังโลกมนุษย์บังเอิญพบกับเด็กน้อยผู้หนึ่งยืนร้องไห้อยู่ข้างถนน เห็นดังนั้น ท่านจึงเดินเข้าไปถามเด็กน้อยว่า

“ เจ้าหนู เจ้าร้องไห้ด้วยเหตุใดฤๅ? ” เด็กน้อยสะอื้นไห้กล่าวว่า

“ คุณลุงครับ คุณแม่ของหนูไม่สบาย หนูไม่มีเงินซื้อยาให้ท่าน หนูไม่รู้จะทำอย่างไรดี? หนูจะหาเงินมาจากไหน?”

ท่านหลวี่ต้งปินเมื่อได้ยิน ในใจก็ให้คิด “ เราห่างจากโลกนี้ไม่กี่สิบปี คาดไม่ถึงว่าชาวโลกจะมีจิตใจที่แปรเปลี่ยนได้เพียงนี้ ดูสิ เด็กตัวเล็กๆแค่นี้ ยังรู้จักกตัญญูต่อบิดามารดาช่างน่าซาบซึ้งยิ่งนัก ” จึงกล่าวกับเด็กน้อยว่า

“ เอาล่ะ ถ้าจะช่วยอนุเคราะห์เจ้าเอง ” กล่าวจบ ก็ใช้นิ้วชี้ของพระองค์ชี้ไปยังก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ข้างทาง น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก หินก้อนนั้นก็กลายเป็นทองคำสว่างเรืองรองขึ้นมาทันที ท่านหลวี่ต้งปินหยิบทองคำก้อนนั้นขึ้นมาแล้วส่งให้กับเด็กน้อยผู้นั้น แต่เจ้าหนูกลับส่ายหัวไม่ยอมรับและกล่าวว่า

“ หนูไม่เอา! ”

ท่านหลวี่ต้งปินเมื่อได้ยินยิ่งฉงน คิดในใจว่าทำไมคนในโลกถึงได้มีจิตใจดีงามถึงปานนี้ นี่ขนาดเราให้ทองคำก็ไม่เอา จึงถามออกไปด้วยความเอ็นดูว่า

“ เจ้าหนูน้อย ไม่เอาทอง แล้วเจ้าอยากจะได้อะไร ? ”

 

“หนูจะเอานิ้วชี้ของท่าน! ” เด็กน้อยพูด

“เจ้าจะเอานิ้วชี้ของข้าไปทำไม? ” ท่านหลวี่ต้งปินกล่าวออกไปด้วยความสงสัย

“ทองคำที่ท่านให้ แม้นจะมีราคาแต่ว่าสักวันหนึ่งก็ต้องใช้หมดอยู่ดี หากท่านให้นิ้วชี้แก่หนู เวลาไม่มีเงิน หนูก็จะเอามันออกมาเสกทองได้ตลอดเวลา ! ”

เมื่อท่านหลวี่ต้งปินได้ฟังรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งแท้จริงแล้วความโลภของเวไนยยังคงมากอยู่ดังเดิม แม้แต่เด็กที่ได้ชื่อว่าบริสุทธิ์ ก็ยังถูกเงินตราครอบงำได้ถึงเพียงนี้

 ความโลภของมนุษย์ เป็นสันดานที่ติดมาตั้งแต่เกิด แม้แต่เด็กที่ไม่ประสาอะไร ก็ยังไม่อาจหลีกหนีมนุษย์เมื่อเกิดมาก็มักจะมีความโลภติดมาด้วย ศาสนาปราชญ์กล่าวถึง “ กิน กาม จิต” พุทธว่า “ กิน กาม เกียรติ ” แม้นจะมีกันทุกคน แต่ควรจะควบคุมให้เหมาะสม และควรเข้าใจหลักที่ว่า “มากตัณหาจะพาวิบัติ


พระโอวาทพระอาจารย์จี้กง

จุดหมายของการบำเพ็่ญปฏิบัติก็คือการฝึกฝนหล่อหลอมกายใจ สยบนิสัยที่ไม่ดี ลุถึงการแจ้งจิตกระจ่างธรรมญาณ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

ในขณะที่ใจเกิดความอาฆาตแค้น ก็ควรขจัดให้หมดไป ยามที่ใจเกิดความโลภก็ควรที่จะขุดรากถอนโคนทิ้งไปให้หมด เพราะความคิดของมนุษย์ ก็เหมือนกับคลื่นทะเลที่ไม่เคยสงบนิ่ง ดั่งลมพายุที่พัดกระหน่ำไม่หุดหย่อน ดังนั้นเมื่อได้ชื่อว่าเป็นผู้บำเพ็ญธรรม ก็ควรที่จะชำระล้างกิเลสตัณหาความอยากในใจให้หมดไป อีกทั้งใจที่โอ่อ่าฟู่ฟ่า หยิ่งจองหองอวดดี และความสับสนวุ่นวาย ที่ควรก็คือบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และจิตญาณ

0
165

ปัญญากับญาณสัมผัส

พระอาจารย์โง้วมั่งอู๋

1654918052.jpg
mindcyber
1 month ago
แกงโฮ๊ะ

แกงโฮ๊ะ

1654918052.jpg
mindcyber
5 months ago

สวรรค์กับนรก

พระอาจารย์เมฆขาว

1654918052.jpg
mindcyber
1 month ago
น้ำพริกเผาเจ

น้ำพริกเผาเจ

1654918052.jpg
mindcyber
5 months ago

ความว่าง

ธรรมาจารย์ซิ่งคง

1654918052.jpg
mindcyber
3 months ago